"เชิญค่ะ... ทางเรากำลังรอคอยการมาเยือนของ 'ยาจกสวมรอย' อย่างพวกคุณอยู่พอดี"
สุ้มเสียงเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมกระจกใสบานใหญ่เปิดออก กลิ่นอายของความดูถูกเหยียดหยามลอยอบอวลปะปนมากับกลิ่นกาแฟราคาแพงในห้องประชุมบอร์ดบริหารของ 'ธน S&P กรุ๊ป' บริษัทอสังหาริมทรัพย์และสื่อโฆษณายักษ์ใหญ่ที่กำลังรอวันล้มละลาย
ลินินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดสูทผ้าทวีตตัดเย็บพิเศษสีชาแนลคลาสสิก ก้าวเข้าไปข้างในด้วยจังหวะจะโคนมั่นคงราวกับเดินอยู่บนแคทวอล์กแฟชั่นวีกระดับโลก เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเฉียบ ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามกวาดตามองเหล่าคณะผู้บริหารหน้าซีดเผือดที่นั่งเรียงรายอยู่เบื้อง L-Shape Table ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ 'ภาคภูมิ' อดีตคู่หมั้นหนุ่มจอมหักหลังที่กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางยโสโอหัง
"ไม่คิดเลยนะคะว่าคนที่เราเขี่ยทิ้งไปแล้ว จะยังมีความหน้าด้านพอที่จะกล้าก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในบริษัทของฉันด้วยตัวเอง" ภาคภูมิแค่นAเสียงหัวเราะในลำคอ เขามองลินินด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ พลางผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ว่างเปล่า "นั่งลงสิ หรือว่าเธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อหุ้นสักหุ้นของที่นี่ ถึงต้องมาเดินเร่ขายหน้าตาแถวนี้แทน"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ จากเหล่าบอร์ดบริหารที่พยายามเลียแข้งเลียขาภาคภูมิ ทั้งที่บริษัทของพวกเขากำลังจมดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งหนี้สินมหาศาล
ลินินไม่โต้ตอบ เธอยังคงรักษารอยยิ้มเยือกเย็นไว้บนใบหน้า มือเรียวบางถอดถุงมือหนังแกะสีขาวออกช้าๆ วางมันลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง *ก๊อก* เบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองด้วยความอึดอัดใจอย่างประหลาด
ด้านหลังของเธอ คิรากร ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ยืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารทุกคนด้วยรัศมีเย็นเยียบและกดดันจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ภาคภูมิยังต้องหลบสายตาวูบหนึ่งด้วยความหวาดหวั่นที่อธิบายไม่ได้
"เชิญพูดธุระของคุณมาให้จบๆ ซะค่ะ ลินิน" ภาคภูมิกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการกระแทกเสียงใส่ "เพราะพวกเรามีเวลาไม่มากที่จะมานั่งเล่นขายของกับผู้หญิงตกอับอย่างเธอ หนี้สี่ร้อยล้านที่บริษัทฉันค้ำประกันไว้ เธอกำเงินสดมาจ่ายวันนี้เลยไหมล่ะ หรือว่าจะมาขอร้องให้ฉันเมตตาผ่อนผันให้อีกสักงวด?"
ลินินหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอนั้นกังวาน ใสซื่อ แต่กลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนเสียวสันหลังวาบ เธอย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้ช้าๆ อย่างสง่างาม ไขว่ห้าง และประสานมือไว้บนตัก
"ผ่อนผันเหรอคะ?" ลินินเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "คุณภาคภูมิคะ... คุณยังไม่รู้ตัวอีกหรอว่าตอนนี้ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต้องก้มหัวขอความเมตตา"
"เธอหมายความว่ายังไง!" ภาคภูมิกระแทกมือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ
"หมายความตามนี้ค่ะ"
ลินินส่งสัญญาณให้คิรากร ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเดินไปข้างหน้า เปิดแฟ้มเอกสารหนังสีดำสนิทบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนมันผ่านกระจกใสไปหยุดตรงหน้าของภาคภูมิ เอกสารตราครุฑและตราประทับของธนาคารกลาง พร้อมกับรายงานการถือครองหุ้นร้อยละ 51 ที่ถูกกว้านซื้ออย่างลับๆ ภายในเวลาไม่ถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมงถูกกางออกต่อหน้าต่อตา
"นี่มัน... อะไรกัน!" ภาคภูมิก้มลงมองตัวเลขในกระดาษ ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด มือหนาสั่นเทาจนเกือบทำเอกสารร่วงหล่น "หุ้น... หุ้นของธน S&P ห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์... มันไปอยู่กับเธอได้ยังไง! เป็นไปไม่ได้!"
"ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้หรอค่ะ มีแค่ 'มีเงิน' กับ 'ไม่มีเงิน' เท่านั้น" ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของอดีตคู่หมั้น "และบังเอิญว่า... ฉันมีเงินสดมากพอที่จะซื้อทั้งบริษัทโสቅคร่ำครึนี่ เพื่อเอาไว้ให้หมามันเห่าเล่นแก้เหงาค่ะ"
บรรยากาศในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันสนิท เสียงลมหายใจหอบถี่ของบอร์ดบริหารดังแข่งกับเสียงแอร์
"คุณลินินครับ... เรื่องนี้มัน..." ประธานอาวุโสของบริษัทรีบละล่ำละลักลุกขึ้นยืน หมายจะเดินเข้ามาประจบประแจง
แต่ลินินยกมือขึ้นห้ามด้วยปลายนิ้วเดียว รอยยิ้มทรงเสน่ห์แต่ไร้ซึ่งความปรานีปราศรัยถูกส่งให้ "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นค่ะ วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรอง... แต่ฉันมาเพื่อ 'ซื้อกิจการแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด' และพวกคุณทุกคน..."
เธอกวาดตามองบอร์ดบริหารทีละคนด้วยสายตาดุจดั่งพญายม
"...ถูกเลิกจ้าง มีผลทันที ณ วินาทีนี้ค่ะ"
ภาคภูมิเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นเก้าอี้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองและสิ้นหวัง ตลอดเวลาเขาคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่เขาจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้... ผู้หญิงที่เขาเหยียดหยาม กลับกลายเป็นเจ้าของชีวิตและลมหายใจทางธุรกิจของเขาทั้งหมด
ลินินหันหลังให้กับความวุ่นวายเบื้องหลัง เธอกำลังจะก้าวเดินออกจากห้องประชุมแห่งนี้ด้วยชัยชนะอันงดงาม ทว่า...
*กริ๊งงงง—!*
เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคิรากรดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่กลับแฝงไว้ด้วยอันตรายบางอย่างที่ทำให้ลินินต้องขมวดคิ้วมุ่น
"มีอะไรเหรอคะ คิรากร?" ลินินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
คิรากรเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า สายตาสีนิลคมกริบหันกลับมามองเธอนิ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของลินินเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"คนที่อยู่เบื้องหลังการล้มละลายของครอบครัวคุณเมื่อสามปีก่อน... เพิ่งจะแลนดิ้งถึงสนามบินส่วนตัวของเราแล้วครับ และเขาบอกว่า... ของขวัญต้อนรับการกลับมาครั้งนี้ คือการซื้อหุ้นทั้งหมดคืนจากคุณในราคาติดลบ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับความรุ่งโรจน์ของลินินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 14
บุกรุกถิ่นศัตรู
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!