เสียงปรบมือระลอกใหญ่ที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วฮอลล์จัดนิทรรศการระดับลักชูรีใจกลางมหานคร ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงชื่นชมธรรมดา หากแต่มันคือเสียงคำรามแห่งความพ่ายแพ้ของเหล่าไฮโซตระกูลเก่าแก่และสื่อมวลชนสายซุบซิบที่เคยเหยียดหยหยามลินินไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน
บนเวทีหลักที่ประดับประดาด้วยคริสตัลระยิบระยับ ลินินในชุดสูทผ้าไหมอิตาลีสีงาช้างปักดิ้นทองระยับ ก้าวเดินด้วยความมั่นคง ท่วงท่าสง่างามดั่งพญาหงส์ที่กำลังกางปีกครอบครองบัลลังก์ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดตามองกลุ่มคนที่เคยเชิดหน้าใส่เธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น รอยยิ้มที่ไม่ได้เปื้อนด้วยความโกรธเกลียด หากแต่เป็นรอยยิ้มของ “ผู้ชนะ” ที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู
“ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุสามพันล้านภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแรกแล้วค่ะคุณลินิน”
เสียงกระซิบจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ก้าวเข้ามาายรายงานด้วยใบหน้าตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น ทำให้ลินินเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่แปลกใจนัก สามพันล้านหรือ? สำหรับคนอื่นอาจเป็นตัวเลขที่พลิกชีวิต แต่สำหรับเธอ มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างตลาดแฟชั่นและอัญมณีชั้นสูงให้ราบคาบต่างหาก
ที่แถวหน้าสุดของเก้าอี้แขกวีไอพี สีหน้าของ “คุณหญิงชื่น Suthikul” ถึงกับซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยเคลือบทาด้วยลิปสติกราคาแพงสั่นระริก มือที่ถือแก้วแชมเปญบีบแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน เมื่อครู่เพิ่งมีข่าวสะพัดในแวดวงธุรกิจว่า หุ้นของกลุ่มบริษัทเครื่องประดับตระกูลสุทธิกุลกำลังร่วงกวดยกกระดาน หลังจากที่แบรนด์ใหม่ “Linin’s Legacy” ของเธอกวาดสัญญากับพาร์ทเนอร์ระดับโลกไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือเศษเนื้อให้ไฮโซตกอับพวกนั้นได้แทะโลมแม้แต่ชิ้นเดียว
“เป็นอย่างไรบ้างคะคุณหญิง” ลินินจงใจเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับส่งเสียงทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ “ดิฉันเกรงว่าเครื่องประดับคอลเลกชันโบราณของตระกูลคุณหญิง อาจจะต้องเอามาลดราคาล้างสต็อกเร็วกว่าที่คิดนะคะ เพราะดูท่าทางแล้ว... ลูกค้ากระเป๋าหนักคงไม่อยากเสียเวลากับของตกยุค”
“เธอ... นังเด็กเหลือขอ!” คุณหญิงชื่นกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นจนแทบคลั่ง แต่ทำได้เพียงแค่กำหมัดแน่น เนื่องจากสายตาของบรรดานักลงทุนต่างชาติและสื่อมวลชนนับร้อยชีวิตกำลังจับจ้องมาที่พวกเธออยู่
ในวินาทีนั้นเอง ประตูบานใหญ่ด้านหน้าฮอลล์ก็เปิดผางออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก้าวเข้ามา พร้อมกับออร่าความเย็นชาที่แผ่ซ่านกดดันบรรยากาศภายในงานให้เงียบกริบลงทันตาเห็น คิรากรในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพแห่งความตายผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งประเทศ สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่ขวางทาง ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าลินินท่ามกลางความตะลึงงันของทุกคน
ชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเข้าถึงยากที่สุดและไม่เคยสนใจอีเวนต์แฟชั่นใดๆ ในชีวิต กลับโน้มตัวลงกระซิบข้างหูลินินด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยความคลั่งรักและภาคภูมิใจ
“เก่งมากครับ... ราชินีของผม” คิรากรเอ่ยพร้อมกับยื่นสมุดเช็คสีดำสนิทที่เซ็นลายเซ็นกำกับวงเงินไม่จำกัดไว้เรียบร้อยแล้วส่งให้เธอ “ถ้ายังไม่หนำใจกับการฟาดฟันพวกสวะเหล่านี้ บัตรใบนี้พร้อมให้คุณกว้านซื้อบริษัทของพวกเขามาทำเป็นที่จอดรถได้ทันทีนะครับ”
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นอีกครั้งเมื่อทุกคนตระหนักว่า มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศผู้นี้ไม่ได้มาแค่เป็นเกียรติ แต่เขาคือ “แบ็กอัพ” คนสำคัญที่พร้อมจะทุ่มเงินทั้งอาณาจักรหนุนหลังผู้หญิงคนนี้
แต่ก่อนที่ลินินจะทันได้เอ่ยปากตอบรับรอยยิ้มคลั่งรักนั้น หน้าจอ LED ขนาดมหักษ์กลางฮอลล์ก็เกิดอาการกระพริบวูบวาบ ภาพกราฟิกแบรนด์ของเธอดับลง ก่อนจะแทนที่ด้วยข้อความปริศนาตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นประสาททุกลมหายใจ — *“ยินดีด้วยกับความสำเร็จ... แต่เกมล้างแค้นที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก ลินิน”*
ไฟทั่วทั้งฮอลล์ดับพรึบลงในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากลำโพงหลัก และเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากหลังม่านเวที... คนที่ลินินคิดว่าควรจะนอนอยู่ในคุกมืดอย่างไร้อนาคตไปแล้ว!
—ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปความมันส์ระดับพรีเมียมกำลังรออยู่ค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 29
งานเปิดตัวแบรนด์ใหม่
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!