กลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความตาย ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ ปราศจากแสงสว่างจากภายนอก มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของ ‘คิมหันต์’ ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง แววตาของเขาในยามนี้ไม่ได้เย็นชาจนน่ากลัวเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากแห่งความดิบเถื่อน
รสายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานประตูไม้สักทองที่ถูกล็อคสนิท ราวกับถูกกักขังไว้ในกรงขังของซาตาน ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความมืดรอบตัว กลับเป็น ‘กระดาษแผ่นเก่า’ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เอกสารที่ถูกกางออกเผยให้เห็นเรื่องราวในอดีต—อดีตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน และอดีตที่คิมหันต์จดจำมันฝังใจจนกลายเป็นบาดแผลเรื้อรัง
"เธอคิดว่าเรวัตมันสะอาดนักรึไง..."
เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตานั้นวับวามด้วยความโกรธเกรี้ยวและร้าวรานในคราเดียวกัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ
"คุณหมายความว่ายังไง..." รสาเค้นเสียงถาม แม้ลำคอจะตีบตันจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก
"หึ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ผู้ชายที่เธอเคยรักจนหมดหัวใจ ผู้ชายคนที่เธอกำลังรอคอยให้กลับมาช่วย... เขานี่แหละที่เป็นคนขายข้อมูลลับของครอบครัวเธอให้ศัตรู เพื่อแลกกับเศษเงินตั้งตัวเมื่อสามปีก่อน!"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รสาเซถอยหลังจนแผ่นหลังชนกระแทกกับบานประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองของเธอนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต ครอบครัวที่ล้มละลาย หนี้สินมหาศาล และพ่อที่ต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ เธอนึกว่าเรวัตคือที่พึ่งสุดท้าย... แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยมันกลับน่าสะอิดสะเอียนเกินกว่าจะรับไหว
"ไม่จริง... คุณโกหก!" รสาปฏิเสธเสียงสั่น น้ำตาแห่งความเจ็บปวดเอ่อคลอเบ้า "คุณต้องการแค่จะใส่ร้ายเขา เพื่อให้ฉันเกลียดเขา... เพื่อให้ฉันยอมจำนนต่อคุณแต่เพียงผู้เดียว!"
"รสา!"
คิมหันต์คำรามลั่น ข้อมือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบแหลกสลาย เขาออกแรงกระชากร่างบางให้เข้ามาประชิดตัว จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอ้อนแอ้น ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านในอกของมาเฟียหนุ่ม
"ฉันไม่เคยต้องลดตัวลงไปโกหกผู้หญิงหน้าโง่อย่างเธอ!" น้ำเสียงของเขาดุดันและสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "ถ้าวันนั้นฉันไม่เข้าไปช่วยเธอพ้นจากกองเพลิงแห่งความหายนะที่มันก่อไว้ป่านนี้เธอคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกจะฝัง! แล้วดูสิ่งที่เธอทำสิ... เธอยังโหยหาไอ้สารเลวนั่น ยังคิดว่ามันคือนักบุญผู้ช่วยชีวิต ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันคือ ‘งูพิษ’ ที่ฉกกัดครอบครัวเธอจนพินาศ!"
ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้รสาหายใจติดขัด หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและสับสน กลิ่นกายเฉพาะตัวของคิมหันต์—กลิ่นอายอันตรายที่เธอทั้งเกลียดและพ่ายแพ้—โอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาตรึงคางสลักเสลาของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความดุร้าย แต่มันเจือด้วยความตัดพ้อและความคลุ้มคลั่งอย่างรุนแรง
"ปล่อยนะ..." รสากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น "ถ้ามันเป็นเรื่องจริง... แล้วคุณเก็บฉันไว้ทำไม ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันตายไปพร้อมกับความโง่เขลาของตัวเองล่ะ!"
"เพราะเธอเป็นของฉัน!" คิมหันต์คำรามต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย "เธอเป็นหนี้ฉันด้วยชีวิต และด้วยร่างกายนี้... รสา เธอไม่มีสิทธิ์ตาย ไม่มีสิทธิ์หนีไปไหนทั้งนั้น ต่อให้ไอ้เรวัตมันจะกลับมาพลิกแผ่นดินหาเธอ เขาก็ไม่มีวันได้แตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเธอ... เพราะเธอคือ ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ของซาตานอย่างฉัน!"
ความเร่าร้อนดิบเถื่อนแผ่ซ่านไปทั่วช่องว่างระหว่างทั้งคู่ แรงดึงดูดอันมืดมนและรุนแรงดึงรั้งให้หัวใจของรสาเต้นผิดจังหวะ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสอันทรงพลังของเขา ร่างกายของเธอทรยศจิตใจอีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของคิมหันต์ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังอย่างถือสิทธิ์ บีบเค้นความรู้สึกสวาทอันตรายให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด
"คุณมันใจร้าย..." รสาพึมพำเสียงพร่า น้ำตาหยดใสไหลรินผ่านแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะถูกปิดกั้นด้วยจูบอันดุเดือดและเร่าร้อนที่คิมหันต์ประทานให้อย่างไม่ทันตั้งตัว
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศความเป็นเจ้าของ และคือการตอกย้ำว่าเธอบัดนี้ได้ตกเป็นเชลยของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว รสาสะท้านเฮือก มือเรียวพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้จมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ รสชาติของความเจ็บปวด ความแค้น และความเสน่หาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จนกระทั่งคิมหันต์ผริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมปلاบมองเธอนิ่งด้วยความคลั่งไคล้ ขณะที่นิ้วเรียวเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเธออย่างเบามืออย่างขัดแย้งกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ จากนั้นเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทก็ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา
"นายครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่ห้องรับแขกครับ มันบอกว่ามาทวง... ‘ของสำคัญ’ ของมันคืนครับนาย"
คิมหันต์ชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นและน่ากลัวผุดขึ้นที่มุมปากทันที ดวงตาดุจพญามารหันกลับมามองรสาที่หน้าซีดเผือดลงในพริบตา
"พูดถึงหมา... หมามันก็วิ่งมาหาถึงที่เลยสินะ..." คิมหันต์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "อยากรู้ไหม... ว่าคนรักเก่าของเธอคนนี้ จะมีชีวิตรอดออกไปจากคฤหาสน์ของฉันได้นานสักแค่ไหน..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กนี้ด้วยกันนะคะ
---
*หมายเหตุ: นี่คือตอนที่ 7 ตามที่คุณขอมาค่ะ ขอให้สนุกกับความเข้มข้นนี้นะคะ!*
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 7
รอยแผลในอดีต
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!