กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 6

การปะทะฝีปาก

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายอันตราย ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนแทบทำให้รสาสำลัก ไม่ใช่เพราะควันพิษ แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ตรงมุมห้อง “จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน รสา... ทั้งตัวและวิญญาณ... แม้กระทั่งเสียงกรีดร้องของเธอ ก็เป็นสิทธิ์ของฉันแต่เพียงผู้เดียว...” คำประกาศิตที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทำให้แววตาคู่สวยที่ฉาบด้วยความโกรธเกรี้ยวสั่นไหวระริก รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด แรงกดดันจากร่างของคิมหันต์ในยามนี้เปรียบเสมือนกรงขังไร้ซีกกรงที่บีบอัดลมหายใจของเธอให้แคบลงทุกที แต่กระนั้น ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ไม่ยอมให้เธอคุกเข่าลงง่ายๆ “คุณมันไม่ใช่คน... เป็นแค่ปีศาจที่ใช้เงินซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่ศักดิ์ศรีของคนอื่น!” รสาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาดื้อรั้นจ้องตรงเข้าไปในนัยน์ตาสีดำสนิทที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกของซาตาน โดยไม่ยอมหลบสายตาแม้แต่น้อย คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขันและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางถอย “ปีศาจงั้นเหรอ?” นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากเขา แรงบีบที่ปลายคางหนักหน่วงพอที่จะทิ้งรอยแดงช้ำ แต่รสาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา “ถ้าฉันเป็นปีศาจ... เธอก็คือเหยื่อที่เดินเข้ามาในขุมนรกของฉันด้วยความสมัครใจเองนะ รสา... อย่าลืมสัญญาที่พ่อของเธอเอาไว้ล่ะ หหนี้ก้อนโตสิบล้านนั่น... เธอกล้าเอาอะไรมาแลก ถ้าไม่ใช่เรือนร่างและลมหายใจของเธอเอง” “ฉันเกลียดคุณ...” เสียงกระซิบลอดริมฝีปากที่สั่นเทาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ช่างเป็นอาวุธที่อ่อนแอเสียเหลือเกินในสายตาของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล “เกลียดสิ... เกลียดให้มากๆ เลยนะ คนสวย” คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปัดป้ายอยู่ริมแก้มสาก “ยิ่งเธอเกลียดฉันมากเท่าไหร่ ร่างกายของเธอก็จะยิ่งดิ้นรนหาความเร่าร้อนจากฉันมากเท่านั้น... จำคำพูดของฉันเอาไว้ให้ขึ้นใจ” สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้เถียงอันใดอีกต่อไป กลีบปากหนาทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดด่าทอทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่การเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการลงทัณฑ์... การลงทัณฑ์จากซาตานผู้คลั่งไคล้ ที่ทั้งดิบเถื่อน รุนแรง และกระหายหิวจนน่ากลัว รสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กระดมทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วงและขัดขืน แต่ทว่า แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม คิมหันต์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นหนา ราวกับกุญแจมือเหล็กกล้าที่ไม่มีวันหลุดรอด จากนั้นมืออีกข้างก็สอดเข้าไปที่เอวบาง บังคับให้ร่างของเธอแนบชิดติดกับแผ่นอกแกร่งไร้ซึ่งช่องว่าง รสสัมผัสร้อนแรงรุกรานเข้ามาในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่เธอพยายามปิด ริมฝีปากของเธอถูกขบเม้มจนเจ็บแปลบ รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ ผสมผสานไปกับสัมผัสวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความปั่นป่วนที่ควบคุมไม่ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ราวกับถูกสูบพลังชีวิตออกไปจนหมดสิ้นด้วยจูบอันเร่าร้อนดุดันนี้ คิมหันต์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกจากริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง ยามที่เขาผงศีรษะออกห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อมองผลงานของตัวเอง รสาหอบหายใจโยนตัวจนหน้าอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าหวานแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำสีใส แววตาที่เคยดื้อรั้นในคราแรกบัดนี้ฉายแววพร่าเลือนและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกต่อปฏิกิริยาของร่างกายตัวเองที่พ่ายแพ้ต่อเขาอย่างราบคาบ “หมดแรงแล้วงั้นเหรอ... คนเก่ง” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่กดจູບซับหยาดเหงื่อบริเวณซอกคอขาวผ่องอย่างถือสิทธิ์ คิมหันต์ผละตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย ปล่อยให้รสาoleanพิงผนังห้องด้วยขาที่แทบจะพับลงไปกองกับพื้น ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรที่สั่นสะท้านด้วยความปรารถนาและโกรธแค้นในคราวเดียวกัน “จำความรู้สึกนี้เอาไว้... ว่าเธอไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือของฉันไปได้หรอก” ในวินาทีที่รสาคิดว่าเธอคงไม่มีแรงแม้แต่จะยืนหยัดต่อหน้าเขาได้อีกต่อไปแล้วนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง “นายครับ... มีเรื่องด่วน” เสียงของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก เจือด้วยความร้อนรน “ทางฝั่งของเรวัต... ส่งคนเข้ามาป่วนโกดังสินค้าล็อตใหญ่ของเราทางโซนเหนือแล้วครับ!” ชื่อของ "เรวัต" ทำให้แววตาของคิมหันต์เปลี่ยนไปในพริบตา ความดุดันเย้ายวนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเย็นชาและจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างน่ากลัว เขากัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด ก่อนจะหันกลับมามองรสาที่ยังคงยืนหอบหายใจพิงผนังอยู่ “ฉันจะกลับมาจัดการเธอต่อ... ทีหลัง” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำต้อยเยือกเย็น ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้รสาจมอยู่กับความรู้สึกว้าวุ่นและรอยแผลเป็นทางอารมณ์ที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลัง หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง มือบางยกขึ้นแตะริมฝีปากที่บวมช้ำของตัวเอง หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ทว่าในความหวาดกลัวและเคียดแค้นนั้น เงามืดบางอย่างกลับคืบคลานเข้ามาในจิตใจของเธอ เรวัตกำลังจะกลับมา... อดีตคนรักเก่าที่เธอเคยคิดว่าจะพึ่งพาได้ ปรากฏตัวขึ้นในเวลาที่เธอกำลังตกเป็นทาสสวาทของมาเฟียซาตานผู้นี้ และการเคลื่อนไหวของเขาในครั้งนี้... อาจไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอให้หลุดพ้น แต่อาจกำลังชักนำพายุลูกใหญ่ที่จะทำลายทุกอย่างให้พินาศย่อยยับ รวมถึงชีวิตของเธอเองด้วย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความดาร์กเร่าร้อนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%