เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 25

ค่ำคืนใต้แสงดาวกับคนคลั่งรัก

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตีเข้าใส่ระเบียงกระจกใสของเพนต์เฮาส์หรูจนเกิดเสียงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ ทว่าในวินาทีที่ร่างสูงสง่าของผู้มาใหม่ก้าวลงมาจากยานพาหนะลำนั้น ลินินกลับไม่ได้สนใจความวุ่นวายเบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมกริบของเธอยังคงสะท้อนภาพของชายหนุ่มตรงหน้า—คิรากร ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ผู้เย็นชาต่อคนทั้งโลก ยกเว้นก็แต่เธอคนเดียวที่ได้ครอบครองพื้นที่อบอุ่นทั้งหมดในหัวใจของเขา "คุณ..." ลินินพึมพำแผ่วเบา ขณะที่กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นลมหนาวราตรีลอยมาปะทะจมูก คิรากรไม่ได้เอ่ยคำใดในทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ราวกับเสือดาวที่กำลังย่างก้าวเข้าอาณาเขตของตนเอง ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เจือความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นบางเบา—รอยยิ้มที่หากพวกนักลงทุนหน้าเลือดในตลาดหลักทรัพย์ได้เห็นคงต้องขยี้ตาด้วยความตกใจ เพราะมันคือรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและอ่อนโยนจนแทบหยาดเยิ้ม "ตกใจมากหรือคะคนดี" เสียงทุ้มต่ำนุ่มลึกดังขึ้นชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณต้นคอระหงจนลินินต้องเผลอหดไหล่ด้วยความจั๊กจี้และตื่นตัว "คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะคะคิรากร" ลินินถอนหายใจยาว พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเองไว้ภายใต้มาLของนักธุรกิจหญิงผู้กุมความมั่งคั่งระดับพันล้าน "นี่มันดาดฟ้าตึกกลางใจเมืองนะ ถ้าข่าวหลุดออกไปว่าประธานกลุ่มคิรากรกรุ๊ปบินเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาจอดเทียบตึกฉันตอนเที่ยงคืน หุ้นพรุ่งนี้คงเปิดโดดพุ่งกระฉูดจนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ต้องเรียกสอบแน่ๆ" "ก็ปล่อยให้พวกเขาตรวจไปสิคะ" คิรากรตอบอย่างไม่ยี่หระ มือหนายื่นออกไปไล้เส้นผมสีดำสนิทที่ปลิวไสวตามแรงลมเบาๆ ก่อนจะสอดนิ้วเรียวเข้าไปสางปอยผมที่ปรกแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "เงินในบัญชีของผม อำนาจทั้งหมดที่ผมมี... ต่อให้ต้องแลกด้วยการซื้อตึกทั้งแถบนี้เพื่อให้ได้ยืนมองคุณใกล้ๆ แบบนี้ มันก็ยังคุ้มค่าเกินกว่าจะประเมินราคาเลยด้วยซ้ำ" คำพูดที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยน้ำหนักมหาศาลนี้ทำเอาหัวใจของลินินกระตุกวูบ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น—ดวงตาที่มักจะใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเยือกเย็นและไร้ความปรานี แต่ในยามนี้มันกลับสะท้อนเพียงภาพเงาของเธอคนเดียวเท่านั้น เต็มไปด้วยความคลั่งรัก ความหวงแหน และความจริงจังที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา นี่ไม่ใช่คำหวานหยดย้อยจากพวกผู้ชายเจ้าชู้ทั่วไป แต่มันคือคำประกาศิตจากชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประเทศ ที่พร้อมจะยกโลกทั้งใบมาวางแทบเท้าเธอหากเธอเอ่ยปากขอ "คุณนี่มัน..." ลินินหลบสายตาไปทางอื่นชั่วขณะ พวงแก้มเนียนเน่าเรื่อขึ้นสีแดงจางๆ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งความเขินอายที่หาได้ยากยิ่งนี้ทำให้คิรากรถึงกับหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างทอประกย์ราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่นลงมาประดับผืนดิน ทว่าไม่มีดวงดาวดวงไหนจะสุกสกาวเท่าประกายในดวงตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกแล้ว คิรากรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง กลิ่นกายสะอาดสดชื่นผสมผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมลินินไว้ทั้งหมด มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอขึ้นมาสัมผัสสัมผัสช้าๆ นิ้วหัวแม่มือลูบไล้หลังมือของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังทะนุถนอมสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล "ลินิน..." เสียงเรียกชื่อเธอนั้นทุ้มต่ำและจริงจังจนบรรยากาศโดยรอบเงียบงันลงทันที "ตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณใช้ความฉลาด ความเด็ดเดี่ยว และเงินทองที่คุณหามาได้ด้วยตัวเอง ฟาดฟันพวกเศษสวะที่เคยเหยียบย่ำคุณจนพวกมันต้องคุกเข่า..." ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เงียบฟังสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ย "คุณเก่งเหลือเกิน เก่งจนบางครั้งผมก็อดนึกห่วงไม่ได้ว่า... ในวันที่คุณเหนื่อยล้าจากการแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว ใครกันล่ะที่จะคอยโอบกอดคุณไว้" คิรากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ข้างใน "ให้ผมเป็นคนๆ นั้นได้ไหมคะ ลินิน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหนาวพัดผ่านผิวกายแต่หัวใจกลับอุ่นวาบจนเกือบจะหลอมละลาย ลินินเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย ความทรงจำในชาติก่อนที่เคยถูกหักหลังและเหยียบย่ำผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ—โลกที่ไร้ความปราณี โลกที่เงินคืออำนาจเดียวที่จะปกป้องตัวเองได้ เธอกลายเป็นนางร้ายผู้เย่อหยิ่งเพราะเชื่อว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่พึ่งพาได้ ทว่าในเวลานี้... มีผู้ชายคนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงจุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจเช่นเดียวกับเธอ แต่เขากลับยอมลดทอนกำแพงทั้งหมดลง เพียงเพื่อให้ได้ยืนเคียงข้างและปกป้องเธอจากลมพายุ "คุณมั่นใจแล้วเหรอคะคิรากร" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ทว่าแฝงความสั่นไหวเล็กน้อย "การอยู่ข้างฉัน มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนะคะ ฉันมีศัตรู มีเรื่องยุ่งเหยิง และมีปัญหาทางการเงินระดับพันล้านที่ต้องสะสางอีกเยอะ" "ผมไม่ได้ต้องการกลีบกุหลาบ" คิรากรแย้มยิ้มบางๆ แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นที่ทรงพลัง "ผมต้องการแค่คุณ... ไม่ว่าศัตรูของคุณจะเป็นใคร หรือโลกใบนี้จะเกลียดชังคุณแค่ไหน จำไว้ว่าผมจะยืนอยู่ตรงนี้ ใช้ทุกอย่างที่ผมมี—ทั้งอำนาจ อิทธิพล และเงินตราทั้งหมด เพื่อเหยียบย่ำทุกFคนที่กล้าทำให้คุณเสียน้ำตา" คำพูดที่ดุดันแต่เปี่ยมด้วยความรักอันล้นปรี่นี้ ทำให้หัวใจของลินินพองโตจนแทบระเบิด เธอยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของ "นางร้ายตัวแม่" ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ "ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว... ฉันจะปฏิเสธลงได้ยังไงล่ะคะ" ลินินกระซิบชิดริมฝีปากของเขา "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าวันไหนคุณกล้าทำตัวนอกลู่นอกทาง ฉันจะใช้บัตรเครดิตทุกใบของคุณรูดซื้อบริษัทของคุณทิ้ง แล้วไล่คุณออกเป็นคนแรกเลยคอยดูสิ" คิรากรหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอุ่นลงบนเรียวปากนุ่มของเธออย่างอ่อนโยนและลึกซึ้ง ท่ามกลางหมู่ดาวประกายแสงบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหอมหวานถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคิรากรก็แผדเสียงสั่นครืนทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นชาตามวิสัยนักธุรกิจ "มีอะไร... ถ้าไม่สำคัญพอ ฉันจะไล่คุณออกพรุ่งนี้เช้า" ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หุ้นในเครือบริษัทคู่แข่งรายใหญ่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานผิดปกติ มีกลุ่มทุนปริศนาทุ่มเงินมหาศาลหลักหมื่นล้านเข้ากวาดซื้อหุ้นทั้งหมดในตลาดแบบบล็อกดีล... และ... และบุคคลปริศนาที่ถือครองสิทธิ์อำนาจสูงสุดในการควบคุมบริษัทนั้นตอนนี้... กำลังเดินทางมาที่นี่ครับ!" คิรากรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันกลับมามองหน้าลินินทันที ในขณะเดียวกัน ลินินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ และได้ยินเสียงลอดออกมาจากโทรศัพท์ ใบหน้าหวานก็ต้องเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มพึงพอใจเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา เมื่อเธอตระหนักได้ว่า... เกมการเงินครั้งนี้ มันใหญ่และอันตรายกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายร้อยเท่า! - "เอวาลินน์ปลายพู่กัน" -
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%