เสียงกรีดร้องของกระดาษเอกสารตราครุฑที่ถูกฉีกกระชากด้วยความสิ้นหวังดังแข่งกับเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระจกห้องทำงานหรูหรา
บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงลิบลิ่ว บัดนี้เต็มไปด้วยใบแจ้งหนี้ หนังสือทวงถาม และคำสั่งยึดทรัพย์ระลอกสุดท้ายที่กองสูงเป็นภูเขาเหล่ากา ไร้ซึ่งร่องรอยความสง่างามของตระกูลผู้ดีเก่าที่เคยผูกขาดอำนาจทางสังคมมานานหลายทศวรรษ เหลือเพียงชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์ดังยับยู่ยี่ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แสดงข้อความเตือนสถานะบัญชีธนาคารสุดท้ายถูกอายัดทั้งหมด และประกาศคำสั่งล้มละลายเด็ดขาดจากศาลที่เพิ่งส่งตรงถึงมือเขาในวินาทีนี้เอง!
“เป็นไปไม่ได้... มันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อฉันเพิ่งโอนเงินไปค้ำประกันโปรเจกต์เมื่อสัปดาห์ก่อน!” เสียงแหบพร่าตะโกนอย่างคนเสียสติ เขาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความตระหนก
“ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอค่ะ สำหรับคนที่ประเมินกำลังของคู่ต่อสู้ต่ำเกินไป”
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่บัดนี้กลายเป็นห้องพิพากษา
ลินินก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับลวดลายปักดิ้นทองคำขาวที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ รอยยิ้มบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงกุหลาบไม่ได้บ่งบอกถึงความโกรธแค้น แต่มันคือความเยือกเย็นของผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู เธอกวาดสายตามองสภาพของคนที่เคยเหยียดหยามเธออย่างไม่ไยดี ด้วยแววตาดุจพญาหงส์ที่มองดูมดปลวกดิ้นรนบนฝ่ามือ
ด้านข้างของเธอคือ คิรากร ประธานกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล เขายืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้ม รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง สายตาคมกริบที่มองไปยังอดีตเศรษฐีผู้ล่มสลายราวกับกำลังมองซากศพที่ไร้ค่า ไม่มีคำพูดใดหลุดจากริมฝีปากของเขา เพราะสำหรับคิรากรแล้ว การที่ลินินลงมือจัดการด้วยตัวเอง คือความบันเทิงเดียวที่เขายอมยืนมองอยู่เคียงข้างอย่างจงรักภักดี
“คุณลินิน... ได้โปรด... เมตตาผมสักครั้งเถอะครับ หนี้ก้อนนี้... ผมสัญญาว่าจะทยอยใช้คืนให้ ขอเวลาผมอีกสักหน่อย...” เสียงสะอื้นไห้และท่าทีหมอบราบคาบศอกช่างน่าสมเพชยิ่งนัก ชายผู้เคยเชิดหน้าชูตาในสังคมชั้นสูง บัดนี้กลับก้มกราบแทบเท้าของหญิงสาวที่เขาเคยพยายามเหยียบย่ำให้จมดิน
ลินินก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงสูทลากผ่านพื้นอย่างสง่างาม เธอหยุดยืนเบื้องหน้า ร่างระหงโน้มตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและความหวาดกลัวนั้น
“เมตตางั้นหรือคะ?” ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวเสียงระฆังแก้ว แต่กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “วันที่คุณใช้อำนาจเงินบีบบังคับให้บริษัทของครอบครัวฉันต้องล้มละลายจนพ่อแม่ฉันล้มป่วย คุณเคยมีความเมตตาอยู่ในหัวใจบ้างไหมคะ? วันที่คุณหัวเราะเยาะบนความพินาศของคนอื่น คุณจำได้ไหมว่าเคยพูดว่าอย่างไร?”
อดีตเศรษฐีหน้าถอดสีริมฝีปากสั่นระริก พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
“คุณบอกว่า ‘โลกนี้มีไว้สำหรับคนที่มีเงินและอำนาจ ส่วนคนจนคือสุนัขที่รอความตาย’ ใช่ไหมคะ?” ลินินทวนคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “วันนี้ ฉันก็แค่นำคำพูดของคุณมาคืนให้ครบทุกกระบวนความ... ในเมื่อคุณไม่มีเงินสดมาใช้หนี้ก้อนโตที่ทำลายชีวิตคนอื่น กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางธุรกิจก็มีทางออกที่สมเกียรติให้คุณค่ะ”
เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณเบาๆ ด้านหลัง บอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทหลายนายก้าวเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีแดงเพลิงที่บ่งบอกถึงการประมูลบังคับคดี
“ทางเลือกแรกคือ ติดคุกข้อหาฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สินในตลาดหลักทรัพย์... กับทางเลือกที่สอง...” ลินินเว้นจังหวะ ปรายตามองไปยังกองทรัพย์สินและภาพวาดราคาแพงบนผนัง “ขนสมบัติทั้งหมดของคุณ ทั้งคฤหาสน์หลังนี้ รถหรูทุกคัน เครื่องประดับตระกูล และหุ้นทุกเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ ออกมาประมูลขายทอดตลาดในราคารับซื้อคืนขั้นต่ำ เพื่อใช้หนี้ให้กับฉันในวันนี้เสีย”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดด้านนอก ชายผู้เคยยิ่งใหญ่ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่ำไห้โฮราวกับเด็กถูกทิ้ง สมบัติทุกชิ้นที่สะสมมาทั้งชีวิต ภาพวาดของบรรพบุรุษที่แขวนประดับฝาผนัง เครื่องเพชรประจำตระกูลที่สืบทอดกันมา ทั้งหมดกำลังจะถูกพรากไปเพื่อชดใช้ความโลภและความผิดพลาดของตัวเอง
“ผม... ผมยอมแล้ว...” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากที่แห้งผาก “ผมยอมขายทุกอย่าง... ยกให้คุณหมดเลย...”
ลินินแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด ทว่าอันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน เธอหยิบปากกาหมึกซึมทองคำแท้จากกระเป๋าเสื้อ ยื่นเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดลงตรงหน้าเขา พร้อมกับบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้วงเงินที่คิรากรหยิบยื่นให้อย่างรู้ใจ
“เซ็นชื่อตรงนี้นะคะ แล้วบทเรียนราคาแพงบทนี้... จะได้จารึกไว้ว่า ใครคือผู้ที่กุมอำนาจที่แท้จริงบนกระดานนี้”
ชายผู้พ่ายแพ้หยิบปากกาด้วยมือที่สั่นเทา จรดปลายปากกลงบนกระดาษอย่างจำนนต่อโชคชะตา ขณะที่ลินินยืนมองภาพความล่มสลายนั้นด้วยความสะใจที่เอ่อล้นในอก ความแค้นที่สุมอกมานานนับปีได้รับการชำระสะ้างจนหมดสิ้น ความมั่งคั่งและอำนาจที่เธอสร้างขึ้นด้วยมือตัวเองพิสูจน์แล้วว่า ไม่มีศัตรูหน้าไหนกล้าอาจหาญมาขวางทางเธออีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่ลายเซ็นสุดท้ายบนเอกสารโอนกรรมสิทธิ์สมบัติชิ้นสุดท้ายกำลังจะเสร็จสิ้น เสียงปรบมือเบาๆ จากมุมมืดของห้องโถงกว้างก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศแห่งชัยชนะลงในพริบตา!
ร่างสูงโปรสง่าของชายแปลกหน้าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าครึ่งซีกถูกซ่อนไว้ภายใต้แสงไฟสลัว แต่รอยยิ้มมุมปากที่ส่งตรงมายังลินินกลับทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวาบด้วยความรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“ช่างเป็นการแสดงที่งดงามและเด็ดขาดสมเป็นคุณจริงๆ ครับ... คุณลินิน” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยขึ้น พร้อมกับเอกสารลับอีกฉบับที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน “แต่เกรงว่า... สมบัติทั้งหมดที่คุณเพิ่งยึดมาเมื่อครู่ ยังไม่ใช่ ‘ทั้งหมด’ ที่ตระกูลนี้ซ่อนไว้หรอกนะครับ”
ลินินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตื่นตะลึง ขณะที่คิรากรก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า และเมื่อเอกสารฉบับนั้นกางออก เผยให้เห็นรายชื่อผู้ถือหุ้นที่แท้จริงเบื้องหลัง... มันกลับไม่ใช่ชื่อของคนที่กำลังนั่งร้องไห้คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง แต่เป็นชื่อของบุคคลที่ลินินคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของเอวาลินน์ปลายพู่กันมาโดยตลอดนะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 33
บทเรียนราคาแพง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!