เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 11

ประมูลของเล่นชิ้นโปรด

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมผสานกับกลิ่นไอความตึงเครียดในห้องจัดประมูลวีไอพีระดับโลกค่ำคืนนี้ ช่างอบอวลจนเกือบจะทำให้หายใจไม่ออก "ไม่เจอกันนานเลยนะ... ลินิน" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นและคุกคามดังขึ้นเหนือศีรษะ ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง นามว่า 'ประเสริฐ' อดีตเจ้าหนี้ผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในโลกใบเดิม ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความอำมหิต สายตาของเขาจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องเหยื่อในกรง บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตในชุดสูทสีดำสนิทขนาบข้างปิดล้อมทางออกจนมิดชิด บรรยากาศรอบโต๊ะวีไอพีเงียบกริบลงทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ลินินไม่ได้สะดุ้งโหยงหรือตัวสั่นเทาเหมือนในอดีตชาติอีกต่อไป เธอกลับค่อยๆ วางแก้วคริสตัลบรรจุไวน์สีทับทิมลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธองดงาม สูงส่ง และเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ยากจะต่อกร ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ บนพื้นโต๊ะหินอ่อนเป็นจังหวะเนิบนาบ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ประเสริฐถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "นั่นสินะคะ... น่าเสียดายที่คนบางคน ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน สัญชาตญาณความเป็น ‘สุนัขจรจัด’ ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน" คำพูดที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ทำให้ใบหน้าของประเสริฐบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขากัดฟันกรอดด้วยความอัปยศอดสูที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนตอกหน้ากลางงานสังคมชั้นสูง "ปากดีขึ้นนี่นา ลินิน! สงสัยว่าเงินจากการขายหุ้นบริษัทใกล้เจ๊งของพ่อเธอ คงทำให้เธอคิดว่าตัวเองกลายเป็นคุณหญิงคุณนายขึ้นมาจริงๆ สินะ" ประเสริฐหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม พร้อมกับโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยแต่แฝงการข่มขู่ "จำเอาไว้... ของเล่นชิ้นโปรดในงานประมูลคืนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ‘สร้อยเพชรราชสำนัก’ เส้นนั้น หรือแม้แต่ตัวเธอเอง ฉันจะแย่งมันมาทั้งหมด เพื่อเหยียบย่ำเธอให้จมดินเหมือนในอดีตอีกครั้ง!" พูดจบ ประเสริฐก็สะบัดหน้าเดินผละไปยังที่นั่งวีไอพีฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอฟังคำตอบ สายตานับสิบในห้องประมูลจับจ้องมาที่ลินินด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็สมเพช บ้างก็รอคอยการล่มสลายของเธอตามคำขู่ของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รุ่นลายคราม ทว่า... ลินินกลับเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "หรืองdงามจนน่าขันนะคะ" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านข้าง คิรากรที่นั่งเงียบมานานขยับกายเข้าใกล้เธอเล็กน้อย ไอความอบอุ่นจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมความเย็นชาในห้อง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาประดับด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างของประเสริฐด้วยแววตาราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนก่อนความตาย "คุณคิรากรคิดว่า... สร้อยเพชรเส้นนั้นมีค่าพอให้ฉันผลาญเงินเล่นสักกี่ร้อยล้านดีคะ?" ลินินหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้กุมอาณาจักรยศฐาบรรดาศักดิ์ รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความท้าทาย คิรากรหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคลั่งรักฉายชัดเจนอย่างไร้การปิดบัง เขาเลื่อนมือหนามาสัมผัสหลังมือบางของเธออย่างทะนุถนอม "ต่อให้เธออยากซื้อเกาะทั้งเกาะ หรือซื้อบริษัทของมันมาเผาเล่นเพื่อคลายเครียด... บัตรเครดิตสีดำในมือฉัน ก็พร้อมจะรูดให้เธอจนวงเงินพังทลายลงมาทั้งระบบอยู่แล้วค่ะ... ที่รักของผม" คำพูดที่เต็มไปด้วยความตามใจและอำนาจทางการเงินที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้หัวใจของลินินกระตุกวูบ เธอยิ้มรับความคลั่งรักที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเต็มใจ ก่อนที่เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีจะดังขึ้นดึงความสนใจของทุกคนกลับไป "และลำดับถัดไป... คือไฮไลต์สำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้ครับทุกท่าน! ‘มงกุฎไพลินราชสำนักแห่งศตวรรษที่ 18’ สมบัติล้ำค่าที่ประเมินมูลค่ามิได้ ราคาเริ่มต้นที่สามร้อยล้านบาท... เชิญเสนอราคาได้ครับ!" สิ้นเสียงประกาศ แสงไฟสปอตไลท์ก็สาดส่องลงไปยังกล่องกำมะหยี่สีดำกลางเวที เผยให้เห็นมงกุฎไพลินสีน้ำเงินเข้มระยิบระยับ ประดับด้วยเพชรน้ำงามนับร้อยเม็ดที่สะท้อนแสงไฟจนเจิดจ้าบาดตา มันคือเครื่องประดับที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่งสูงสุด และเป็น ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ที่ประเสริฐประกาศกร้าวว่าจะต้องแย่งชิงมาให้ได้เพื่อตบหน้าลินิน "สามร้อยห้าสิบ миллион!" เสียงนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่งยกป้ายประมูลขึ้นอย่างรวดเร็ว "สี่ร้อยล้านบาทครับ!" เสียงจากอีกมุมหนึ่งตามมาติดๆ บรรยากาศในห้องประมูลเริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขราคาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งในเวลาเพียงไม่กี่วินาที จนกระทั่งประเสริฐยกป้ายขึ้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง พร้อมกับประกาศตัวเลขที่ทำให้คนทั้งห้องต้องสูดปากหายใจเข้าลึกๆ "ห้าร้อยล้านบาท!" ประเสริฐกวาดสายตามองมาที่โต๊ะของลินินด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ราวกับต้องการประกาศให้รู้ว่า *‘แกไม่มีทางสู้พลังเงินของฉันได้หรอก’* บอดี้การ์ดและผู้ติดตามของเขาต่างพากันส่งเสียงฮือฮาชื่นชมในความใจถึงของนายตน ลินินมองท่าทางเหล่านั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง เธอหยิบป้ายหมายเลขวีไอพีของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่รีเวลาร้อนใจ ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนแหวนเพชรบนนิ้วเล่นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากกระซิบเบาๆ กับคิรากรที่นั่งอยู่ข้างกาย "ห้าร้อยล้าน... น้อยไปหน่อยนะคะ สำหรับของเล่นที่จะเอาไว้ให้แมวที่บ้านใส่เล่นแก้เบื่อ" คิรากรยิ้มมุมปาก เขาหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ราคาแพงออกมา ดึงบัตรเครดิตสีดำสนิทไร้ขีดจำกัด (Black Centurion Card) ส่งให้เลขาคนสนิทที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลังทันที โดยไม่ต้องเอ่ยปากถามซ้ำสอง ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจทั้งหมด ก่อนจะยกป้ายหมายเลขขึ้นสูง พร้อมกับเอ่ยเสียงใสแต่กังวานก้องไปทั่วทั้งห้องประมูลที่เงียบสงัด "หนึ่งพันล้านบาทค่ะ" *พรึ่บ!* ทั้งห้องประมูลตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันทีราวกับถูกปุ่มกดหยุดเวลา ทุกสายตาเบนขวับมาที่โต๊ะของลินินเป็นตาเดียว ใบหน้าของทุกคนซีดเผือดด้วยความตกใจกับการกระโดดข้ามราคาแบบก้าวกระโดดถึงเท่าตัว! ประเสริฐที่เพิ่งยิ้มระรื่นเมื่อครู่ ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า ดวงเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง "นะ... หนึ่งพันล้าน?! นังนี่มันบ้าไปแล้ว!" เขาคำรามออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความคับแค้นใจ พิธีกรบนเวทีถึงกับมือสั่น เทادرةเหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความตื่นเต้น "ม... หนึ่งพันล้านบาท! หมายเลข 08 เสนอราคาที่หนึ่งพันล้านบาทครับ! มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ... ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง..." ประเสริฐหน้าดำคร่ำเครียด เขาหันไปมองหน้าเลขาและลูกน้องข้างกายด้วยความลนลาน เงินสำรองสภาพคล่องของบริษัทเขามีจำกัด การจะสู้ราคาเกินหนึ่งพันล้านบาทในค่ำคืนนี้ หมายถึงการเอาอนาคตบริษัททั้งหมดไปเดิมพัน ซึ่งเขาไม่กล้าเสี่ยงถึงขนาดนั้น! "หนึ่งพันล้านห้าสิบล้าน!" ประเสริฐกัดฟันกรอด ยกป้ายขึ้นด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย พยายามยื้อเฮือกสุดท้ายเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล ลินินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอดังกังวานและเย้ยหยันจนประเสริฐรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน "หนึ่งพันห้าร้อยล้านค่ะ" เธอยกป้ายขึ้นอีกครั้งอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังบอกราคาผักปลาในตลาดสด ไม่ใช่การทุ่มเงินมูลค่ามหาศาลที่ซื้อคฤหาสน์หรูได้ทั้งหลัง ประเสริฐหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มขมับ เขาพยายามจะยกป้ายขึ้นอีกครั้ง แต่ปลายนิ้วกลับแข็งค้าง ยกไม่ขึ้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและอัปยศอดสูถึงขีดสุด "ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... และ... สาม! ขายให้กับหมายเลข 08 ในราคาหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาทครับ!" เสียงเคาะไม้ประมูลดังสนั่นลั่นห้อง เสียงปรบมือประปรายและเสียงซุบซิบดังระงมไปทั่ว ประเสริฐทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองลินินด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่ทะลักล้นจนปิดไม่มิด ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมการเงินนี้ได้ข้อยุติลงแล้ว และลินินกำลังจะเดินไปรับมงกุฎไพลินล้ำค่า ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องประมูลก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทของชายวัยดึกผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับร้อยชีวิตที่ถือเอกสารลับในมือ แววตาของชายผู้มาใหม่กวาดมองไปรอบห้องด้วยความเยียบเย็น ก่อนที่เขาจะหยุดสายตาอยู่ที่ลินิน พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงจนหนาวเยือก "ยินดีด้วยนะหลานสาว... แต่เกรงว่าของเล่นชิ้นนี้ เธอยังไม่มีสิทธิ์ครอบครองมันหรอก" ************************************************** ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับความมั่งคั่งของลินินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%