เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่•ตอนที่ 2

รูดการ์ดให้โลกตะลึง

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
"คุณเข้ามาทำไมคะ คุณคิรากร?" น้ำเสียงของลินินราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นที่แม้แต่คนอย่างประธานหนุ่มผู้กุมชะตาเศรษฐกิจของประเทศยังต้องขมวดคิ้ว เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสีนิลกลับจ้องเขม็งไปที่บัตรเครดิตสีดำสนิทราวกับรัตติกาลในมือเธอ—มันไม่ใช่บัตรธรรมดา แต่มันคือบัตรสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดที่ออกโดยธนาคารกลางโลก ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนบนดาวเคราะห์ดวงนี้ที่จะได้รับสิทธิ์ครอบครอง คิรากรก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาของเขาโอบล้อมลินินไว้ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองชุดราตรีสั่งตัดชั้นเลิศที่ลินินเพิ่งหยิบมาสวมใส่อย่างไม่บอกกล่าว "คุณจะไปงานเลี้ยงรุ่นนั่นจริงๆ สินะ ลินิน..." เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัย "คนพวกนั้นไม่ควรค่าพอจะเห็นคุณในสภาพที่งดงามขนาดนี้ด้วยซ้ำ" ลินินคลี่ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังจนคนมองรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เธอเดินผ่านร่างสูงโปร่งนั้นไปอย่างมั่นคง กระเป๋าคลัตช์ใบหรูแกว่งเบาๆ ตามจังหวะก้าวเดิน "ความงดงามไม่ได้มีไว้ให้คนเลือกมองค่ะคุณคิรากร แต่มันมีไว้เพื่อ 'เหยียบย่ำ' ความทรนงของคนที่เคยดูถูกฉันต่างหาก" งานเลี้ยงรุ่นคืนนั้นจัดขึ้นในโรงแรมระดับหกดาวใจกลางเมือง แสงไฟระยิบระยับล้อไปกับไวน์ราคาแพงในมือแขกเหรื่อ แต่บรรยากาศกลับเงียบกริบลงทันทีที่ประตูบานคู่หน้าห้องบอลรูมเปิดออก ลินินก้าวเข้ามาด้วยชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นราวกับราชินีที่เพิ่งเสด็จลงมาโปรดสัตว์ สายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เธอ โดยเฉพาะ 'ธันวา' แฟนเก่าที่เคยสบประมาทเธอว่าไม่มีวันถีบตัวเองให้พ้นจากชนชั้นล่างได้ เขายืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่เคยหัวเราะเยาะเธอในอดีต ข้างกายเขามีหญิงสาวแต่งตัวจัดจ้านเกาะแขนไม่ห่าง "นั่นลินินเหรอ? นึกว่าใคร ที่แท้ก็ยัยขี้แพ้ที่เคยขายขนมจีบหน้าตึกคณะนี่นา" เสียงถากถางดังขึ้นจากหญิงสาวข้างกายธันวา ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของคนรอบข้าง ลินินหยุดก้าว เธอหันไปมองธันวาที่พยายามตีสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับสั่นไหวเมื่อเห็นภาพลักษณ์ใหม่ของเธอ "ยังปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณพิม... แต่ก็นะ คนเรามักจะเกลียดสิ่งที่ตัวเองไม่มีวันเป็นได้" "อย่ามาอวดดี!" ธันวาแค่นหัวเราะก้าวออกมาข้างหน้า "คิดว่าใส่ชุดแบรนด์เนมปลอมๆ มาเดินในนี้แล้วจะดูแพงขึ้นหรือไง ลินิน? เลิกฝันกลางวันได้แล้ว ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกจนตรอก" ลินินไม่ได้โกรธ เธอเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหรูหราและน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียวกัน เธอหยิบบัตรเครดิตสีดำใบเดิมออกมาจากกระเป๋าแล้วหมุนเล่นในมือ ก่อนจะเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์บาร์ของโรงแรมท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน "พนักงานคะ" เธอเรียกด้วยน้ำเสียงสดใส "ไวน์ที่แพงที่สุดในสต็อกของโรงแรมนี้ และแชมเปญที่เปิดแล้วเสียดายที่สุด... เอามาให้แขกทุกคนในงานนี้ดื่มฟรี รวมทั้งโต๊ะของคุณธันวาด้วยนะคะ สั่งให้หนัก เอาให้คุ้มกับเวลาที่เสียไปกับการยืนดูหน้าตาห่วยๆ ของพวกเขา" พนักงานโรงแรมหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นบัตรในมือหญิงสาว เขาทำความเคารพอย่างนอบน้อมก่อนจะรีบจัดการตามสั่ง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งงานที่เริ่มซุบซิบกันถึงสถานะที่เปลี่ยนไปของลินิน "เธอ... เธอไปเอาเงินมาจากไหน?" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มพังทลายเมื่อเห็นพนักงานเสิร์ฟต่างรีบกุลีกุจอปรนนิบัติลินินราวกับเธอคือเจ้าของโรงแรมเสียเอง ลินินหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าสวยหวาน "ฉันไม่ได้ 'เอา' มาจากไหนหรอกค่ะธันวา แต่ฉัน 'สร้าง' มันขึ้นมา และโชคร้ายหน่อยนะ ที่ราคาค่าไวน์คืนนี้... มันมากกว่าเงินเดือนทั้งปีที่คุณภาคภูมิใจนักหนาเสียอีก" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางเข้างาน ทุกสายตาหันไปมองร่างสูงสง่าที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดนับสิบ คิรากรเดินตรงมาที่ลินินท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยายไปทั่วห้อง เขาโน้มตัวลงจุมพิตที่หลังมือของลินินอย่างแผ่วเบาต่อหน้าทุกคน "ทำไมต้องให้คนพวกนี้แตะต้องแก้วเดียวกับคุณด้วยคะ?" เขาถามพลางปรายตามองธันวาด้วยสายตาที่เย็นชาจนอีกฝ่ายแทบทรุดลงกับพื้น "ถ้าคุณเบื่อ ผมจะซื้อโรงแรมนี้แล้วไล่ทุกคนออกเดี๋ยวนี้เลย" วินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของธันวาดังขึ้นแทรกความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ใบหน้าจะถอดสีจนกลายเป็นสีซีดขาวเหมือนศพ เขาเงยหน้ามองลินินด้วยความตระหนกสุดขีด "คุณ... คุณเป็นคนสั่งยุบกองทุนลงทุนของบริษัทผมงั้นเหรอ!?" ลินินฉีกยิ้มหวานหยด ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่น่าขบขันที่สุดในรอบปี เธอหยิบแก้วไวน์จากพนักงานขึ้นมาจิบช้าๆ ก่อนจะวางบัตรเครดิตลงบนโต๊ะข้างตัวธันวา เสียงบัตรกระทบพื้นโต๊ะดัง 'กริ๊ก' ดั่งเสียงพิพากษาประหารชีวิต "ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ... แต่อำนาจเงินที่พวกคุณเคยดูถูกต่างหาก ที่กำลังจะฟาดฟันพวกคุณให้สิ้นซาก" ทว่าในวินาทีที่ความสะใจกำลังถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของทุกคนในงานก็ดังขึ้นพร้อมกันราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัย ข่าวใหญ่ที่เพิ่งถูกส่งเข้าอีเมลของแขกทุกคนคือการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของลินินในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด' ของบริษัทที่ธันวากำลังทำงานอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ลินินต้องชะงักและหัวใจกระตุกวูบ ไม่ใช่ข่าวลือนั้น... หากแต่เป็นเสียงทุ้มข้างหูของคิรากรที่กระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน "ลินิน... ดูที่ประตูทางเข้านั่นสิ คนที่กำลังก้าวเข้ามานั่น ไม่ใช่คนของผม... และดูเหมือนเขาจะถือคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของคุณมาด้วย" เอวาลินน์ปลายพู่กันหวังว่าบทนี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนหยุดอ่านไม่ได้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ดันรวยระดับมหาเศรษฐีตัวแม่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%