"จำไว้ว่าเธอเป็นของฉัน... ต่อให้วิญญาณในร่างนี้อยากจะหนีไปไกลแค่ไหน ฉันก็จะตามกระชากเธอกลับมาฝังไว้ใต้ร่างของฉันอยู่ดี รสา"
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูนั้นไม่ได้เจือแววเยียบเย็นไร้หัวใจเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หากแต่สั่นพร่าและเต็มไปด้วยความโหยหาจนน่ากลัว ปลายนิ้วสอบอุ่นของคิมหันต์เกลี่ยไล้อยู่ตามกรอบหน้าเรียวที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาและเหงื่อกาฬ ความโกรธเกรี้ยว ดุดัน และดิบเถื่อนที่เคยแผดเผาทุกสิ่งในคฤหาสน์หลังนี้ บัดนี้กลับถูกหลอมละลายเหลือเพียงความคลั่งไคล้และแรงปรารถนาอันลึกล้ำที่พร้อมจะแผดเผาเขากับเธอให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน
รสาหอบหายใจสะท้านสะเทือน ร่างกายบอบบางระหงแนบสนิทอยู่ใต้ร่างหนาหนักที่แผ่ไอร้อนระอุ ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววต่อต้านและเด็ดเดี่ยว บัดนี้พ,ร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตาและความสับสนระคนเคลิบเคลิ้ม ความเจ็บปวดจากบาดแผลในอดีตและเงาแค้นของเรวัตที่เคยคอยตามหลอกหลอน คล้ายถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้นด้วยสัมผัสอันอ่อนโยนแต่ทว่าหนักหน่วงเร่าร้อนที่ชายหนุ่มจงใจมอบให้อย่างไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจ
"ปล่อย... ฉัน..." เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยปฏิเสธอย่างไม่มีแรงเหลือเฟือ มือเรียวที่พยายามจะดันแผงอกกว้างเอาไว้เมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นกำทึ้งเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขาจนยับยู่ยี่ เมื่อริมฝีปากหยักลึกก้มลงมาซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน ฝังรอยสวาทสีุ่กุหลาบย้ำเตือนความเป็นเจ้าของซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ไม่ปล่อย... ไม่มีวันนั้น รสา" คิมหันต์คำรามต่ำในลำคอ ร่างกายกำยำขยับเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่ลึกซึ้งดึงดูด ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่างเขา ดวงตาคมกริบที่เคยตวัดมองใครด้วยแววตาดุจมัจจุราช กลับอ่อนแสงลงจนน่าใจหายยามที่ทอดมองใบหน้าหวานที่กำลังบิดเบี้ยวด้วยความสุขสมปนทรมาน
บทรักในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความดิบเถื่อนหรือการลงทัณฑ์ตามสัญชาตญาณดิบของมาเฟีย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและโหยหา ราวกับทั้งคู่ต่างพยายามใช้ร่างกายและจิตวิญญาณหลอมรวมเข้าหากัน เพื่อลบเลือนรอยแผลเป็นในอดีตที่เรวัตเคยฝากไว้ รสาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อเรียวปากร้อนผ่าวไล่จูบซับหยาดน้ำตาบนพวงแก้ม ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประกบจูบกลีบปากบวมเจ่ออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำจนเธอแทบขาดใจตายคาอก แขนเรียวเสลาต้องยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้แรงดึงดูดอันเร่าร้อนลากจูงเธอตกลงไปในหลุมพรางสวาทที่เขาขุดล่อไว้อย่างเต็มใจ
"มองหน้าฉัน... รสา มองฉันคนเดียว"
เสียงกระซิบพร่าสั่งการด้วยความเผด็จการ แต่นัยน์ตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยความเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็น รสาลืมตาขึ้นสบประสานกับดวงตาคู่นั้น แววตาของคิมหันต์ในยามนี้สะท้อนเงาของเธอ ชัดเจนจนทำให้หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาสั่นไหวอย่างรุนแรง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแค้น การกักขัง และการตีตราด้วยหนี้สิน บัดนี้กลับถูกถักทอด้วยสายใยแห่งความเสน่หาที่ยากจะตัดขาด
ห้องนอนกว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเร่าร้อนและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันเป็นจังหวะ บรรยากาศสยองขวัญและวังเวงของคฤหาสน์มาเฟียที่ภายนอกเต็มไปด้วยอันตรายและกลิ่นคาวเลือด กลับกลายเป็นกรงทองอันอบอุ่นที่โอบอุ้มทั้งสองคนไว้ในโลกใบเล็กๆ ที่มีเพียงเราสอง คิมหันต์ตอกย้ำความสัมพันธ์ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความอ่อนโยนที่แฝงไว้ด้วยความดุดัน ทุกหยาดเหงื่อและสัมผัสแนบแน่นคือคำประกาศิตที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง — เธอเป็นของเขา ทั้งร่างกาย วิญญาณ และลมหายใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน รสานอนซบอยู่บนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยเล็บของเธอเอง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนจากการถูกเขารุกรานอย่างไร้ความปรานี คิมหันต์กอดร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยที่ชุ่มเหงื่ออย่างเบามือ ริมฝีปากหยักได้รูปจูบซับลงบนหน้าผากเนียนมนอย่างทะนุถนอม
ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวปกคลุมห้องนอนสีทึบ ท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาลที่เงียบเชียบจนน่าประหลาด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกห้องพัก กลับทำลายบรรยากาศแสนหวานลงในพริบตา!
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ทว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา เพราะมันมาพร้อมกับกลิ่นอายความตายและไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านลอดผ่านรอยแยกของบานประตูเข้ามา คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาดุดันดั่งเดิมในเสี้ยววินาที ร่างกายกำยำผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปหยิบปืนพกกระบอกโปรดใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ
รสา สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ความหวาดกลัวที่เคยจางหายไป กลับพุ่งทะยานขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจอีกครั้ง
"ใคร..." รสาเอ่ยเสียงสั่น พลางคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาหันมามองเธอนิ่งแววตาสื่อความหมายเด็ดขาด ก่อนจะก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนช้าๆ มือหนาบิดลูกบิดเปิดออกกว้างเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนยามวิกาล
แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้มาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครอย่างคิมหันต์ต้องชะงักงัน และทำให้เลือดในกายของรสาเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล
บนพื้นพรมหน้าห้อง มีกล่องของขวัญสีดำสนิทผูกโบด้วยริบบิ้นสีเลือดวางอยู่เด่น
และบนกล่องนั้น... มีกระดาษโน้ตลายมือคุ้นตาแปะอยู่ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่สลักใจความมรณะ:
*'ของขวัญแสดงความยินดี... จากคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้ว, รสา'*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 29
พันธะสวาทนิรันดร์
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!