กลิ่นอายของชาดอกไม้ป่าราคาหลักหมื่นต่อปอนด์ลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะทำงานไม้มาฮอกกานีเนื้อดี ลินินวางปากกาหมึกซึมลงบนเอกสารสัญญาควบรวมกิจการด้วยท่าทีสุขุม ราวกับว่าตัวเลขหลายร้อยล้านที่เพิ่งเซ็นอนุมัติไปเป็นเพียงเศษกระดาษทิชชูบนโต๊ะอาหาร ทว่าบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของเธอกลับไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ—หรือจะพูดให้ถูกคือแขกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดอสังหาริมทรัพย์—กำลังนั่งไขว่ห้างมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่าง
คิรากรไม่ได้เอ่ยปากเร่งเร้า เขาเพียงแต่ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันผู้คนรอบข้าง ทว่าสำหรับลินินแล้ว สายตาคมกริบคู่นั้นกลับสร้างความปั่นป่วนในอกอย่างประหลาด
"คุณคิรากรคะ ดิฉันคิดว่าวาระการประชุมวันนี้จบลงตั้งแต่สิบนาทีที่แล้วนะคะ" ลินินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความรู้ทัน "หรือว่าท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรคีรินทร์ กำลังว่างงานจนต้องมานั่งจับผิดการบริหารงานของบริษัทคู่แข่งกันแน่คะ"
"ผมไม่ได้ว่างงานครับ... ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบอย่างราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังจนน่าขนลุก "แต่ผมแค่รู้สึกว่า งานเอกสารพวกนั้นมันไม่ได้น่ามองเท่ากับคนที่กำลังนั่งจรดปากกาเซ็นมันหรอกนะ"
คำพูดที่หลุดออกมาอย่างไร้ความเขินอายทำเอาลินินเกือบจะสำลักน้ำชาในคอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มแสดงออกนอกหน้า แต่ดูเหมือนว่าระยะหลังมานี้ คิรากรจะเลิกซ่อนความคลั่งรักของตัวเองเสียแล้ว เขากลายเป็นบุรุษผู้ทรงอำนาจที่พร้อมจะประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ว่า ต่อให้เขามีอาณาจักรธุรกิจอยู่ในมือมากมายแค่ไหน สิ่งเดียวที่เขาสนใจจริงๆ ก็คือสตรีตรงหน้าผู้นี้
ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองชายหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "นี่คุณกำลังใช้อำนาจประธานบริษัทมาหยอดคำหวานใส่ฉันในเวลางานอย่างนั้นหรือคะ ระวังพนักงานข้างนอกจะเอาไปนินทากันนะว่าท่านประธานเสียศูนย์เพราะผู้หญิงคนเดียว"
"ให้พวกเขานินทาไปสิครับ" คิรากรขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธออย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้า
แตะจมูก "ผมรอเวลานี้มานานเกินกว่าจะมาสนใจสายตาใครแล้ว ลินิน"
ปลายนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มเอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดล่วงลงมาทาบกรอบหน้าของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทะนุถนอมราวกับเธอกลัวว่าเธอจะเป็นแก้วตาที่บอบบางที่สุดในโลก ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาของเขากลับร้อนแรงและดุดันราวกับนักล่าที่กักเหยื่อไว้ในอุ้งมือ หัวใจของลินินกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ เธอยอมรับว่าภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งของมหาเศรษฐีตัวแม่ ความใกล้ชิดนี้กำลังทำให้เธอกลัว... กลัวว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้กับความคลั่งรักที่ไร้ขีดจำกัดของเขา
"คุณ... คิรากรคะ ถอยไปหน่อยค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี" ลินินพยายามรักษามาตร ฐานเสียงให้มั่นคง แม้ว่าพวงแก้มเนียนจะเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"ให้เห็นไปสิครับ ดีเสียอีก พวกเขาจะได้รู้ว่าที่ดินแปลงทองคำใจกลางเมืองที่ผมเพิ่งกว้านซื้อเมื่อวานนี้... ผมตั้งใจจะยกให้เป็นชื่อคุณแต่เพียงผู้เดียว"
น้ำเสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาลินินถึงกับพูดไม่ออก การใช้เงินฟาดฟันศัตรูคือเกมที่เธอถนัดที่สุด แต่วิธีการใช้ความรวยมาเปย์ใส่เธอแบบหน้าด้านๆ ของคิรากร กลับเป็นอาวุธที่เธอรับมือได้ยากยิ่งกว่าการเจรจาธุรกิจหมื่นล้านเสียอีก
ก่อนที่ลินินจะได้ทันโต้แย้ง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยร่างของเลขาฯ ส่วนตัวที่รีบก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย "ท่านประธานคะ... ทางตระกูลวรโชติส่งตัวแทนมาขอพบค่ะ พวกเขาบอกว่ามีข้อเสนอสำคัญที่ท่านประธานจะต้องสนใจอย่างแน่นอน"
ลินินหรี่ตาลงทันที ตระกูลวรโชติคือหนามยอกอกที่เคยเหยียบย่ำเธอในอดีต และตอนนี้พวกมันกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อความอยู่รอด เธอยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปลี่ยนจากความเขินอายเมื่อครู่ให้กลายเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดโกน
"ปล่อยให้รอนานไปก็เสียมารยาทแย่สิคะ พาพวกเขาเข้ามาได้เลยค่ะ" ลินินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าคิรากรกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้น
"ถ้าพวกมันกล้าทำให้อารมณ์คุณเสียแม้แต่นิดเดียว..." คิรากรโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี "บอกคำเดียว... ผมจะทำให้ตระกูลนั้นหายไปจากแผนที่ธุรกิจภายในสามนาที"
ยังไม่ทันที่ลินินจะได้ตอบรับ เสียงประตูห้องประชุมใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของประธานอาวุโสแห่งตระกูลวรโชติเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าซีดเผือดและเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ทว่าสิ่งที่ทำให้ลินินต้องชะงัก ไม่ใช่ท่าทีหวาดกลัวของอีกฝ่าย แต่เป็นเอกสารซองสีน้ำตาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะ พร้อมกับเสียงหอบหายใจรัว
"ลินิน... คุณช่วยไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ นี่คือหุ้นทั้งหมดครึ่งหนึ่งของตระกูลที่เรายอมจำนน!"
ทว่าในวินาทีที่เอกสารแผ่นนั้นคลี่ออก ลินินกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลวรโชติอย่างแท้จริง... กลับไม่ใช่ชื่อของเธอ และไม่ใช่ของคิรากร
"ขอโทษด้วยนะครับท่านประธานวรโชติ..." เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเงาืดบริเวณประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ลินินไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นเขาที่นี่ "แต่เกมนี้... ผมเป็นคนซื้อบริษัทพวกคุณไว้ทั้งหมดเองต่างหาก"
- เอวาลินน์ปลายพู่กัน -
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 16
ความสัมพันธ์ที่ขยับขึ้น
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!