กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 28

คำสาปที่ถูกทำลาย

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูกระจกเบื้องหลังม่านลูกไม้สีขาวบางเบายังคงดังระรัว บีบเค้นบรรยากาศในห้องนอนกว้างให้หดแคบลงจนแทบหายใจไม่ออก เงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับอยู่หลังกระจกนั้นไม่ใช่ภาพหลอนจากความหวาดผวา แต่มันคือ ‘เรวัต’ อดีตชายผู้เคยตีตราจองวิญญาณรสาด้วยรอยแผลเป็นและความเจ็บปวด คิมหันต์หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง ลมหายใจที่หอบกระชั้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะอันคุกรุ่น มือหนาที่ตรึงสะโพกมนไว้ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาออกแรงบีบแน่นจนรสาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด “ห้ามขยับ” เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดรอดไรฟันออกมา คิมหันต์ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวลดฮวบลง ร่างสูงผละออกจากเรือนร่างอรชรของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว คว้าเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มมาสวมทับอย่างไร้ความปรานีต่อสายตาที่มองตรงมาผ่านกระจก รสาตัวสั่นเทา ความหวาดกลัวจากอดีตที่ฝังรากลึกแล่นพล่านไปทั่วกระดูกดำ ภาพเหตุการณ์คืนวันอันเลวร้ายในคฤหาสน์หลังนี้ผุดขึ้นมาซ้ำๆ ราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอกลับ แต่มือกว้างของคิมหันต์กลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น บีบแน่นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นดิบเถื่อนที่ดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน “กลัวมันทำไม ในเมื่อตอนนี้เธอเป็นของฉัน... รสา” น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มทรงอำนาจและเยียบเย็นจนน่าขนลุก “มันกล้าดีมากที่กล้าเหยียบเข้ามาในเขตอภัยทานของฉันเป็นครั้งที่สอง” ปัง! กระจกบานใหญ่แตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เศษแก้วคมกริบกระเด็นว่อนไปทั่วห้องนอนหรูหรา พร้อมกับร่างของเรวัตที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตอันตราย รอยยิ้มเยียบเย็นที่ปรากฏบนมุมปากมีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวกระตุกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ในมือของมันถือวัตถุโลหะสีดำเงาวับที่สะท้อนแสงไฟสลัว “ตกใจอะไรกัน หรือว่าฉันมาขัดจังหวะความสุขของพวกแก?” เสียงแหบพร่าของเรวัตดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังคิมหันต์อย่างไม่ลังเล “คิมหันต์... แกคิดว่าขังฉันไว้ในนรกตระกูลเก่าได้แล้วฉันจะยอมจำนนอย่างนั้นเหรอ? วันนี้ฉันจะทวงทุกอย่างคืน ทั้งบริษัท ทั้งคฤหาสน์... และผู้หญิงของฉัน!” รสากรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นปลายกระบอกปืนหันมาทางพวกเขา แต่ก่อนที่นิ้วของเรวัตจะทันได้เหนี่ยวไก คิมหันต์กลับหัวเราะออกมาในลำคอ—เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความกลัว มีแต่ความเหี้ยมเกรียมและสมเพชเวทนา “แกคิดว่าฉันโง่ขนาดปล่อยให้หมาจรจัดอย่างแกเดินเข้าบ้านมาได้โดยไม่มีใครรู้ตัวงั้นเหรอ เรวัต” สิ้นเสียงของคิมหันต์ ไฟทั่วทั้งคฤหาสน์ก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกันจนแสบตา เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบชีวิตกรูเข้ามาล้อมรอบห้องนอนไว้ทุกด้าน ปลายกระบอกปืนนับไม่ถ้วนจากบอดี้การ์ดชุดดำนับสิบคนพุ่งตรงไปที่เรวัตในเสี้ยววินาทีเดียว สถานการณ์พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เรวัตหน้าถอดสี รอยยิ้มเยียบเย็นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อรู้ตัวว่าตนเองต่างหากที่เดินเข้ามาติดกับดักมรณะที่คิมหันต์ขุดรอไว้ “แก... แกหลอกฉัน!” เรวัตคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว หันปากปืนมาทางรสาเพื่อจะใช้เธอเป็นตัวประกัน “ถ้าฉันต้องตาย ยัยนี่ก็ต้องตายไปกับฉัน!” “ถ้าแกกล้าขยับปลายนิ้วเข้าใกล้เธอแม้แต่นิ้วเดียว...” คิมหันต์ก้าวบังร่างของรสาไว้มิดชิด แววตาของมาเฟียหนุ่มไร้ซึ่งความปรานี ดิบเถื่อน และพร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ “ฉันจะทำให้แกไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะกลบฝัง ร่างของแกจะเป็นอาหารให้หมาในป่าลึก จำคำฉันเอาไว้!” บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงลมหายใจของทุกคนในห้องราวกับถูกแช่แข็ง รสาซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของคิมหันต์ สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายและความอบอุ่นที่ปกป้องเธอไว้ ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากเธอไปได้เด็ดขาด ในจังหวะที่เรวัตกำลังลังเลและเสียสมาธิ บอดี้การ์ดมือหนึ่งของคิมหันต์ก็พุ่งเข้าชาร์จจากด้านหลังอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดทะลุเพดาน ก่อนที่ร่างของเรวัตจะถูกกดลงกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไม่1แยแส ปลายกระบอกปืนของคิมหันต์จ่อตรงลงที่กลางหน้าผากของศัตรูตัวฉกาจทันที “จบสิ้นกันที คำสาปบ้าๆ ที่แกสร้างขึ้น... วันนี้มันถูกทำลายลงแล้ว” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงพลัง และเด็ดขาด เรวัตถูกลากตัวออกไปจากห้องอย่างไร้ความปรานี ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความเสียหายบนพื้นกระจกแตก รสาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างกายทรุดฮวบลงจนคิมหันต์ต้องตวัดแขนโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบอกทันที มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ แววตาที่เคยดุดันและเย็นชากลับอ่อนแสงลงยามที่มองสบตากับหญิงสาว “ปลอดภัยแล้วนะรสา... ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรเธอได้อีก” รสาสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความลึกซึ้งและเร่าร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่ม เธอเอื้อมมือเรียวไปแตะที่แก้วสากระระคายของเขาเบาๆ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ขอบคุณนะคะ... ที่ปกป้องฉัน” คิมหันต์กระตุกยิ้มมุมปาก ความดิบเถื่อนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายตาสีหน้าเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารสาใจสั่นสะท้าน ร่างสูงช้อนตัวเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย พาเดินเลี่ยงเศษแก้วไปที่โซฟายาวริมหน้าต่างที่ยังคงมองเห็นแสงจันทร์สาดส่องลงมา “คำขอบคุณของเธอมันต้องมีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่านี้นะ... รสา” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนจัดที่กดจູບลงมาบนซอกคอขาวเนียนอย่างอุกหาญ เรี่ยวแรงทั้งหมดของรสาละลายหายไปในพริบตา เธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดันที่เขาปรนเปรอให้อย่างเต็มใจ ท่ามกลางค่ำคืนที่ความมืดมิดและความหวาดกลัวถูกชำระล้างจนหมดสิ้น เหลือเพียงเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่มีวันดับ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะแนบชิดกันอีกครั้ง ร่างสูงของคิมหันต์กลับชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังมุมมืดของระเบียงห้องที่ควรจะว่างเปล่า เงาดำทึบของใครบางคนกำลังขยับตัวช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท... *“เกม... ยังไม่จบแค่นี้หรอก คิมหันต์”* *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดและบททดสอบอันเร่าร้อนนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักความคลั่งรักของบอสคิมหันต์กันนะคะ! ❤️ - แมวดำใต้แสงจันทร์
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%