ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง•ตอนที่ 2

ชายผู้ปฏิเสธแสงไฟ

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
กลิ่นอับชื้นของแอลกอฮอล์ราคาถูกผสมกับควันบุหรี่หนาจนแสบจมูก คือสิ่งที่ลินินสัมผัสทันทีเมื่อผลักประตูบานไม้ผุพังของ "The Rust" ร้านเหล้าใต้ดินที่ตั้งอยู่ในซอกตึกอันเปลี่ยวร้าง ย่านชานเมืองที่แสงไฟนีออนสาดส่องมาไม่ถึง รองเท้าส้นสูงสัญชาติอิตาลีราคาแพงกระทบกับพื้นปูนซีเมนต์ที่สกปรก ส่งเสียงน่ารำคาญใจในความเงียบงันของมุมอับสายตา ลินินไม่ได้นึกเสียดายรองเท้าคู่โปรดเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เธอกำลังสนใจคือเงาร่างที่นั่งฟุบอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายและตัดสูทแบรนด์เนมได้อย่างสง่างามในอดีต บัดนี้กลับห่อเหี่ยวและสั่นเทาภายใต้เสื้อฮู้ดสีซีดเก่าคร่ำคร่า "ไม่รับแขก... ร้านปิดแล้ว" เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ผู้ชายคนนั้นยกแก้วเป๊กขึ้นซดน้ำสีอำพันรวดเดียวหมดแก้ว ราวกับต้องการดับไฟนรกที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ลินินหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขา ระยะห่างเพียงไม่ถึงก้าวทำให้เธอได้กลิ่นความพ่ายแพ้ที่ลอยคละคลุ้งยิ่งกว่ากลิ่นเหล้า มันคือกลิ่นของความสิ้นหวัง กลิ่นอายของคนที่ถูกโลกทั้งใบปฏิเสธ และที่สำคัญที่สุด... มันคือกลิ่นของ "คิรากร" อดีตนายแบบระดับท็อปที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี "ถ้าสภาพมันน่าสมเพชขนาดนี้ ทำไมไม่ตายไปซะล่ะคะ คิรากร" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่คมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างที่เคยฟุบอยู่ชะביดกึกทันที ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นด้วยความยากลำบาก ดวงตาที่เคยพราวระยับและกวาดเรตติ้งถล่มทลายบนรันเวย์ บัดนี้แดงก่ำ ขอบตาคล้ำลึก และเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอนและฤทธิ์สุรา คิรากรหันขวับมามอง ปลายจมูกรั้นและกรามที่เคยคมชัดมีหนวดเคราครึ้มรกครึ้ม บ่งบอกว่าเขาไม่ได้ใส่ใจรูปร่างหน้าตามาเป็นแรมปีแล้ว ทว่า เมื่อนัยน์ตาคู่นั้นโฟกัสชัดเจนและเห็นใบหน้าของสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ร่างทั้งร่างของอดีตนายแบบหนุ่มก็แข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน "ลินิน..." เสียงนั้นหลุดลอดออกมาจากลำคอแห้งผาก ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง "เธอ... มาทำอะไรที่นี่" "มาดูความพินาศของคุณไงคะ" ลินินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "แปลกใจเหรอคะที่เห็นฉัน? หรือคิดว่าฉันจะจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดในอดีต จนไม่มีปัญญาแต่งตัวสวยๆ มายืนมองหมาข้างถนนอย่างคุณใกล้ๆ แบบนี้" คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมพอจะกรีดลึกถึงกระดูก คิรากรไม่ได้โกรธ ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาอาละวาดตามนิสัยเจ้าอารมณ์ในอดีต เขาทำเพียงแค่นั่งมองเธอนิ่งๆ หัวเราะในลำคอด้วยเสียงแห้งแล้งและน่าสมเพชยิ่งกว่าเดิม "นั่นสินะ... เธอเก่งขึ้นมากนี่ ลินิน ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้กวาดรางวัลมาหมดทวีป เจ้าของแบรนด์ดังที่ใครๆ ก็กราบกราน" คิรากรแค่นยิ้มหยันให้ตัวเอง ปลายมือสั่นเทายกขึ้นรินเหล้าใส่แก้วอีกครั้ง "ต่างจากฉัน... คนที่ธันวาถีบหัวส่ง คนที่ไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่ารูหนูซุกหัวนอน" ชื่อของ "ธันวา" หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้แววตาของลินินวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกกดให้จมดิ่งลงสู่ความเย็นเยือกเช่นเดิม "เจ็บปวดมากไหมคะ กับการถูกคนที่คุณเคยสวามิภักดิ์หักหลัง" ลินินเอ่ยถาม น้ำเสียงเจือความเย้ยหยัน "ตอนที่คุณกับธันวาช่วยกันเขี่ยฉันลงจากกองไฟ เพื่อฮุบบริษัทและผลงานทั้งหมดของฉันไป คุณเคยคิดถึงวันนี้บ้างไหม... วันที่คุณกลายเป็นแค่อากาศธาตุที่ไม่มีใครต้องการ" คิรากรสะอึก นัยน์ตาคมกริบไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น เขาไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย เพราะทุกสิ่งที่ลินินพูดคือความจริง... ความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง เมื่อหลายปีก่อน เขายอมเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมสกปรกของธันวา ยอมหักหลังผู้หญิงที่รักและซื่อสัตย์กับเขาที่สุด เพื่อแลกกับความรุ่ง and ชื่อเสียงจอมปลอมที่สลายหายไปในพริบตา "ฉันสมควรโดนแล้ว..." คิรากรพึมพำเสียงเบา ดวงตาเหม่อลอยมองแก้วเหล้าในมือ "เธอจะมาเหยียบย่ำฉันอีกสักกี่ครั้งก็ได้ ลินิน... ฉันไม่มีหน้าจะไปโต้แย้งอะไรเธอหรอก เชิญตามสบายเลย" ท่าทีที่ยอมจำนนโดยดุษฎีของอดีตนายแบบผู้เย่อหยิ่ง ยิ่งทำให้ลินินรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรพิกล เธอมองสำรวจร่องรอยความยับเยินบนตัวเขา เสื้อผ้าเก่าๆ เนื้อตัวที่ผอมโซจนเห็นกระดูกไหปลาร้า และมือคู่นั้น... มือที่เคยออกแบบท่าทางและสร้างมูลค่ามหาศาล บัดนี้กลับสั่นเทาไร้เรี่ยวแรง ภาพของความทรงจำอันเลวร้ายในกองเพลิงคืนนั้น แผลเป็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใต้ร่มผ้า และคราบน้ำตาที่ถูกกลืนหายไปในความมืด ย้อนกลับมาตอกย้ำหัวใจของเธออีกครั้ง ลินินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน "คิดเหรอคะว่าฉันมาที่นี่ เพื่อจะยืนดูคุณนั่งทำตัวน่าสมเพชแล้วเดินจากไป" ลินินโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเธอปะปนกับกลิ่นเหล้าฉุนกานต์ของเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "คุณคิดตื้นเกินไปแล้วค่ะ คิรากร" คิรากรเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ หัวใจที่เคยตายด้านไปแล้วกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เมื่อเห็นประกายไฟอันตรายบางอย่างในแววตาของหญิงสาว "เธอ... หมายความว่ายังไง" "เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหากล่ะคะ" ลินินเหยียดยิ้มร้ายกาจ รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ชายหลายคนยอมสยบแทบเท้า และทำให้ธันวาต้องนอนไม่หลับมาหลายคืน "ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณตายง่ายๆ แบบนี้หรอก... คุณต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับฉัน แต่ไม่ใช่ในฐานะ 'หมาข้างถนน' ตัวนี้" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบสร้างความกดดัน ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้คิรากรถึงกับลมหายใจสะดุด "ลุกขึ้นมาค่ะ คิรากร... แล้วกลับไปเป็นนายแบบให้ฉัน ในคอลเลกชันแก้แค้นที่จะทำให้ธันวาพังพินาศย่อยยับคามือเราสองคน" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในร้านเหล้าเก่าๆ ทันที คิรากรมองหน้าอดีตภรรยาด้วยความตะลึงงัน สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ ไม่คาดคิดเลยว่าในวันที่เขาตกต่ำถึงขีดสุด ลินินจะไม่ใช่คนที่เดินหนีจากไป... แต่กลับยื่นมือที่เต็มไปด้วยคมมีดเข้ามาฉุดเขาขึ้นจากนรก เพื่อใช้เป็นอาวุธในการล้างแค้น ก่อนที่คิรากรจะได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือคำถามใดๆ ออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ประตูด้านหลังร้าน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในทันที "เจ๊ลินินครับ... คนที่เราตามหา อยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ" เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ ห้าขวบคนหนึ่ง ที่เดินตามเข้ามาในร้านด้วยท่าทางงัวเงีย มือเล็กๆ ขยี้ตาปอยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีสภาพมอมแมมตรงหน้าบาร์ ดวงตากลมโตของเด็กน้อยเบิกกว้างขึ้นเมื่อประสานสายตากับคิรากร... และวินาทีนั้นเอง คิรากรก็แทบหยุดหายใจ เมื่อตระหนักได้ว่า โครงหน้าเรียว จมูกรั้น และโดยเฉพาะนัยน์ตาสีสนิมคู่นั้น ถอดแบบมาจากกระจกเงาของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแก้แค้นและปมปริศนาในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%