“ถ้าข้อเสนอของฉันคือการกว้านซื้อหนี้ทั้งหมดสามหมื่นล้านที่แกถือครองอยู่... แลกกับการที่แกต้องเซ็นสละสิทธิ์ขาดในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้บริษัทของฉันล่ะ”
เสียงหวานใสที่เจือด้วยรอยยิ้มเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันและกดดันภายในห้องรับรองชั้นบนสุดของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว กลิ่นอายของความตึงเครียดคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหอมจางๆ ของชาซีลอนชั้นเลิศ ลินินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท ใบหน้ารูปไข่ประดับด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยคมกริบดั่งใบมีดเคลือบกำมะหยี่กำลังจ้องมองตรงไปยังชายวัยกลางคนฝั่งตรงข้าม ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่ออิทธิพลมืดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเขตภาคตะวันออก
บูรพา ชายร่างใหญ่หน้าตาถมึงทึงที่มีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านโหนกแก้ม หัวเราะหึงในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดหรี่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความดูแคลน เด็กสาวเมื่อวานซืนคนนี้กล้าดียังไงถึงมาต่อรองกับเขาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นนี้
“หนูไม่รู้หรอกนะว่าหนูเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าเด็กกะפืออย่างหนูจะใช้เงินสามหมื่นล้านมาซื้อหนี้ก้อนโตจากมือฉันได้” บูรพาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนลูกน้องชุดดำที่ยืนล้อมรอบห้องต่างขยับตัวด้วยความระแวง “โครงการนั้นฉันลงทุนลงแรงไปเท่าไหร่... แกคิดว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวกับตัวเลขในบัญชีจะซื้อศักดิ์ศรีของฉันได้หรือไง”
ลินินไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ อย่างใจเย็น ราวกับเสียงขู่คำรามเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมวเหมียวอ้อน เจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกและมหาเศรษฐีพันล้านอย่างเธอผ่านศึกเจรจาธุรกิจที่ดุเดือดกว่านี้มานักต่อนักแล้ว ความรุนแรงทางกายภาพในสายตาของนักธุรกิจหญิงผู้กุมอำนาจเงินตรา มันเป็นเพียงการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของคนใกล้ตายเท่านั้น
“ศักดิ์ศรีเหรอคะ?” ลินินวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเสียงดังฟังชัด รอยยิ้มบนเรียวปากสีแดงระเรื่อเย้ายวนแต่ทว่าอันตรายยิ่งนัก “น่าเสียดายนะคะที่คุณบูรพาหลงเข้าใจผิดมาตลอด ว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้คืออำนาจเถื่อน... เปล่าเลยค่ะโลกนี้ขับเคลื่อนด้วย ‘เงิน’ ต่างหาก และในเมื่อตอนนี้เจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของคุณคือธนาคารพาณิชย์ในเครือ ‘คิรากร กรุ๊ป’ ซึ่งถือครองตั๋วสัญญาใช้เงินและหนี้เสียของคุณไว้เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์... คุณคิดว่าคุณยังมีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันด้วยคำว่าศักดิ์ศรีอยู่อีกหรือคะ”
สิ้นคำพูดนั้น บูรพาถึงกับหน้าถอดสี แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ข่าวลือที่ว่ากลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เบื้องหลังตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังกว้านซื้อหนี้ของเขาเป็นความจริง! และคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้... คือผู้หญิงที่กุมชะตาชีวิตทั้งหมดของเขาไว้ในกำมือ
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่10ต้องเคาะขออนุญาต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทของ คิรากร ก้าวเข้ามาด้วยก้าวย่างมั่นคงและทรงพลัง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเรียบเฉยเย็นชาจนน่ากลัว แต่ดวงตาคมปลาบกลับทอประกายอ่อนโยนและห่วงใยทันทีที่กวาดสายมาสบตากับร่างบางของลินิน
“ช้าไปสองนาทีนะคะคุณคิรากร” ลินินปรายตามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มล้อเลียนแกมหยอกล้อ “คิดว่าฉันจะจัดการเศษสเกินพวกนี้ไม่ไหวหรือไงคะ”
คิรากรเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างหญิงสาว มือหนาวางลงบนพนักพจน์โซฟาด้านหลังที่ลินินนั่งอยู่ราวกับการประกาศความเป็นเจ้าอย่างชัดเจน เขาปรายตามองบูรพาและลูกน้องด้วยสายตาเหยียดหยามดั่งมองมดปลวก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
“ผมแค่แวะไปจัดการเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลือให้เสร็จเรียบร้อย... เพื่อที่คนของผมจะได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการเด็ดหัวใครก็ตามที่กล้าทำให้คุณไม่สบอารมณ์ครับ” คิรากรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำหนักคำพูดนั้นกดทับจนบูรพารู้สึกราวกับหายใจไม่ออก
บูรพากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า เขารู้จักกิตติศัพท์ของคิรากรดี ชายหนุ่มผู้เย็นชาและเด็ดขาดคนนี้สามารถทำให้บริษัทมูลค่าแสนล้านล่มสลายได้ภายในชั่วข้ามคืน หากวันนี้เขาไม่ยอมจำนน ชีวิตและอาณาจักรสีเทาที่สร้างมาทั้งชีวิตจะต้องพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี
“ผม... ผมยอมรับข้อเสนอ” บูรพาเค้นเสียงพูดออกมาในที่สุด ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้ ยอมคุกเข่าลงทางพฤติัยต่อหน้าอำนาจเงินมหาศาล
ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ เธอยื่นกระเป๋าถือแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดให้อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรวงแหวนไทเทเนียมออกมาจากกระเป๋า ยื่นส่งให้คิรากรด้วยท่าทีสบายๆ
“จัดการรูดค่าใช้จ่ายที่เหลือให้เรียบร้อยทีนะคะ” ลินินยิ้มหวาน “ฉันอยากปิดดีลนี้ให้เร็วที่สุด เพราะยังมีนัดไปช็อปปิ้งคอลเลกชันใหม่ที่มิลานต่อช่วงบ่ายค่ะ”
คิรากรรับบัตรใบนั้นมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่หาดูได้ยาก เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นต่อสายตรงหาผู้ช่วยส่วนตัว พร้อมกับรูดบัตรเครดิตสีดำผ่านเครื่องEDCพกพาที่เตรียมมา เสียงสัญญานอนุมัติวงเงินไม่จำกัดดังขึ้น ‘ติ๊ด!’ เป็นอันเสร็จสิ้นการซื้อกิจการมูลค่าหลายหมื่นล้านภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที
ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงาม เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของลินินกลับแผדเสียงดังขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากหมายเลขปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่มีรหัสพื้นที่จากต่างประเทศที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ลินินกดรับสายด้วยความสงสัย ทว่าเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านลำโพงออกมากลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างในทันที
*“เซอร์ไพรส์ไหมลินิน... ของขวัญต้อนรับการกลับมาของฉัน สนุกดีใช่ไหมล่ะ กับการเล่นเป็นมหาเศรษฐีบนกองเงินกองทองที่เธอไม่ได้หามาเอง”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของเอวาลินน์ปลายพู่กันมาโดยตลอดนะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 35
พบกับเจ้าพ่ออิทธิพลมืด
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!