“ถ้าพวกท่านกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องใบแจ้งความข้อหาบุกุกและรีดไถทรัพย์สินนะครับ!”
เสียงประกาศกร้าวของหลินว่านหลิงดังสะท้อนก้องไปทั่วลานบ้าน จนบรรดาชาวบ้านที่แอบมุงดูเหตุการณ์อยู่รอบรั้วถึงกับสะดุ้งเฮือก ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นฉายแววเย็นชาและเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งลับใหม่ๆ
ตรงหน้าของเธอคือ ‘แม่เฒ่าเฉิน’ ป้าสะใภ้จอมโลภแห่งตระกูลเฉิน ผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องการรีดไถและหน้าด้านหน้าทน วันนี้ยายแก่ร่างอ้วนท้วนแต่งกายด้วยชุดลายดอกสีฉูดฉาด หวังจะมาอาละวาดขนข้าวของและเงินทองจากบ้านของหลินว่านหลิงไปเหมือนเช่นเคย ทว่าวันนี้... ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน
“นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ผู้เป็นป้าสะใภ้ของสามีแก!” แม่เฒ่าเฉินแผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก มืออูมอ้วนทุบลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปัง ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “สามีแกมันส่งเงินเดือนมาให้บ้านเราดูแลความเรียบร้อยไม่ใช่หรือไง เงินค่าเลี้ยงดูแม่ยายที่ป่วยกระเสาะกระแสะนั่นอีก ทำไมฉันจะมาเอาไม่ได้! แกมันอีสะใภ้เนรคุณ อกตัญญู!”
คำว่า ‘แม่ยายที่ป่วยกระเสาะกระแสะ’ กระตุกต่อมความทรงจำในร่างนี้ของหลินว่านหลิงทันที ร่างเดิมถูกกดขี่ข่มเหงและสูบเลือดสูบเนื้อจากคนกลุ่มนี้มานานแค่ไหนแล้ว แม่แท้ๆ ของเธอนอนป่วยติดเตียงอยู่หลังบ้าน แต่กลับถูกยายป้าหน้าเลือดนี่กักขังอิสรภาพและใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางจิตวิทยาเพื่อรีดไถเงินทอง
รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของอดีตเชฟและนักบริหารสาวผู้เฉียบคม เธอไม่โต้เถียงด้วยอารมณ์ แต่กลับหยิบแฟ้มเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะ ชูขึ้นให้เห็นกันจะๆ
“อยากพูดเรื่องกฎหมายนักใช่ไหมครับ งั้นเรามาคุยกันด้วยหลักฐานดีกว่า” หลินว่านหลิงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แรงกดดันจากท่าทีที่เยือกเย็นและมั่นใจทำให้แม่เฒ่าเฉินชะงักไปชั่วขณะ “เอกสารฉบับนี้คือบันทึกการโอนเงินย้อนหลังสามปี และสัญญาเงินกู้ยืมที่สามีฉัน ‘ผู้พันหันเฟิง’ ไม่เคยเซ็นยินยอมให้พวกท่านกู้ยืมแม้แต่สตางค์แดงเดียว พูดง่ายๆ คือ... เงินที่พวกท่านเอาไปผลาญเล่นทุกเดือน มันคือการ ‘ยักยอกทรัพย์’ และ ‘ฉ้อโกง’ มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าห้าปี!”
“โกหก! แกกัมมันตระหนکสร้างเรื่องขึ้นมาเอง!” แม่เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือด แต่ยังคงทำปากเก่ง เสียงเริ่มสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด
“อยากพิสูจน์ไหมล่ะครับว่าโกหกหรือจริง?” หลินว่านหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองไปยังสมุนบริวารที่ติดตามยายแก่มา ซึ่งตอนนี้เริ่มถอยก้นกรูดทีละนิดเมื่อเห็นท่าไม่ดี “ในโทรศัพท์ของฉันตอนนี้ มีคลิปเสียงการสนทนาที่ท่านขู่กรรโชกทรัพย์ และภาพหลักฐานการขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านหลังนี้เมื่อเดือนก่อน ถ้าฉันส่งคลิปนี้ให้ทางกองทัพเรือและสถานีตำรวจในอำเภอ... คิดว่าลูกชายของท่านที่กำลังสอบเลื่อนขั้นเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร จะยังรักษาอนาคตไว้ได้หรือเปล่าล่ะครับ?”
คำว่า ‘อนาคตของลูกชาย’ เปรียบเสมือนจุดตายของแม่เฒ่าเฉิน ยายแก่หน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำริมฝีปากสั่นระริก มือที่เคยชี้หน้าด่าทอสั่นเทาจนแทบถือไม้เท้าไม่อยู่
“แก... นังปีศาจ... แกมันไม่ใช่หลินว่านหลิงคนเดิม!” แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ แต่อำนาจการต่อรองที่มีมาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่า
“จำใส่สมองอันทึบตันของพวกท่านเอาไว้ให้ดีนะครับ นับจากวันนี้เป็นต้นไป บ้านหลังนี้ไม่มีเงินให้พวกท่านสูบอีกแม้แต่บาทเดียว และถ้าใครกล้าเข้ามายุ่มย่ามกับแม่ของฉันอีก... เตรียมตัวไปรับข้าวแดงในคุกได้เลย!” หลินว่านหลิงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง แววตาเด็ดเดี่ยวราวกับพญาเสือสาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
แม่เฒ่าเฉินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองจนเนื้อตัวสั่นเทา แต่เมื่อเจอสายตาดุจคมมีดและการขู่ด้วยหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุด ยายแก่ทำได้เพียงสะบัดหน้าเรดร่นพาลูกสมุนถอยทัพกลับบ้านเก่าอย่างทุลักทุเลท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอก
เมื่อร่างของพวกตัวแสบหายลับไปจากสายตา หลินว่านหลิงถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในบรรยากาศคลี่คลายลง เธอหันหลังกลับเพื่อจะเดินไปดูอาการของแม่ในห้องนอน แต่ทว่า... กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารบางอย่างกลับลอยเตะจมูกขึ้นมาเสียก่อน
กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนเคี่ยวเคี่ยวจนงวด ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของสมุนไพรในมิติสวนสวรรค์ที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวมาเมื่อครู่ ทั้งๆ ที่ในครัวยังไม่มีใครจุดเตาไฟเลยด้วยซ้ำ!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเธอก้าวเข้ามาในห้องครัวสะอาดสะอ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเรือสีขาวสะอาดของสามีผู้ควรจะอยู่ปฏิบัติภารกิจที่ฐานทัพเรือระยะทางนับร้อยกิโลเมตร กลับยืนถือทัพพีตักซุปใส่ชามเซรามิกด้วยท่าทางคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างนั้นหันมาหาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นละลายใจที่ส่งตรงมาให้
“ภรรยาครับ... จัดการคนพวกนั้นเหนื่อยไหม? มาทานซุปบำรุงกำลังฝีมือสามีเติมพลังก่อนดีกว่านะครับ” ผู้พันหันเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคลั่งรักจนแทบละลาย พร้อมกับรินน้ำชาสมุนไพรส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว
แต่ทว่า... ในจังหวותที่หลินว่านหลิงกำลังจะก้าวเข้าไปหาชายหนุ่ม สายตากลับเหลือบไปเห็นคราบเลือดสดๆ ที่เปื้อนอยู่ตรงปลายแขนเสื้อเครื่องแบบทหารเรือด้านขวาของเขา ซึ่งถูกพับขึ้นอย่างลวกๆ และเสียงเคาะประตูกระจกหน้าต่างบ้านดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน พร้อมกับร่างของสายลับหน่วยข่าวกรองใต้บังคับบัญชาของสามีที่พุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“ท่านผู้พันครับ! แผนการสืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่... พวกมันรู้ตัวเร็วกว่ากำหนด และตอนนี้กำลังส่งหน่วยจู่โจมล้อมบ้านเราไว้หมดแล้วครับ!”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
คุณนายทหารเรือกับสวนผักออร์แกนิกเงินล้าน•ตอนที่ 2
ประกาศกร้าวแบบฉบับเชฟตัวแม่
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณนายทหารเรือกับสวนผักออร์แกนิกเงินล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
