กล่องกำมะหยี่สีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าเบื้องล่าง มันไม่ใช่ของขวัญธรรมดา แต่มันคือคำประกาศิตจากหลุมศพ—จากเรวัต ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าถูกฝังกลบไว้ใต้ดินอย่างไร้ลมหายใจไปแล้ว รสายืนตัวแข็งทื่อ ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเนื้อแทบปริ แอร์เย็นเฉียบในเพนท์เฮาส์หรูใจกลางกรุงกลับให้ความรู้สึกหนาวเหน็บเสียดกระดูกราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ
ความเงียบงันภายในห้องกว้างถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาจากทางด้านหลัง
"มองอะไรอยู่... รสา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้น พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งที่ตวัดโอบรอบเอวบางเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างถือวิสาสะ กลิ่นกายหอมสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของคิมหันต์โอบล้อมเธอไว้ทันที ปลายนิ้วเรียวหนาของเขาไล้โค้งไปตามกรอบหน้าผาก ก่อนจะหยุดอยู่ที่คางมนแล้วบังคับให้เธอเงยขึ้นสบตา
"คุณ... คุณคิมหันต์" รสาเอ่ยเสียงสั่น ระคนตกใจเมื่อหันไปเห็นสายตาคมกริบที่จ้องมองกล่องบนโต๊ะนั้นด้วยประกายตาดุดัน
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมดุราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดกวาดมองกล่องกำมะหยี่สีดำ ก่อนจะเลื่อนกลับมามองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว "ของขวัญต้อนรับการกลับมาของมัน... น่าสนใจดีนี่ หึ รสา คิดว่าฉันตายใจไปแล้วหรือไง ถึงกล้าปล่อยให้เศษสวะพวกนั้นส่งของเข้ามาถึงห้องนอนของฉัน"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ทำนะคะ!" รสาผวากดเสียงปฏิเสธ มือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดจนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย มันคือความกดดัน... ความหึงหวงและคลั่ง
คิมหันต์ไม่ฟังคำแก้ตัว ปลายนิ้วแกร่งบีบคางเธอแน่นขึ้นจนขึ้นรอยแดง รอยยิ้มมุมปากของมาเฟียหนุ่มไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะ "คิดจะเล่นตลกอะไรกับฉัน รสา? หรือเธอคิดถึงสัมผัสของมันจนทนไม่ไหว อยากจะกลับไปนอนใต้ร่างเน่าๆ ของมันนักใช่ไหม!"
"คุณมันบ้า! ฉันบอกว่าไม่รู้เรื่อง!" รสาตวาดกลับด้วยความโกรธและความน้อยเนื้อต่ำใจ ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทำให้เธอพยายามสะบัดหน้าหนี แต่แรงมหาศาลของคนตรงข้ามกลับตรึงเธอไว้ราวกับกรงเหล็ก
ชั่วพริบตาเดียว แววตาดุดันของคิมหันต์ก็เปลี่ยนไป ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายตาร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับบานกระจกใสเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งของเขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอเหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างลากไล้ต่ำลงมาตามลำคอระหง ปัดป้องผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาจนรสาต้องสะท้านเฮือก เผลอครางอื้อในลำคอด้วยความสยิวและหวาดกลัวไปพร้อมกัน
"ปากเก่งนักนะ..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก ร้อนผ่าวจนริมฝีปากเธอแทบไหม้ "แต่อย่าลืมว่าเธอกลายเป็นของฉัน... ร่างกายนี้ วิญญาณนี้ แม้แต่ลมหายใจของเธอก็เป็นของฉันคนเดียว ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!"
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความหิวกระหายและดุดัน รสจูบที่ทั้งลงทัณฑ์และเรียกร้องทำเอาสมองของรสาขาวโพลน มือที่เคยพยายามขัดขืนค่อยๆ อ่อนแรงลงและเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความหอมหวานที่เจือด้วยกลิ่นอายอันตรายทำให้เธอจมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาที่เขาขุดล่อไว้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อเธอเริ่มหมดลมหายใจ คิมหันต์จึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวซบกับอกแกร่ง ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนอารมณ์ฉับพลันด้วยการผละออกไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำบนโต๊ะมาถือไว้ในมือ
รสาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง มองการกระทำของเขาที่ดูแปลกไปจากเดิม
คิมหันต์หันกลับมามองเธออีกครั้ง ใบหน้าที่เคยเย็นชาและดุดันกลับปรากฏรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนน่ากลัว ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นพรมหนานุ่มตรงหน้าเธอ
"คุณ... คุณทำอะไรน่ะ?" รสาผอยถอยหลังก้นชนกระจก หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยความตื่นตระหนก
คิมหันต์ไม่ตอบ เขาเปิดฝากล่องกำมะหยี่สีดำออก เผยให้เห็นแหวนเพชรเม็ดโตน้ำงามระยิบระยับ แสงไฟสะท้อนประกายวาววับบาดตา แต่สิ่งที่ทำให้รสาแทบหยุดหายใจคือ "ข้อความ" ที่สลักอยู่ด้านในกล่องต่างหาก... มันไม่ใช่ของขวัญจากเรวัต แต่มันคือแหวนที่คิมหันต์เตรียมไว้เพื่อประกาศสิทธิ์ขาดต่างหากเล่า!
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้ไอ้สารเลวนั่นมันล้ำเส้นฉันได้เหรอ รสา" คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาที่ทรงอำนาจเมื่อครู่กลับฉายแววคลั่งไคล้และจริงจังอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ไอ้ของพวกนั้น... ฉันเป็นคนสั่งให้คนเอาไปวางไว้เอง เพื่อดูว่าเธอจะตกใจแค่ไหน และเพื่อเตือนความจำเธอว่า... เธอกำลังจะเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แบบ"
รสาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "คุณ... คุณหลอกฉันเหรอ!?"
"เปล่า... ฉันไม่ได้หลอก" คิมหันต์ยิ้มเยาะที่มุมปาก นิ้วเรียวหยิบแหวนเพชรเม็ดงามนั้นขึ้นมา ก่อนจะคว้ามือซ้ายของเธอที่ยังคงสั่นเทามากุมไว้แน่น "ฉันแค่จะบอกเธอว่า... ต่อให้มันฟื้นจากนรกกลับมาแย่งเธอไป ฉันก็จะฆ่ามันซ้ำอีกรอบ และถ้าเธอดื้อ... ฉันจะขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้ ไม่ให้ได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปตลอดชีวิต"
"คุณมันปีศาจ..." รสาพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัดและจนมุม
"ใช่... ฉันคือปีศาจของเธอ" คิมหันต์เอ่ยเสียงพร่า ประทับรอยจูบลงบนหลังมือบางอย่างแผ่วเบา แต่หนักแน่นด้วยพันธะสัญญาที่ไม่มีวันหลุดพ้น "เพราะฉะนั้น... เลิกฝันที่จะหนี แล้วแต่งงานกับฉันซะ รสา"
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกระเบียงเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดก็ดังขึ้น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
ทั้งคิมหันต์และรสาชะงักกุนงัน หันขวับไปมองยังทิศทางเดียวกันทันที
ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและแสงไฟนีออนระยิบระยับ เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังยืนยิ้มเยาะอยู่หลังกระจกใส... พร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นเคยซึ่งรสาจำได้ไม่มีวันลืม!
"สวัสดีครับน้องรสา... ไม่คิดเลยใช่ไหมครับ ว่าผมจะยังไม่ตาย"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "แมวดำใต้แสงจันทร์" มาจนถึงตอนนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าพายุอารมณ์จะโหมกระหน่ำจนวางไม่ลงแน่นอนค่ะ!
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 30
แผนเซอร์ไพรส์
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!