เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 9

เมื่อตัวร้ายเริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันยามวิกาล ตามมาด้วยฝีเท้าของรองเท้าคอมแบทนับสิบคู่ที่ย่ำเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องทำงานส่วนตัวอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ลินินไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน ร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิททิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงระยับอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิด—เงาของชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ากำลังพังประตูชั้นนอกเข้ามาด้วยเครื่องมือไฮดรอลิก พวกมันไม่ใช่โจรทั่วไป... กลิ่นอายความตายและเป้าหมายที่ชัดเจนขนาดนี้ มีแค่ตระกูล “วรากุล” หรือไม่ก็พวกสุนัขรับใช้ที่ร้อนตัวจนเนื้อเต้นหลังจากเห็นเธอกว้านซื้อหุ้นในเครือไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ "คุณลินินครับ สัญญาณเตือนภัยระดับสามถูกเปิดใช้งานแล้ว ทีมรักษาความปลอดภัยส่วนกลางกำลังติดพันกับคนร้ายกลุ่มใหญ่ที่หน้าประตูคฤหาสน์... เราต้องรีบออกทางอุโมงค์ลับเดี๋ยวนี้ค่ะ" เสียงร้อนรนของหัวหน้าบอดี้ประจำตัวดังผ่านอุปกรณ์สื่อสารชิ้นเล็กที่แนบอยู่กับใบหู "ไม่ต้อง" ลินินเอ่ยสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนปลายสายชะงัก "ปล่อยให้พวกมันเข้ามาให้ถึงหน้าโต๊ะทำงานของฉัน แล้วถอนกำลังออกไปทั้งหมด ห้ามใครขัดขวางเด็ดขาด" "แต่ว่า...!" "ฉันบอกให้ถอนกำลัง นั่นคือคำสั่งค่ะ" เธอกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย เรียวคิ้วโก่งได้รูปขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ มากกว่าความหวาดกลัว เงินในบัญชีระดับแสนล้านที่ระบบมอบให้หลังจากการ "ตบหน้า" บรรดาไฮโซจอมปลอมในงานสังคมสัปดาห์ก่อน ไม่ได้มีไว้แค่ซื้อความสุขสบาย แต่มันคืออำนาจเบ็ดเสร็จที่สามารถซื้อแม้กระทั่งความภักดีหรือลมหายใจของใครก็ได้... แล้วไพ่พวกนี้คิดหรือว่า จะใช้กำลังหยาบๆ มาสยบคนอย่างเธอได้? *ปัง!* ประตูบานไม้สักทองหนาน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วอากาศ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างกำยำในชุดยุทธวิธีสีดำสนิทไม่ต่ำกว่าห้าคน ในมือของพวกมันถืออาวุธปืนสั้นติดท่อเก็บเสียงครบมือ ดวงตาใต้หน้ากากกวาดมองหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หญิงสาวเพียงคนเดียวที่นั่งไขว่ห้างจิบชาคาโมมายล์อยู่อย่างสบายใจ "ถือว่าใจกล้าไม่เบานี่ แม่นางร้ายตกอับ" เสียงทุ้มต่ำลอดออกมาจากชายผู้เป็นหัวหน้าทีมลอบสังหาร รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นผ่านสายตาที่มองมา "เจ้านายของเราฝากมาถาม... เงินนับพันล้านที่เธอใช้กว้านซื้อหุ้นในตลาดเมื่อวาน มันมาจากไหน? ฟอกเงินจากแหล่งไหนถึงได้กล้าท้าทายอำนาจตระกูลใหญ่ขนาดนั้น" ลินินวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบกันเบาๆท่ามกลางความตึงเครียดกลับยิ่งสร้างแรงกดดันให้กลุ่มมือสังหารโดยไม่รู้ตัว เธอยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามราวกับปีศาจสาวล่อลวงวิญญาณ แต่มันกลับอาบไปด้วยยาพิษที่พร้อมจะกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า "แหล่งเงินงั้นเหรอคะ..." ลินินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับชุดให้เรียบตơiก่อนจะก้าวเข้าไปหาพวกมันทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวปากกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่หน้าผาก "น่าขันเสียจริง พวกคุณเป็นถึงมืออาชีพที่รับใช้คนระดับนั้น แต่กลับไม่มีสมองพอจะคิดได้หรอกว่า... เงินที่มากพอจะซื้อชีวิตพวกคุณได้ทั้งโคตร มันไม่ได้มาจากการคดโกงหรอกค่ะ แต่มมันมาจากการที่ฉัน 'รวย' กว่าพวกเจ้านายกระจอกๆ ของพวกคุณหลายร้อยเท่าต่างหาก" "ปากดีนักนะ! คิดว่ามีเงินแล้วจะรอดจากกระสุนนัดนี้ไปได้รวดเร็วงั้นเรอะ!" มือสังหารคนสนิทพุ่งง้างด้ามปืนหมายจะเข้ามาฟาดเข้าที่ใบหน้าของเธอเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ แต่ก่อนที่ปลายโลหะเย็นเฉียบจะทันได้แตะต้องผิวเนื้อ ลินินกลับไม่ได้หลบหรือแสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความเย่อหยิ่งทระนงจนน่าสะพรึงกลัว พร้อมกันนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินแหวกความมืดก็ทิ้งตัวลงจอดบนลานดาดฟ้าเหนือห้องทำงานอย่างรุนแรง แรงลมมหาศาลทำให้กระจกหน้าต่างบานใหญ่ร้าวเป็นทางยาว *แกร็ก...* เสียงปลดล็อกประตูนิรภัยด้านหลังห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของ 'คิรากร' ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก แต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่กล้าแตะต้องผู้หญิงของเขาให้เป็นจุล ในมือของชายหนุ่มไม่ได้ถืออาวุธสงคราม... แต่เขากลับถือสมาร์ทโฟนหน้าจอสีดำที่กำลังแสดงข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินเข้าบัญชีกลางของกลุ่มตระกูลวรากุล—ศัตรูคู่อาฆาต—ด้วยตัวเลขศูนย์ตามหลังนับสิบหลัก พร้อมคำสั่งสั้นๆ ที่ทำเอาคนทั้งตระกูลต้องล้มละลายภายในสามวินาที "ใคร... ที่มันบังคับอาจหาญกล้ามาขู่ภรรยาผม" คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ากดดันจนมือสังหารทั้งหมดถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับนางร้ายตกอับตามที่ได้รับบรีฟมา แต่กำลังขุดหลุมศพให้ตัวเองด้วยมือของมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศต่างหาก ลินินแย้มยิ้มกว้างขึ้น เธอเดินเข้าไปคล้องแขนแกร่งของคู่หมั้นหนุ่มอย่างสนิทสนม ก่อนจะก้มลงมองบรรดามือสังหารที่ตอนนี้ซีดเผือดราวกับศพไร้จิตวิญญาณ "ยินดีต้อนรับสู่เกมการเงินของฉันนะคะ... หวังว่าพวกคุณจะเตรียมเงินค่าทำขวัญมามากพอ เพราะฉันไม่รับคำขอโทษเป็นเงินสดหรอกค่ะ" ดวงตาของลินินหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานปรากฏภาพกล้องวงจรปิดภายนอกคฤหาสน์... รถหรูสีดำสนิทนับสิบคันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทุกทางหนี และบุคคลที่ก้าวลงมาจากรถคันกลางไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น "คุณหญิงมณฑา" ศัตรูตัวฉกาจที่เคยเหยียบย่ำเธออย่างไร้ความปรานีในอดีต ทว่าในเวลานี้ สีหน้าของอีกฝ่ายกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ถือเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินทั้งหมดสั่นเทาอยู่ในมือราวกับคนใกล้ตาย ขณะที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอด้วยความจำยอม คิรากรก้มมองคนในอ้อมแขน มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างพึงพอใจ "เกมนี้ คุณเป็นคนเริ่ม... แต่ผมจะเป็นคนปิดบัญชีให้ราบคาบเองครับที่รัก" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาสาดประกายความสะใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ดีค่ะ... งั้นเรามาเริ่มเช็คบิลกับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' คนแรกกันเลยดีกว่า" เอวาลินน์ปลายพู่กันขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%