กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของ *ลินิน* ช่างบาดลึกราวกับคมมีดที่เคลือบไว้ด้วยน้ำผึ้ง เธอไม่ได้ปรายตามองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีชาฝั่งตรงข้ามแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจดจ่ออยู่กับการสะบัดปากกาเซ็นชื่อลงบนเอกสารแฟชั่นวีคเซ็ตสุดท้าย เสียงกระดาษที่เสียดสีกันเบา ๆ ดังก้องชัดเจนในความเงียบงันที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อกดดัน
"คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาเหยียบที่นี่ คิรากร"
น้ำเสียงของลินินราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใด ๆ ราวกับกำลังพูดคุยกับสิ่งแปลกปลอมไร้ค่า แต่ทว่าทุกคำพูดกลับกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของอดีตนายแบบหนุ่มผู้เคยอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ
*คิรากร* กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกราบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรัศมีเจิดจ้า บัดนี้เหลือเพียงร่องรอยของความพ่ายแพ้และคราบเขม่าจากกองเพลิงแห่งชีวิตที่เขาเป็นคนจุดมันขึ้นมาเอง เขากลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก ภาพของรันเวย์อันเจิดจรัสที่เคยมีชื่อเสียงของเขาประดับอยู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดและข่าวฉาวที่พร้อมจะฝังกลบเขาให้จมดิน ธันวา ศัตรูตัวฉกาจของลินินและอดีตเพื่อนสนิทของเขาเอง ได้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาจนไม่เหลือชิ้นดี
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้ให้กับโชคชะตา ประตูห้องทำงานนี้ก็ถูกเปิดออก พร้อมกับข้อเสนอที่เขาไม่เคยคาดคิดจากผู้หญิงที่เขาเคยหันหลังให้อย่างไม่ใยดี
"เงยหน้าขึ้นมองฉันสิคะ คิรากร..." ลินินวางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะประสานมือเรียวเข้าหากันบนโต๊ะทำงาน สายตาคู่คมที่ผ่านการถูกทรยศหักหลังจนแข็งแกร่งดุจเพชร จ้องมองตรงไปยังอดีตสามีที่สภาพไม่ต่างจากสุนัขจนตรอก "คุณคิดจริง ๆ หรือคะว่า คนอย่างธันวาจะปล่อยให้คุณมีที่ยืนในสังคมนี้? เขาเหยียบคุณจนจมดินเพื่อเหยียบขึ้นไปยืนบนจุดที่ฉันสร้างมากับมือ... และคุณก็โง่พอที่จะเป็นบันไดให้เขาเหยียบ"
คำพูดนั้นเจ็บแสบยิ่งกว่ารอยแผลเป็นจากไฟไหม้ คิรากรสะดุ้งวาบราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่เมื่อนึกถึงความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เขากำลังจะอดตายและไร้ซึ่งทางออก เขาก็ทำได้เพียงแค่กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"คุณต้องการอะไรกันแน่ ลินิน..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "จะมาหัวเยาะเย้ยฉัน... หรือจะมาซ้ำเติมให้ฉันตายไปข้างหนึ่ง?"
ลินินหัวנסเสียงแผ่วเบาในลำคอ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา รอยยิ้มที่งดงามแต่เย็นชาเสียจนน่ากลัว เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเน้นย้ำถึงอำนาจและความเด็ดเดี่ยวที่เธอมีในยามนี้ เธอเดินเข้ามาใกล้เขาช้า ๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นเยือกของตัวเธอโชยเข้าแตะจมูกของคิรากร ทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง
"ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมตบหัวแล้วลูบหลังกับคุณหรอกนะคะ คิรากร" เธอยืนโน้มตัวลงเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนเขาสามารถมองเห็นเงาของตัวเองในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองคู่นั้น "สิ่งที่ฉันต้องการ... คือชัยชนะ และการทวงคืนทุกอย่างที่ธันวาแย่งไปจากฉัน"
เธอยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลออกไปตรงหน้าเขา ปลายนิ้วเรียวเคาะเบา ๆ บนซองเอกสารนั้น
"นี่คือสัญญาว่าจ้าง... ในฐานะ 'นายแบบเบอร์หนึ่ง' คนใหม่ของแบรนด์ฉัน"
คิรากรเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เขาจ้องมองซองเอกสารสลับกับใบหน้าที่นิ่งGร่งของหญิงสาวตรงหน้า "คุณ... คุณกำลังจะบอกว่า จะให้ฉันกลับมารันเวย์อย่างนั้นเหรอ? ทั้ง ๆ ที่ข่าวฉาวของฉันยังติดตัวเนี่ยนะ? คนทั้งวงการต่างก็ตราหน้าว่าฉันเป็นไอ้ขี้ยาและพวกทรยศ!"
"ข่าวฉาวสร้างได้ ก็ลบได้ด้วยเงินและอำนาจค่ะ" ลินินกล่าวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอเฉียบคมดุจใบมีดโกน "อีกอย่าง... คนเราจะกลับขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ สง่างามที่สุด ก็ต่อเมื่อเหยียบย่ำคนที่เคยเหยียบเราให้จมดินต่างหากล่ะคะ คุณอยากแก้แค้นธันวาไหมล่ะคะ คิรากร? คุณอยากเห็นสีหน้าของไอ้สารเลวนั่น ในวันที่คุณเดินเฉิดฉายอยู่บนรันเวย์แฟชั่นวีคระดับโลก ในชุดที่ฉันเป็นคนออกแบบให้คุณโดยเฉพาะ... หรือคุณจะยอมก้มหัวคลานเป็นหมาข้างถนนให้มันเหยียบเล่นต่อไปจนตาย?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อกคิรากรจนล้มทั้งยืน เลือดในกายของอดีตนายแบบหนุ่มสูบฉีดอย่างรุนแรง ความอัปยศอดสูที่สะสมมานานนับเดือนถูกแปรเปลี่ยนเป็นไฟแห่งความแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและมุ่งมั่น ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังฟื้นคืนชีพจากความตาย
"ถ้าฉันยอมเซ็นสัญญาฉบับนี้..." คิรากรเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาจับจ้องลินินไม่วางตา "ฉันต้องแลกด้วยอะไร? ร่างกาย? วิญญาณ? หรือว่า... หัวใจที่แหลกสลายดวงนี้ของฉัน?"
ลินินแค่นหัวเราะเบา ๆ อย่างเย้ยหยัน เธอยืดตัวตรง ถอยหลังห่างออกไปหนึ่งก้าว ราวกับรังเกียจที่จะเข้าใกล้เขาเกินความจำเป็น สายตาของเธอทอประกายความเหี้ยมเกรียมและเย็นชา
"หัวใจของคุณมันไร้ค่าเกินกว่าที่ฉันจะอยากได้ค่ะ คิรากร" เธอกล่าวเสียงเรียบ "สิ่งเดียวที่ฉันต้องการจากคุณ มีเพียงแค่ 'ความภักดี' ในฐานะเครื่องมือชิ้นหนึ่ง... และการแสดงละครตบตาให้แนบเนียนที่สุด ว่าคุณคือสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อฉันเพียงผู้เดียว"
เธอผายมือไปยังปากกาบนโต๊ะ เป็นเชิงอนุญาตทางอ้อม
"คิดให้ดีนะคะ... นี่คือโอกาสสุดท้ายในชีวิตของคุณ ถ้าคุณเดินออกไปจากห้องนี้ มือซ้ายของคุณจะไม่มีแม้แต่เศษเงินจะซื้อข้าวกรอกหม้อ แต่ถ้าคุณเซ็นชื่อลงไป... คุณจะได้ทุกอย่างคืนมา รวมถึงการได้กระชากหน้ากากของธันวาลงมาเหยียบใต้ฝ่าเท้าด้วย"
คิรากรจ้องมองปากกาในมือสลับกับใบหน้าของอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ความรู้สึกผิดบาปและความเจ็บปวดจากการถูกกระทำตีรวนกันอยู่ในอก แต่ความอยากเอาชนะและความต้องการล้างอายกลับมีมากกว่าสิ่งอื่นใด มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบปากกาขึ้นมาอย่างตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
แต่ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะจรดลงบนกระดาษสัญญานั้นเอง...
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราว ๆ สี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับส่งเสียงใสแจ๋วเรียกชื่อมารดา
"มัมมี่ครับ! น้องกวินหิวน้ำ... เอ๊ะ? คุณลุงคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมหน้าตาดูดุจัง เหมือนยักษ์ในนิทานที่มัมมี่เคยเล่าให้ฟังเลย!"
สิ้นเสียงใสของเด็กชาย คิรากรก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาลอย่างจัง ร่างกายของเขานิ่งค้าง ราวกับถูกแช่แข็งในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลน เมื่อก้มลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่มีดวงตาเรียวรี จมูกรั้น และริมฝีปากที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา... แม้กระทั่งรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่หางคิ้วข้างขวา ก็ยังอยู่ตำแหน่งเดียวกันอย่างไร้ที่ติ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแก้แค้นและปมปริศนานี้นะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!