กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์เกรดพรีเมียมราคาหลักหมื่นต่อกิโลกรัมลอยกรุ่นเคล้าคลอไปกับความตึงเครียดที่เฉือดเฉือนราวกับคมมีดในห้องรับรองพิเศษของภัตตาคารหรูระดับมิชลินสามดาวใจกลางย่านธุรกิจ
“ยินดีด้วยนะหลานสาว... แต่เกรงว่าของเล่นชิ้นนี้ เธอยังไม่มีสิทธิ์ครอบครองมันหรอก”
เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยของ ‘คุณอาผู้หวังดี’ อย่างประมุขแห่งตระกูลรองยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ลินินปรายตามองชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาสะใภ้และญาติผู้พี่ที่นั่งล้อมวงกันราวกับฝูงไฮยีน่ากำลังรอทึ้งซากเหยื่อ บนโต๊ะไม้มาฮอกกานีเนื้อดี เอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นร้อยละสี่สิบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธอด้วยท่าทางเหยียดหยาม
พวกเขากำลังคิดว่าเธอยังเป็น ‘ลินิน’ คนเดิม—นางร้ายตกอับผู้โง่เขลา ไร้พิษสง และพร้อมจะถูกเขี่ยทิ้งจากกองมรดกได้ทุกเมื่อตามอำเภอใจ
“สิทธิ์ในการครอบครองอย่างนั้นหรือคะคุณอา...” ลินินยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดเดรสสั่งตัดพิเศษจากปารีส นิ้วเรียวสวยบรรจงวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวและอากัปกิริยาล้วนทรงพลังจนผู้สูงอายุฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
“หนูเกรงว่าคุณอาจะเข้าใจความหมายคำว่า ‘เจ้าของ’ ผิดไปเสียหน่อยนะคะ”
ลินินผายมือเบาๆ ไปยังด้านหลัง ที่ซึ่งคิรากร—ประธานหนุ่มแห่งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าหล่อเหลาดดึงดูดสายตากวาดมองกลุ่มคนตระกูลรองราวกับมองมดปลวกไร้ค่า รังสีอำมหิตและอิทธิพลมืดที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
แต่ลินินไม่ได้ต้องการให้คิรากรจัดการให้... เกมนี้ เธอเลือกที่จะเป็นคนลั่นไกด้วยตัวเองค่ะ
“ความโลภนี่มันทำให้สายตาฝ้าฟางได้ขนาดนี้เลยสินะคะ” ลินินหัวسาะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่กลับทำให้แผ่นหลังของบรรดาญาติผู้พี่เสียวสันหลังวาบ เธอยกมือขึ้นส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว ประตูห้องรับรองก็เปิดผางออกพร้อมกับบอดี้การ์ดในชุดสูทสากลสีดำสนิทหกคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา
ในมือของหัวหน้าบอดี้การ์ดคือกระเป๋าเอกสารโลหะใบยักษ์สองใบ
*ปึง!*
เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกลงบนโต๊ะอาหารคั่นกลางระหว่างเธอกับญาติผู้พี่ ก่อนที่ฝากล่องจะถูกดีดเปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน...
กองธนบัตรสีเทาดอลลาร์สหรัฐและเงินสดสกุลท้องถิ่นมัดหนาเตอะ อัดแน่นเต็มกระเป๋าจนล้นทะลัก กลิ่นอายของหมึกพิมพ์ธนบัตรใหม่เอี่ยมเตะเข้าจมูกอย่างรุนแรง มูลค่าตรงหน้าไม่ใช่แค่หลักล้าน แต่เป็นเงินสดสำรองสภาพคล่องสูงถึงแปดหลักที่ถูกขนมาวางตรงหน้าเพื่อ ‘ฟาดหน้า’ คนที่ดูถูกเธออย่างสาสม
“เงินสดก้อนนี้... พอจะซื้อสิทธิ์ที่ท่านอาบอกว่าหนู ‘ไม่มี’ ได้หรือยังคะ?”
ลินินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยอำนาจการเงินอันล้นพ้นที่พร้อมจะบดขยี้ทุกข้อเสนอให้แหลกคราบ เธอยื่นปลายนิ้วเรียวแตะลงบนปึกเงินสดเบาๆ ดวงตากวาดมองสีหน้าซีดเผือดของผู้อาวุโสที่เริ่มสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ทุนสำรองที่พวกเขามั่นใจนักหนาว่าเธอไม่มีทางหามาได้ บัดนี้ถูกกองไว้ตรงหน้าเพื่อประกาศศักดาความเป็น ‘ตัวแม่’ ที่แท้จริงของวงการธุรกิจ
“เธอ... เธอเอาเงินมาจากไหนมหาศาลขนาดนี้! บริษัทกำลังจะล้มละลาย เธอมันก็แค่...” ผู้เป็นอาละล่ำละลักเอ่ยออกมาอย่างคนเสียสติ ศักดิ์ศรีที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อพบว่าหลานสาวที่ตนเคยเหยียบย่ำ กลับกลายเป็นเจ้าของกระเป๋าเงินที่สามารถซื้อชีวิตพวกเขาได้ทั้งตระกูลในพริบตาเดียว
“เป็นห่วงบริษัทของฉันเหรอคะ? ขอบคุณนะคะ แต่เก็บความหวังดีนั้นไว้ใช้ตอนที่พวกคุณต้องไปยืนเคาะกะลาขอทานหน้าตึกดีกว่าค่ะ”
ลินินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสหรูหราสะท้อนแสงไฟระยิบระยับขับเน้นให้เธอดูราวกับราชินีผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในที่นี้ คิรากรก้าวเข้ามาโอบเอวบางไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พร้อมกับยื่นเอกสารอีกชุดให้เธอนำไปวางทับกองเงินสดนั้น
“นี่คือประกาศยึดทรัพย์จำนองทุกชิ้นที่พวกคุณแอบเอาชื่อบริษัทไปค้ำประกันสินเชื่อส่วนตัว... เซ็นชื่อตรงนี้ซะ แล้วไสหัวออกไปจากตระกูลของเราเสียที”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ด้วยความหวาดกลัวของฝ่ายตรงข้าม ญาติผู้พี่หน้าซีดตัวสั่น มือที่ถือปากกาพยายามจะเอื้อมไปหยิบแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นคมดั่งเหยี่ยวของลินินที่จ้องมองมาอย่างเฉียบขาด ไม่มีทางรอด... พวกเขาเดินมาจนมุมในเกมที่ลินินเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์ตั้งแต่ต้นจนจบ
ในวินาทีที่ปลายปากกาของผู้เป็นอากำลังจะจรดลงบนกระดาษเพื่อเซ็นยอมจำนน ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะก็ดังขึ้น *กริ๊ง!* หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับหัวข้อข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่เด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ลินินชำเลืองมองเพียงแวบเดียว รอยยิ้มเยعย์บนมุมปากก็พลันแข็งค้าง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อบุคคลปริศนาที่เพิ่งถูกระบุว่าเป็น ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่’ ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นลับหลังเธอไปถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่กี่นาทีที่ผ่านมา—บุคคลที่แม้แต่ระบบมหาศาลของเธอก็ยังเจาะข้อมูลไม่ถึงตัว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 12
ขู่ให้กลัวก่อนเริ่มเกมจริง
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!