กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเหล้ารัมราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายบุรุษอันเป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์ มันไม่ใช่แค่ความกดดัน แต่มันคือพันธนาการที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ บีบรัดลำคอของรสาจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ออกซิเจน ร่างบางสั่นสะท้านภายใต้ชุดราตรีสีดำสนิทที่บัดนี้ยับยู่ยี่จากแรงฉุดกระชาก ดวงตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มจ้องมองเธอนิ่งสนิท ราวกับราชสีห์กำลังพิจารณาเหยื่อผู้โง่เขลาที่เดินเข้าปากถ้ำด้วยความสมัครใจ
คำพูดทิ้งท้ายเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *‘หึ... ดูเหมือนหมาตัวโปรดของหนู มันจะกล้ากลับมาเห่าถึงถิ่นเสือแล้วสินะคะ...’*
รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธแค้นผสมผสานกับความหวาดกลัวตีรวนอยู่ในอกจนจุกแน่น เธอเชิดหน้าขึ้น แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดคือเกราะป้องกันสุดท้ายที่เธอพยายามสวมไว้
"คุณมันบ้า... คิมหันต์ เรวัตเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย ปล่อยเขาไป!" เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น นัยน์ตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลลงมาประจานความอ่อนแอ
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นทรงพลังและเยียบเย็นจนน่าขนลุก เขาย่างสามขุมเข้าประชิดร่างบางอย่างเชื่องช้า ทว่าคุกคามราวกับมัจจุราชที่กำลังเดินเข้าหาดวงวิญญาณที่หมดอายุขัย ทุกย่างก้าวของเขากดดันให้อรสาต้องถอยร่นจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับบานกระจกใสเย็นเฉียบของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้าน แต่มันช่างเหน็บหนาวเหลือเกินเมื่อเทียบกับสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ไม่เกี่ยวกับงั้นเหรอคะ..." มือหนาเอื้อมออกไป ปลายนิ้วกร้านไล้ตามกรอบหน้าสวยอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสที่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนทำให้รสาต้องหลับตาลงด้วยความสะท้าน "มันกล้าแตะต้องของๆ ฉัน กล้าส่งสุนัขรับใช้มาป้วนเปี้ยนแถวอาณาจักรของฉัน... หนูคิดว่าคนอย่างคิมหันต์ จะปล่อยให้มันเดินออกไปจากที่นี่โดยยังมีลมหายใจอยู่หรือคะ รสา?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยไอสังหารทำให้รสาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เธอรู้ดีว่ามาเฟียหนุ่มคนนี้พูดจริงทำจริง เรวัต... อดีตคนรักเก่าที่โง่เขลาพยายามยื่นมือเข้ามาช่วยเธอจากขุมนรกนี้ แต่กลับไม่รู้เลยว่ากำลังเดินเข้าสู่ปากเหวแห่งความตาย
"คุณมันเลือดเย็น... คุณมันซาตานชัดๆ!" รสาตบะแตกสะบั้น เธอใช้สองมือผลักอกแกร่งเต็มแรง หวังจะให้ร่างสูงถอยห่าง แต่ทว่า... คิมหันต์กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งราวกำแพงเหล็ก ก่อนจะใช้มือข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยแรงมหาศาล
พรึบ!
ร่างบางถูกตรึงไว้กับกระจกใสอย่างไร้ทางสู้ ระยะห่างระหว่างกันแทบเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว คิมหันต์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ ซอกคอระหงถูกไออุ่นจากลมหายใจของเขารุกรานจนรสาต้องหดคอหนีด้วยความตื่นกลัว
"ใช่ค่ะ... ฉันมันซาตาน" เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกชัน "และหนูก็คือเชลยของซาตานตนนี้... จำใส่สมองอันน้อยๆ ของหนูเอาไว้ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป สถานะของหนœา ไม่ใช่แค่ลูกหนี้ที่ต้องชดใช้ด้วยเงินทองอีกต่อไปแล้วนะคะ..."
ดวงตาสสีนิลดุจรัตติกาลมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความปรารถนาดิบเถื่อนปะปนกับความกระหายใคร่รุนแรงฉายชัดอยู่ในนั้น มันไม่ใช่แค่การลงทัณฑ์ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้า
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง..." รสาเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยขั้นวิกฤต เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจของชายหนุ่ม
"หึ... แปลว่าอะไรหนูย่อมรู้ดีแก่ใจ" คิมหันต์ไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัวริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบกลีบปากอิ่มสีระเรื่อทันทีอย่างไร้ความปรานี จุมพิตดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนราวกับต้องการสูบวิญญาณ รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีแผงอกแกร่งเป็นการประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดเอวบางไว้ก็ยิ่งรัดแน่นจนกระดูกแทบแหลกสลาย
รสชาติหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนานทำให้คิมหันต์ยิ่งได้ใจ มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นเอวคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกอบโกยความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รสาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลได้ สุดท้ายกลีบปากนุ่มก็ต้องเผยอออกด้วยความจำยอม ปล่อยให้เขาลุกล้ำตักตวงความหวานจนเธอแทบขาดใจ
สัมผัสที่ทั้งเจ็บปวดและวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความตึงเครียด กลิ่นอายความตาย และรสจูบอันเร่าร้อนหลอมรวมกันจนรสาแทบแยกไม่ออกว่าเธอกำลังถูกลงทัณฑ์หรือกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงนรกแห่งตัณหาที่เขาขุดล่อไว้กันแน่
เนิ่นนานกว่าที่คิมหันต์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกกาศเข้าปอดอย่างกระหาย รสาใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อและเปียกชื้น ดวงตาคู่สวยคลหน่วยด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
"จำไว้นะคะ... รสา" คิมหันต์กระซิบชิดริมใบหูที่แดงก่ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ยังไม่มอดดับ "ต่อให้หนูจะดิ้นรนหนีไปสุดขอบโลก หรือต่อให้ไอ้เรวัตมันจะพยายามเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อช่วยหนูมากแค่ไหน... จุดจบของหนูก็ยังคงต้องอยู่ใต้ร่างของฉัน... ในห้องนี้... ตราบเท่าที่ฉันยังไม่เบื่อ!"
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างด้านนอกแตกกระจายพร้อมกับร่างของใครบางคนที่พุ่งทะยานเข้ามาภายในห้องเพนต์เฮาส์อย่างไม่มีสัญญาณเตือน!
คิมหันต์หรี่ตาลงอย่างอันตราย รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างในชุดสูทสีดำสนิทพร้อมปืนเก็บเสียงในมือเล็งตรงมาที่พวกเขา และใบหน้านั้น... ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
"เรวัต!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงความมืดนี้ไปด้วยกันนะคะ
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 2
เชลยไร้ทางสู้
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!