เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 5

พบพระเอกครั้งแรก

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
“ถ้าพวกคุณคิดว่าเงินสามสิบล้านวอนจะซื้อความเงียบของฉันได้ล่ะก็... คงต้องบอกว่าประเมินราคาศักดิ์ศรีของตระกูล ‘คิม’ ต่ำเกินไปหน่อยนะคะ” เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องรับรอง V.I.P. ชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ลินินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท ใบหน้าเรียวรูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย ปลายนิ้วเรียวเรียงรายด้วยเล็บเจลสีนู้ดประดับเพชรเม็ดจิ๋วเคาะเบาๆ ลงบนพื้นโต๊ะกระจกใส เสียง *ก๊อกๆ* นั้นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่กำลังบีบหัวใจคนตรงหน้าให้แหลกสลาย ตรงหน้าเธอคือ ‘มินจู’ อดีตเพื่อนสนิทผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ และ ‘ฮยอนอู’ คู่หมั้นหนุ่มจอมปลอมที่เพิ่งจะถอนหมั้นเธอไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งสองคนกำลังยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว ใบหน้าของมินจูซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งรอยยิ้มเยาะหยันเช่นวันที่เคยหัวเราะเยาะลินินในงานประมูลเครื่องเพชร “เธอ... ลินิน เธอมันบ้าไปแล้ว! เอกสารพวกนั้นเธอกล้าดียังไงถึงเอามาเปิดเผย!” ฮยอนอูตบโต๊ะเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว “บ้าเหรอคะ?” ลินินเลิกคิ้วขึ้นอย่างสง่างาม เธอยกชาคาโมมายล์ขึ้นจิบช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน “สิ่งที่ฉันทำเขาเรียกว่า ‘การทวงคืนความยุติธรรมในแบบฉบับของเศรษฐีใหม่’ ต่างหากล่ะคะคุณฮยอนอู เอกสารการยักยอกเงินบริษัทของตระกูลคุณ หรือหลักฐานการฟอกเงินของครอบครัวคุณมินจู... ถ้าฉันส่งสิ่งเหล่านี้ไปให้สำนักงานอัยการหรือสำนักข่าวเศรษฐกิจหน้าหนึ่งในอีกสิบนาทีข้างหน้า คิดว่าหุ้นบริษัทของพวกคุณจะเหลือมูลค่าสักกี่วอนกันคะ?” ความกดดันในอากาศหนาเตอะจนแทบหายใจไม่ออก มินจูทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพง น้ำตาไหลพรากอาบแก้มด้วยความสิ้นหวัง มือเรียวเอื้อมไปควชายกระโปรงของลินินแต่ถูกหลบอย่างไม่ใยดี “ลินิน... ฉันขอร้องล่ะ ยกโทษให้พวกเราเถอะนะ ถือว่าเห็นแก่ที่เราเคยเรียนมาด้วยกัน...” “ตอนที่พวกคุณร่วมมือกันโกงเงินบริษัทของฉัน และเหยียบย่ำฉันลงกับพื้นจนแทบไม่มีที่ยืน... พวกคุณเคยคิดถึงคำว่า ‘เพื่อน’ บ้างไหมคะ?” ลินินก้มลงมองสตรีที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้ซึ่งความสงสาร “ความเมตตาเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยค่ะ และน่าเสียดายที่ฉันไม่ได้มีไว้แจกฟรีให้คนไร้ค่า” ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันที่ใครจะอนุญาต ประตูบานคู่แกะสลักอย่างประณีตก็ถูกผลักให้เปิดออกด้วยฝีมือของชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดสีชาโคลเข้ารูป กลิ่นอายความทรงอำนาจและเยือกเย็นแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทันทีที่เขาก้าวเข้ามา ร่างสูงใหญ่แต่ทว่าสง่างามหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีภายใต้กรอบขนตาดกหนากวาดสายตามองสถานการณ์ภายในห้องแวบเดียว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของลินินที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ คิรากร... ประธานหนุ่มแห่ง ‘คิรากร กรุ๊ป’ มหาอำนาจแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์และโทรคมนาคม ผู้ชายที่ติดอันดับท็อปสามของทำเนียบมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยชายตาแลใคร และขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาไร้หัวใจจนได้รับฉายาว่า ‘ประติมากรรมน้ำแข็งแห่งวอลล์สตรีท’ ทว่าในวินาทีนี้... แววตาที่เขามองมาที่ลินินกลับไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความสนใจระคนทึ่งที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสูงส่งคู่นั้น มินจูและฮยอนอูสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้มาใหม่ ทั้งสองรีบก้มหัวทำความเคารพจนแทบชิดพื้น เพราะรู้ดีว่าฐานะของคิรากรนั้นอยู่สูงเหนือพวกตนราวฟ้ากับเหว “ท่านประธานคิรากร...” ฮยอนอูละล่ำละลักเอ่ยด้วยความหวาดหวั่น “ระ... รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณแล้วครับ คือพวกเรากำลัง...” “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังพวกคุณแก้ตัว” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นตัดบทอย่างไร้เยื่อใย น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนฮยอนอูต้องหุบปากฉับ คิรากรไม่ได้ปรายตามองเศษสวะสองคนนั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา ลินินเองก็ช้อนตาขึ้นมองผู้มาใหม่เช่นกัน เธอประเมินชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความสนใจ รัศมีแห่งความมั่งคั่งและความอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับส่งยิ้มมุมปากให้อย่างท้าทาย ราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังหยอกล้อกับเสือหนุ่ม “บังเอิญจังนะคะท่านประธานคิรากร ห้องรับรองนี้ดูเหมือนจะแคบไปถนัดตา เมื่อมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเพิ่มเข้ามาอีกคน” ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ มุมปากของคิรากรกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นแต่มันกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสลักนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนแทบหยุดหายใจ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โซฟาที่เธอนั่งช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอในระยะประชิด “ผมต่างหากล่ะครับที่ต้องบอกว่า... คุณทำให้ผมประหลาดใจมาก ผู้หญิงที่ใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงในการกว้านซื้อหุ้นของตระกูลฮยอนอจนพวกเขาล้มละลายได้คาตา... คุณนี่มัน ‘แสบ’ กว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกนะ” คำชมเชยที่เจือไปด้วยความขบขันและชื่นชมทำเอามินจูและฮยอนออูกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตะลึง พวกเขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่พวกเขาเคยดูถูกเหยียดหยาม จะสามารถดึงดูดความสนใจจากมหาเศรษฐีระดับท็อปอย่างคิรากรได้ ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ เธอไม่หลบสายตาคมคลาวนั้น ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปหยิบแก้วชาขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ “คำชมนั้นฉันควรจะรับไว้ดีไหมคะ? แต่ถ้าคุณประธานคิรากรมาเพื่อดูการแสดงงิ้วฉากนี้ล่ะก็ ฉันเกรงว่ามันใกล้จะจบตอนแล้วล่ะค่ะ เพราะฉันกำลังจะสั่งให้คนไล่พวกเขากลับบ้านไปร้องไห้ซะที” คิรากรมองท่าทางมั่นอกมั่นใจของหญิงสาว แววตาพราวระยับด้วยความถูกใจอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “ไล่พวกเขากลับไปน่ะมันง่ายเกินไปครับ...” คิรากรเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “สนใจร่วมหุ้นกับผมไหมล่ะครับ? ผมมีข้อเสนอทางการเงินมูลค่าหมื่นล้านที่คิดว่าคุณน่าจะสนใจ... และบางที เราอาจจะใช้เวลาจัดการกับศัตรูของคุณให้ราบคาบยิ่งกว่านี้ได้ด้วยนะ” ดวงตากลมโตของลินินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอเมื่อได้ยินข้อเสนอที่ไม่คาดคิด ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่บินวนต่ำลงจอดบนลานดาดฟ้าของโรงแรม เสียงใบพัดกะพือลมดังสนั่นสะเทือนไปทั่วตึกระฟ้า ราวกับสัญญาณเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และเร้าใจกว่าเดิม — เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%