เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 20

ของขวัญจากคิรากร

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"ราคานี้... คุณคิรากรคงไม่คิดจะใช้มันเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่เพื่อซื้อความสนใจของดิฉันหรอกนะคะ?" น้ำเสียงของลินินเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายตาที่วาวโรจน์ เธอเดินลงจากบันไดหินอ่อนในชุดเดรสผ้าไหมสีดาร์กช็อกโกแลตที่ขับผิวผุดผ่อง สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ยืนพิงรถยนต์คันหรู แต่กลับจ้องมองไปยัง 'ผลงานศิลปะ' ที่จอดสงบนิ่งอยู่หน้าคฤหาสน์ของเธอ มันคือยนตรกรรมสั่งทำพิเศษรุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียงสามคันในโลก ตัวถังสีน้ำเงินมิดไนท์บลูสะท้อนแสงไฟจากคฤหาสน์จนดูราวกับก้อนอัญมณีล้ำค่าที่เพิ่งถูกเจียระไน มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่มันคือสัญลักษณ์ของอำนาจที่คนธรรมดาไม่มีวันเอื้อมถึง คิรากรขยับยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มของเขาหรี่ลงขณะจ้องมองหญิงสาวที่เขาเฝ้าทะนุถนอมด้วยความกระหาย "สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นเพียงยานพาหนะราคาแพง แต่สำหรับลินิน... มันคือสิ่งที่ควรค่าแก่การรองรับฝีเท้าของราชินีผู้กุมชะตาชีวิตของศัตรูไม่ให้หลุดมือไปง่ายๆ ต่างหากล่ะครับ" ลินินหยุดเดินตรงหน้าเขา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเฉพาะตัวของคิรากรอบอวลอยู่ในอากาศ เธอขยับเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขา "ฉันไม่เคยต้องการของขวัญเพื่อปรนเปรอความทะเยอทะยาน คิรากร... คุณก็รู้" "ผมไม่ได้ให้เพื่อปรนเปรอ แต่ผมให้เพื่อ 'สนับสนุน' อำนาจของคุณ" เขาเอื้อมมือไปคว้ากุญแจรถวางบนฝ่ามือของเธอ นิ้วมือหนาสัมผัสกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของหญิงสาวเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับส่งกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย "วันนี้พวกสภาบริหารจะเปิดประชุมวาระเร่งด่วนเพื่อตัดงบประมาณโครงการอสังหาฯ ของคุณ... คุณควรจะไปถึงที่นั่นในฐานะผู้ที่เหนือกว่า ไม่ใช่คนที่กำลังถูกกดดัน" ลินินรับกุญแจมาถือไว้ น้ำหนักของมันช่างหนักอึ้งแต่น่าหลงใหล เธอไม่ได้เอ่ยขอบคุณ แต่กลับยกยิ้มที่ทำให้หัวใจของคิรากรกระตุกวาบ มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "งั้นเราก็คงต้องไปเยือนที่นั่นกันเดี๋ยวนี้เลยนะคะ" ลินินก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ราวกับเสือดาวที่ตื่นจากการหลับใหล กลิ่นหนังแท้ภายในห้องโดยสารทำให้เธอรู้สึกถึงพลังอำนาจที่ไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว เธอเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ ทิ้งให้คิรากรยืนมองตามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและ 'ความเป็นเจ้าของ' ที่ไม่มีใครอาจสั่นคลอนได้ บรรยากาศหน้าอาคารสำนักงานสภาบริหารวันนี้วุ่นวายกว่าที่เคย เหล่านักข่าวและผู้ถือหุ้นต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่มจมของบริษัทลินิน แต่เมื่อรถสปอร์ตสีน้ำเงินคันนั้นปรากฏตัวขึ้น ทุกการสนทนาก็หยุดกึก ลินินก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสง่างามราวกับนางพญาที่กำลังเสด็จออกว่าราชการ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องไปทั่วลานกว้าง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอ—บางคนด้วยความริษยา บางคนด้วยความหวาดหวั่น และบางคน... ด้วยความอาฆาตที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากที่บิดเบี้ยว เธอกวาดสายตามองกลุ่มชายสูงวัยในชุดสูทราคาแพงที่พยายามแสดงออกถึงอำนาจเหนือกว่า ก่อนจะหยุดสายตาที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง—คู่ปรับที่เพิ่งเสียผลประโยชน์จากเธอไปเมื่อสัปดาห์ก่อน "วันนี้อากาศร้อนจังเลยนะคะ" ลินินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับได้ยินชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน "จนดิฉันเกรงว่าบางคนอาจจะหัวใจวายตายก่อนที่การประชุมจะเริ่มเสียอีก" ชายคนนั้นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "อย่าอวดดีให้มากนักลินิน! ต่อให้เธอมีรถคันนี้ แต่มันก็ช่วยปิดบังความล้มเหลวของโครงการเธอไม่ได้!" ลินินไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่เธอหยิบแท็บเล็ตจากมือคิรากรที่เดินตามหลังมาขึ้นมาเปิดหน้าจอข้อมูลการโอนเงินจำนวนมหาศาลจากบัญชีลับที่เพิ่งสืบเจอความผิดปกติเมื่อเช้านี้ เธอชูหน้าจอให้เขาเห็นเพียงชั่วครู่ก่อนจะเก็บมันลง "โครงการของฉันอาจจะล้มเหลวในสายตาคุณ... แต่เงินจำนวนนี้ที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณเมื่อสิบห้านาทีก่อน... คิดว่าผู้ตรวจสอบบัญชีจะเรียกว่าอะไรดีคะ?" สีหน้าของชายผู้นั้นซีดเผือดลงทันตาเห็น ร่างกายสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าผู้บริหารคนอื่นๆ ที่ต่างเริ่มมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง ทว่าในวินาทีที่ลินินกำลังจะก้าวเดินต่อไปยังทางเข้า เสียงไซเรนจากรถตำรวจหลายคันก็ดังระงมขึ้นหน้าอาคาร ผู้กำกับการตำรวจเดินลงมาพร้อมหมายจับในมือ และเป้าหมายของเขาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากชายที่เพิ่งจะข่มขู่ลินินเมื่อครู่! ลินินหยุดเดิน หันกลับมามองภาพเบื้องหลังด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่คิรากรขยับเข้ามากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "ผมจัดการเรื่องหลักฐานให้เรียบร้อยแล้วครับ... แต่ดูเหมือนจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญแอบซุ่มรอคุณอยู่ในห้องประชุมชั้นบนสุด" ลินินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาเธอไม่ได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "ใครคะ?" "คนที่คุณเคย 'ทำลาย' ทิ้งไปเมื่อชาติก่อน... คนที่ควรจะจมกองเพลิงไปตั้งนานแล้ว" ประตูลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทที่ยืนรออยู่หน้าห้องประชุมด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของลินินหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะใบหน้านั้น... คือใบหน้าที่เธอจำได้แม่นยำที่สุดในฐานะความแค้นฝังลึกจากอดีตชาติ! เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับก้าวต่อไปของลินินนะคะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%