เสียงสะอื้นไห้ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรสาไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในค่ำคืนนี้ ประโยคที่เธอกรีดร้องออกไปในความมืดเมื่อครู่—*"ช่วยด้วย... มันกำลังจะกลับมา..."*—ยังคงทิ้งความสั่นสะทอนไว้บนผิวเนื้อราวกับรอยแผลเป็นที่เพิ่งถูกกรีดซ้ำ ทว่า ความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมห้องนอนกว้างในยามวิกาลกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างกรายเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับปีศาจที่เดินออกมาจากขุมนรกเพื่อทวงคืนสิ่งที่มันตีตราจอง
กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ของบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นเยียบแต่ทรงอำนาจลอยล่องเข้ามาแตะปลายจมูก รสาที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเตียงนอนกว้างสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดตื่นเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนทาบทับลงบนร่างของเธอผ่านแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านผ้าม่าน
"ใคร..." เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบไม่ได้ศัพท์
ไม่มีเสียงตอบรับจากชายปริศนาผู้บุกรุก มีเพียงแรงกดทับอันมหาศาลที่ยวบลงบนฟูกนอนข้างกาย รสาถอยร่นหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง ความมืดมิดในห้องไม่ได้ช่วยอำพรางใบหน้าคมคายดุจรูปสลักของ ‘คิมหันต์’ ได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นคมกริบราวกับพญาสัตว์ล่าเหยื่อกำลังจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่ลุกโชนไปด้วยความหึงหวง โกรธเกรี้ยว และความปรารถนาดิบเถื่อนที่ถูกกดทับไว้จนระเบิดออกมา
"เธอกำลังเรียกใครอยู่... รสา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนน่าขนลุกดังลอดไรฟัน มันไม่ได้เจือแววปรานีเลยแม้แต่น้อย คิมหันต์เอ่ยถามขณะโน้มกายเข้าหาเธอช้าๆ ความกดดันจากตัวตนของเขาทำให้บรรยากาศภายในห้องรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"คุณ... คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง ออกไปนะ!" รสาพยายามเค้นเสียงแข็งขู่กลับ ทั้งที่เสียงของเธอกำลังสั่นสะท้าน มือบางพยายามผลักอกแกร่งที่ขยับเข้าประชิด แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย
"ห้องของเธอเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันหยือก มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือหัวด้วยแรงมหาศาล "จำไม่ได้หรือไง ว่าทั้งบ้านหลังนี้... แม้กระทั่งตัวของเธอเอง มันเป็นของฉันตั้งแต่แรกแล้ว"
"ปล่อยนะ! คนป่าเถื่อน!" รสาตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความกลัวถูกแทนที่ด้วยศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ เธอดิ้นรนสุดแรงเพื่ออิสรภาพ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ ลอบเข้าห้องคนอื่นมันทุเรศสิ้นดี!"
"ฉันจะทำอะไรกับสมบัติของฉันก็ได้" คิมหันต์คำรามในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย
ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงทาบทับร่างบางที่ดิ้นรนอยู่ใต้ร่าง ความต่างของสรีระทำให้รสารู้สึกราวกับถูกขุนเขาหินผากดทับไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ กลิ่นกายเร่าร้อนของเขาผสมผสานกับความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านปกคลุมร่างเธอจนแทบสิ้นเรี่ยวแรง
"ปล่อยฉันบอกว่าให้ปล่อย..." เสียงหวานขาดห้วงทันที เมื่อริมฝีปากหนาฉวยโอกาสก้มลงปิดกลีบปากนิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการลงทัณฑ์... จูบที่ดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อน คิมหันต์บดขยี้ริมฝีปากเธอบังคับให้เธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันจาบจ้วง รสาพยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งกลับบีบกรามของเธอให้หันมารับรสจูบอันเร่าร้อนที่แฝงด้วยความโหดร้ายของเขา ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ จนรสากระอักกระอ่วนและแทบขาดอากาศหายใจ
น้ำตาใสไหลรินอาบแก้มด้วยความคับแค้นใจ ความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาเริ่มกัดกินหัวใจเธอทีละน้อย แม้เธอจะเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวระรัวไปกับสัมผัสวาบหวามนี้ แต่วิญญาณและศักดิ์ศรีของเธอกลับกรีดร้องปฏิเสธ
เมื่อคิมหันต์ยอมผละริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศ รสาก็หอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าหวานแดงก่ำ นัยน์ตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำ ทว่าแววตาดุดันของมาเฟียหนุ่มกลับไม่ได้ลดละความคลั่งไคล้ลงเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกชนกับแก้มนวล ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวผ่องที่สั่นไหวระริก คิมหันต์ฝากรอยจูบเน้นย้ำและขบเม้มอย่างแรงลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยแดงกุหลาบเด่นชัด เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"จำใส่สมองของเธอไว้... รสา" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหูของเธอ พร้อมกับมือหนาที่ลูบไล้ลงมาตามเรียวขาภายใต้ชุดนอนบางเบาอย่างจาบจ้วง "ต่อให้เธอจะฝันร้ายถึงใคร... หรือเรียกหาใครในความมืด..."
คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของเธอจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"...คนที่ครอบครองทั้งร่างกายและลมหายใจของเธอได้... มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น"
ทันทีที่พูดจบ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาสودลางเลือนของใครบางคนยืนอยู่หลังม่านโปร่ง รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเงาร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเรวัต... อดีตคนรักเก่าที่เธอกลัวที่สุดกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่ภายนอกระเบียง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "แมวดำใต้แสงจันทร์" มาโดยตลอดนะคะ
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 4
สัมผัสแรกแห่งความพ่ายแพ้
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!