กลิ่นอายของหมึกพิมพ์ราคาถูกและกระดาษเคลือบมันเกรดต่ำลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาจักรส่วนตัวของเธอ—ลินิน
บนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อดี บัดนี้ป้ายชื่ออะคริลิกใสสลักคำว่า *'ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร: ธันวา วงศ์วัฒนากุล'* ตั้งตระหง่านเย้ยหยันสายตา เอกสารทุกฉบับที่เธอใช้หยาดเหงื่อและมันสมองตลอดเจ็ดปีเต็มในการร่างแบบ คิดค้น และสร้างสรรค์ ถูกกวาดลงถังขยะอย่างไร้ค่า ราวกับพวกมันเป็นเพียงเศษกระดาษทิชชูใช้แล้ว
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังใกล้เข้ามา ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะเปิดออก ปรากฏร่างของชายหนุ่มในชุดสูททําเนียบหรูที่เธอคุ้นเคยดี ดวงตาคมกริบของธันวาคมกมองเธอด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงสุนัขข้างถนนที่หลงเข้ามาในเขตหวงห้าม
"ยังไม่ไสหัวไปอีกหรือ ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น เจ้าของร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกราวกับอยู่คนละฟากฝั่งของเหวลึก
ลินินไม่หลบสายตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายที่เคยเรียก1ว่าสามี รอยยิ้มบางเบาแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่นผุดขึ้นที่มุมปาก เรียวปากอิ่มเคลือบลิดสติกสีแดงเข้มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนสมเพชตัวเอง
"นั่นสินะคะ... ฉันควรจะรีบไสหัวออกไปจาก 'รังโจร' แห่งนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่กลิ่นเน่าเฟะของพวกคุณจะติดตัวฉันจนล้างไม่ออก"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น "อย่ามาปากดีให้มากนัก ลินิน เธอก็แค่ผู้หญิงมือเปล่าที่อาศัยบารมีฉันเติบโต การที่ฉันเซ็นอนุมัติไล่เธอออก และยึดสิทธิ์ในแบรนด์ 'LILIN' ทั้งหมดคืนมา มันก็ยุติธรรมดีแล้วนี่ ในเมื่อทุกอย่างถูกสร้างขึ้นด้วยเงินทุนของบริษัทฉัน"
"เงินทุน?" ลินินทวนคำ เสียงของเธอนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ สายตากวาดมองสำรวจใบหน้าของคนที่เธอมอบทั้งหัวใจและหยาดเหงื่อให้ตลอดหลายปี "เงินทุนที่คุณว่า คือเงินที่คุณแอบยักยอกมาจากบัญชีลับตอนที่เรายังจดทะเบียนสมรสกันใช่ไหมคะ ธันวา... หรือว่าเป็นเงินที่คุณใช้จ่ายปรนเปรออีตัวเด็กเสี่ยคนนั้นกันแน่?"
เพี๊ยะ!
แรงปะทะที่ใบหน้าด้านซ้ายทำให้หน้าของลินินหันไปตามแรงตบ ความชาแล่นริ้วขึ้นมาทันที รสชาติเค็มปร่าของเลือดฝาดจางๆ แผ่ซ่านอยู่ในโพรงปาก แต่เธอไม่มีแม้แต่จะยกมือขึ้นลูบแก้ม ร่างบางยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตหันกลับมาจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น ไฟที่ไม่มีวันดับลงได้อีกแล้ว
"ยอมรับความจริงไม่ได้สินะคะ ถึงได้ใช้กำลังแบบนี้" ลินินแค่นยิ้ม หยาดน้ำใสเอ่อคลอที่หน่วยตาแต่เธอสะกดกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้มันร่วงหล่นลงมาให้คนสารเลวอย่างเขาได้ใจ "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ธันวา... สิ่งที่คุณแย่งไปจากฉันในวันนี้ มันเป็นแค่เปลือกนอก แบรนด์ที่ไร้จิตวิญญาณ ก็เป็นแค่เศษผ้าขี้ริ้วราคาแพง และสักวันหนึ่ง... ฉันจะทำให้คุณกราบเท้าขอร้องให้ฉันกลับมาเหยียบที่นี่ด้วยซ้ำ!"
ธันวากัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา เขายื่นมือหมายจะกระชากแขนเรียวของเธอด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆๆ
"คุณธันวาคะ... มีแขกสำคัญมารอพบค่ะ เขาบอกว่าต้องการคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับทางเราค่ะ" เลขาหน้าห้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง
ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามองลินินด้วยความเหยียดหยามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเอ่ยไล่ส่งราวกับเธอเป็นฝุ่นผง
"ไสหัวไปซะ แล้วอย่าได้เหยียบเข้ามาที่นี่อีก ลินิน... ชีวิตเธอจบสิ้นแล้ว"
ลินินไม่ตอบโต้ เธอเพียงแค่ก้มลงหยิบกระเป๋าหนังใบเก่าของตัวเองขึ้นมาสะพายไหล่ เดินผ่านหน้าเขาไปอย่างสง่างาม แผ่นหลังที่ตั้งตรงและฝีเท้าที่มั่นคงไม่ได้แสดงความอ่อนแอให้เห็นเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเธอเดินพ้นประตูลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่างของตึก
ลมฝนด้านนอกเริ่มโปรยปรายลงมา กลิ่นอายความอับชื้นตีเข้าจมูก ทว่าลินินกลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด เธอกำโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าแน่น ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารแสดงยอดเงินคงเหลือหลักร้อย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังกังวล
ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปจากใต้ร่มชายคาตึก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็เดินสวนเข้ามาพอดี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ลินินชะงักเท้าเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจและเบี่ยงตัวหลบ
"ระวังหน่อย..." เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเย่อหยิ่งในที
ลินินเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือใคร—คิรากร อดีตนายแบบระดับซูเปอร์โมเดลแถวหน้าของเอเชีย ผู้ชายที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของวงการแฟชั่น แต่ปัจจุบันกลับตกเป็นข่าวฉาวโฉ่จนถูกแบนจากทุกสื่อ ร่างสูงในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทดึงหมวกคลุมศีรษะต่ำจนบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง ปอยผมหยักศกสีเข้มรกเรื้อและหนวดเคราที่ไม่ได้โกนทำให้เขาดูโทรมราวกับคนละคน แต่โครงหน้าคมคายและสันจมูกโด่งเป็นคมนั้นยังคงเอกลักษณ์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง
คิรากรชะงักฝีเท้าลงเช่นกัน เขาก้มมองผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาสสีนิลคู่คมที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับไหววูบลงครู่หนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทางความรู้สึกไม่ต่างจากเขา
พวกเขาทั้งคู่ต่างเป็นเหยื่อของเกมธุรกิจอันโสมمนี้... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่หล่นร่วงอยู่แทบเท้าของคิรากร มันเป็นเอกสารหลุดมาจากแฟ้มที่เจ้าตัวถือมาลวกๆ และข้อความตัวอักษรบนหัวกระดาษที่โผล่พ้นซองออกมา ทำให้ลมหายใจของลินินสะดุดกึกลงทันที
*ผลตรวจสภาพจิตใจและการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง... และสิทธิ์การครอบครองหุ้น 30% ของบริษัท...*
ดวงตาของลินินหรี่แคบลง สมองที่เคยว่างเปล่ากลับเริ่มหมุนวนด้วยฟันเฟืองแห่งการแก้แค้นอย่างรวดเร็ว เธอก้มลงหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยความถือวิสาสะ ท่ามกลางความตกใจของคิรากรที่ยื่นมือคว้าตามไม่ทัน
ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับความเจ็บปวดและการเริ่มต้นทวงคืนความยุติธรรมในบทนี้นะคะ
ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง•ตอนที่ 1
ซากความฝันในห้องมืด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ไร้หัวใจกับนายแบบตกอับในกองเพลิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!