"เรวัต!"
เสียงเรียกที่หลุดลอดริมฝีปากบอบบางของรสาไม่ได้มีความหมายแค่วิญญาณที่หวาดผวา แต่มันคือชื่อที่ทำลายความเงียบงันและแผดเผาบรรยากาศอึมครึมภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์ทมิฬให้ลุกเป็นไฟในเสี้ยววินาที
ความมืดมิดยามวิกาลไม่ได้โอบกอดพวกเขาอย่างอ่อนโยน มันกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและแรงกดดันทางจิตวิทยาที่บีบเค้นจนแทบหายใจไม่ออก รสาตัวสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศที่ลดต่ำลง แต่เพราะเงาร่างสูงใหญ่ของ 'คิมหันต์' ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหึงหวง ดิบเถื่อน และอำมหิตราวกับซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้แหลقคามือ
"กล้ามากนะ..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกดังลอดไรฟันหนา คิมหันต์กระชากต้นแขนเรียวเล็กของเธอเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาล รสาเซถลาเข้าปะทะแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เนื้อตัวของเธอสั่นสะท้านเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนและกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายของเลือด
"ปล่อยฉันนะ!" รสาพยายามขัดขืน แม้จะรู้ว่ามันไร้ความหมาย มือเล็กพยายามผลักไสแผงอกนั้น แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงบีบที่ข้อมือหนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว แต่ความเจ็บปวดทางกายยังน้อยกว่าความหวาดกลัวในแววตาของเขา
คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ซอกคอขาวผ่องของหญิงสาวอยู่ห่างจากริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดผิวเนื้อทำให้รสาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรียกมันทำไม... ในเมื่อตอนนี้คนที่กอดเธอ ครอบครองเธอ และเป็นเจ้าชีวิตของเธอ... คือฉันคนนี้!"
คำพูดกระซิบแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความหึงหวงและโทสะทำให้รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หยาดน้ำตาจะคลอหน่วยที่หน่วยตา "คุณมันก็แค่คนป่าเถื่อน... เอาตัวฉันมาเพราะความแค้น คุณไม่มีวันได้หัวใจฉันหรอคิมหันต์!"
เพล้ง!
เสียงแจกันราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงถูกมือหนาปัดร่วงลงมาแตกกระจายละเอียดไม่เป็นชิ้นดี คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนาน มีเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างกำแพงห้องกับแผ่นอกของเขา สายตาคมกวาดมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นอย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มร้ายกาจ
"หัวใจงั้นเหรอ? ฉันไม่เคยสนใจของไร้ค่าแบบนั้นหรอกรสา สิ่งที่ฉันต้องการคือร่างกายที่ดิ้นรนอยู่ใต้ร่างฉันต่างหาก... และจำใส่สมองอันน้อยนิดของเธอไว้ให้ดี นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป นี่คือ 'กฎเหล็ก' ข้อแรกในคฤหาสน์หลังนี้"
นิ้วแกร่งเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกดน้ำหนักลงแรงๆ จนรสาต้องเผยอปากขึ้นด้วยความเจ็บ
"หนึ่ง... ห้ามพูดชื่อผู้ชายคนอื่นในบ้านหลังนี้ โดยเฉพาะชื่อไอ้เรวัต สัตว์เดรัจฉานตัวนั้น ถ้าเธอเอ่ยมันออกมาอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้เธอรู้ว่านรกบนดินมันหน้าตาเป็นยังไง... สอง... ทุกครั้งที่ฉันเรียก ไม่ว่าเธอจะกำลังทำอะไรอยู่ หรืออยู่ที่ไหน เธอต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าฉันภายในสามวินาที และสาม..."
คิมหันต์หยุดพูดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดนอนผ้าไหมบางเบาอย่างหิวกระหาย ก่อนจะโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหใบหูเล็ก เสียงของเขาแหบพร่าจนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ทุกค่ำคืน... เธอต้องเป็นของฉัน จนกว่าฉันจะเบื่อ... ห้ามขัดขืน ห้ามปฏิเสธ และห้ามร้องไห้"
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนรังเกียจ กฎเหล็กบ้าบอพวกนี้มันไม่ต่างอะไรกับการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอให้กลายเป็นเพียงตุ๊กตาระบายความใคร่ "คุณมัน... โรคจิต! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!"
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง เหนือร่างกายและลมหายใจของเธอ!" คิมหันต์คำรามลั่น ประكายตาคลุ้มคลั่งระเบิดออกมา เขาไม่รอช้าที่จะพิสูจน์อำนาจนั้น ริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบจูบลงมาที่กลีบปากบางอย่างดุดัน ไร้ความปรานี รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนราวกับต้องการสูบวิญญาณ รสาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตี แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่เป็นผลเมื่อเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำของมาเฟียหนุ่ม
สัมผัสหยาบโลนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดทำให้ร่างบางอ่อนระทวยลงทีละน้อย กลิ่นกายอันคุ้นเคยและสัมผัสที่จาบจ้วงกำลังดึงเธอดำดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งตัณหาที่เธอหวาดกลัวที่สุด มือหนาเลิกชายผ้าไหมขึ้นลูบไล้เรียวขาเนียนนุ่มอย่างจาบจ้วง ความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อจนรสาเผลอครางอือในลำคออย่างลืมตัว
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์นั้นเอง...
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่เงียบสงัด เสียงนั้นไม่ได้มาจากด้านนอกประตูห้องนอนหลัก แต่มันดังมาจาก... "ตู้เสื้อผ้า" บิลท์อินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง!
คิมหันต์ชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากริมฝีปากบอบบางอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหันขวับไปจ้องมองบานประตูตู้เสื้อผ้าที่ปิดสนิททันที รสาสะดุ้งเฮือก ความหวาดกลัววิ่งพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อนึกถึงเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนี้ที่เธอเพิ่งได้ยินมาเมื่อตอนเย็น
ไม่มีใครอยู่ในห้องนั้น... ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาสองคน... แล้วเสียงเคาะนั่นมาจากไหน?
แอด... เสียงบานพับประตูตู้เสื้อผ้าค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดภายในตู้ที่มีเพียงเงาดำทะมึนทอดตัวยาวออกมา และก่อนที่คิมหันต์จะทันได้พุ่งตัวเข้าไปกระชากบานประตูเปิดออก มือสีขาวซีดราวกระดาษไร้ซึ่งเลือด ก็ยื่นออกมาจากรอยแยกของตู้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าลอยละลิ่วมาตามอากาศ...
"ช่วยด้วย... มันกำลังจะกลับมา..."
ขอบคุณสำหรับการติดตามตอนนี้นะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าเงาปริศนาในตู้เสื้อผ้าคือใคร และคิมหันต์จะจัดการอย่างไรกับวิกฤตครั้งนี้ในตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ!
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 3
กฎเหล็กในคฤหาสน์ทมิฬ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!