เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 18

คนทรยศในบริษัท

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
แฟ้มเอกสารปกหนังแท้สีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงดังสนั่น ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แม้ระบบปรับอากาศจะทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทว่าไอร้อนระอุจากความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้กลับแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวระหงของหญิงสาวผู้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้าน ลินินปรายตามองกลุ่มบุคคลเบื้องหน้าด้วยแววตาดุจคมมีดน้ำแข็ง เธอนั่งไขว่ห้างในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำดั่งผลเชอร์รี่สุกงอม รัศมีแห่งความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจแผ่ขยายจนผู้บริหารระดับสูงหลายคนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา "สามสิบล้าน..." เสียงหวานใสแต่เยືือกเย็นเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "เงินจำนวนนี้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพวกคุณผ่านบริษัทบังหน้าในต่างประเทศเมื่อวานนี้ตอนเที่ยงตรง ช่างเป็นตัวเลขที่น่าสนใจเสียจริงนะคะ สำหรับการขายข้อมูลลับทางการเงินและแผนการประมูลโปรเจกต์ใหญ่ให้แก่คู่แข่งของเรา" พนักงานอาวุโสฝ่ายบัญชีหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกจนแทบจะพูดไม่ออก เขาพยายามอ้าปากแก้ตัว "ทะ... ท่านประธานครับ คือ... เรื่องนี้มันอาจจะเป็นความเข้าใจผิด..." "ดิฉันบอกแล้วใช่ไหมคะ ว่าห้ามใช้คำว่า 'ครับ' ในอาณาจักรของดิฉัน... อ้อ ลืมไป พวกคุณคงไม่มีโอกาสได้ใช้มันอีกแล้วล่ะค่ะ" ลินินยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เธอไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาเป็นเสียงตบะแตก แต่ความนิ่งสงบราucคลื่นใต้น้ำนี่ต่างหากที่น่ากลัวที่สุด เธอผายมือเรียวสวยไปยังหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง ซึ่งตอนนี้กำลังแสดงหลักฐานเส้นทางการเงิน สลิปการโอนเงิน และบันทึกการสนทนาทางแชทระหว่างกลุ่มคนทรเบศเหล่านี้กับตระกูลคู่แข่งอย่างชัดเจนไร้รอยต่อ ทุกหลักฐานถูกขุดคุ้ยและรวบรวมมาอย่างสมบูรณ์แบบภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง ราวกับเธอนั่งมองพวกมันขุดหลุมฝังศพตัวเองด้วยความสนุกสนาน "คุณลินินคะ! ไว้ชีวิตพวกเราเถอะค่ะ พวกเราแค่... แค่หลงผิดไปชั่วขณะ..." หญิงสาวฝ่ายการตลาดคนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาหมายจะกهمชายกระโปรงสูทของเธอเพื่ออ้อนวอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดน บอดี้าร์ดร่างยักษ์ชุดสูทดำสองคนก็ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ทันที พร้อมกับกดไหล่เธอกดลงไปคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงด้วยความเฉียบขาด ลินินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะประชุม ดวงตากลมโตคู่คมจ้องมองหญิงสาวที่กำลังสะอื้นไห้แทบเท้าด้วยความสมเพชเวทนา "หลงผิดเหรอคะ? การทรยศหักหลังองค์กรที่เลี้ยงดูพวกคุณมาด้วยเงินเดือนและโบนัสก้อนโต มันไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือสันดานค่ะ" ลินินน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดืดมีดโกน "ในเมื่อพวกคุณรักเงินสามสิบล้านนั่นนัก... ก็เชิญเก็บกระเป๋าออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกันตามสบายนะคะ แต่บอกไว้ก่อนว่า ทีมทนายความมือหนึ่งของฉันกำลังยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งมูลค่าพันล้าน พร้อมกับคดีอาญาข้อหาฉ้อโกงและเปิดเผยความลับทางการค้า... เตรียมตัวติดคุกหัวโตจนแก่ตายได้เลยค่ะ" เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นทั่วห้องประชุม บางคนถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่าจุดจบของพวกเขามันช่างมืดมนและไร้ทางหนีทีไล่ อำนาจเงินของลินินไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อเจ้อ แต่มันคืออาวุธที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามบังอาจขวางทางเธอให้แหลقคามือในชั่วพริบตา ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง คิรากร ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้เย็นชาต่อโลกใบนี้ ยกเว้นก็แต่... ภรรยาในอนาคตของเขาคนนี้เท่านั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวของลินิน แววตาเย็นชาคู่นั้นแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและคลั่งรักในเสี้ยววินาที เขาเดินตรงเข้าไปหาเธออย่างไร้เกรง "จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ... ที่รัก" คิรากรเอ่ยเสียงทุ้มต่ำน่าฟัง พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารอีกชุดลงข้างๆ เธอ "ผมเพิ่งจัดการซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคู่แข่งที่อยู่เบื้องหลังพวกสุนัขรับใช้เหล่านี้เรียบร้อยแล้ว... ตอนนี้ พวกมันกลายเป็นลูกจ้างในบริษัทที่เราเป็นเจ้าของใหญ่เรียบร้อยแล้วล่ะครับ" ลินินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้รู้ใจที่มักจะก้าวล้ำนำหน้าแผนการของเธอไปหนึ่งก้าวเสมอ สมกับที่เป็นคู่ชีวิตที่คู่ควรกันอย่างแท้จริง "คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ เลยนะคะ คิรากร" "ผมก็ร้ายกับคนอื่น... แต่ยอมสยบให้คุณแค่คนเดียวนะครับ" คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าระรัว ทำเอาลินินรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่า ในวินาทีที่ความหวานชื่นกำลังอบอวล ทันใดนั้นเอง ประตูห้องประชุมอีกด้านหนึ่งที่เชื่อมต่อกับลิฟต์ส่วนตัววีไอพีก็เปิดผาดออก เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของตึกดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยเนื้อตัวสั่นเทา "ทะ... ท่านประธานค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาสาวหอบหายใจถี่กระชั้น สีหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี "มี... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนหนึ่ง บุกฝ่าด่านระบบรักษาความปลอดภัยขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้โดยที่ระบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ... และ... และเขาบอกว่า..." ลินินหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณอันแหลมคมเตือนภัยขึ้นมาทันที "เขาบอกว่าอะไรคะ?" "เขาบอกว่า... เขาคือผู้ถือหุ้นใหญ่ตัวจริงผู้มีอำนาจยับยั้งทุกการตัดสินใจของคุณ... และเขาก็คือ..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "อดีตคู่หมั้นของคุณที่ประกาศว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อนค่ะ!" *เอวาลินน์ปลายพู่กัน*
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%