กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 7

รอยแผลในอดีต

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
กลิ่นอายของบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความตาย ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ ปราศจากแสงสว่างจากภายนอก มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักของ ‘คิมหันต์’ ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง แววตาของเขาในยามนี้ไม่ได้เย็นชาจนน่ากลัวเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวดลึกซึ้งที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากแห่งความดิบเถื่อน รสายืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานประตูไม้สักทองที่ถูกล็อคสนิท ราวกับถูกกักขังไว้ในกรงขังของซาตาน ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความมืดรอบตัว กลับเป็น ‘กระดาษแผ่นเก่า’ ที่วางอยู่บนโต๊ะ เอกสารที่ถูกกางออกเผยให้เห็นเรื่องราวในอดีต—อดีตที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน และอดีตที่คิมหันต์จดจำมันฝังใจจนกลายเป็นบาดแผลเรื้อรัง "เธอคิดว่าเรวัตมันสะอาดนักรึไง..." เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คิมหันต์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตานั้นวับวามด้วยความโกรธเกรี้ยวและร้าวรานในคราเดียวกัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ "คุณหมายความว่ายังไง..." รสาเค้นเสียงถาม แม้ลำคอจะตีบตันจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก "หึ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ผู้ชายที่เธอเคยรักจนหมดหัวใจ ผู้ชายคนที่เธอกำลังรอคอยให้กลับมาช่วย... เขานี่แหละที่เป็นคนขายข้อมูลลับของครอบครัวเธอให้ศัตรู เพื่อแลกกับเศษเงินตั้งตัวเมื่อสามปีก่อน!" ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ รสาเซถอยหลังจนแผ่นหลังชนกระแทกกับบานประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองของเธอนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต ครอบครัวที่ล้มละลาย หนี้สินมหาศาล และพ่อที่ต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ เธอนึกว่าเรวัตคือที่พึ่งสุดท้าย... แต่ความจริงที่ถูกเปิดเผยมันกลับน่าสะอิดสะเอียนเกินกว่าจะรับไหว "ไม่จริง... คุณโกหก!" รสาปฏิเสธเสียงสั่น น้ำตาแห่งความเจ็บปวดเอ่อคลอเบ้า "คุณต้องการแค่จะใส่ร้ายเขา เพื่อให้ฉันเกลียดเขา... เพื่อให้ฉันยอมจำนนต่อคุณแต่เพียงผู้เดียว!" "รสา!" คิมหันต์คำรามลั่น ข้อมือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบแหลกสลาย เขาออกแรงกระชากร่างบางให้เข้ามาประชิดตัว จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอ้อนแอ้น ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันจนรับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่พลุ่งพล่านในอกของมาเฟียหนุ่ม "ฉันไม่เคยต้องลดตัวลงไปโกหกผู้หญิงหน้าโง่อย่างเธอ!" น้ำเสียงของเขาดุดันและสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ "ถ้าวันนั้นฉันไม่เข้าไปช่วยเธอพ้นจากกองเพลิงแห่งความหายนะที่มันก่อไว้ป่านนี้เธอคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกจะฝัง! แล้วดูสิ่งที่เธอทำสิ... เธอยังโหยหาไอ้สารเลวนั่น ยังคิดว่ามันคือนักบุญผู้ช่วยชีวิต ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันคือ ‘งูพิษ’ ที่ฉกกัดครอบครัวเธอจนพินาศ!" ความใกล้ชิดที่บีบคั้นทำให้รสาหายใจติดขัด หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและสับสน กลิ่นกายเฉพาะตัวของคิมหันต์—กลิ่นอายอันตรายที่เธอทั้งเกลียดและพ่ายแพ้—โอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาตรึงคางสลักเสลาของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความดุร้าย แต่มันเจือด้วยความตัดพ้อและความคลุ้มคลั่งอย่างรุนแรง "ปล่อยนะ..." รสากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น "ถ้ามันเป็นเรื่องจริง... แล้วคุณเก็บฉันไว้ทำไม ทำไมคุณถึงไม่ปล่อยให้ฉันตายไปพร้อมกับความโง่เขลาของตัวเองล่ะ!" "เพราะเธอเป็นของฉัน!" คิมหันต์คำรามต่ำชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์ป่าจ้องมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหาย "เธอเป็นหนี้ฉันด้วยชีวิต และด้วยร่างกายนี้... รสา เธอไม่มีสิทธิ์ตาย ไม่มีสิทธิ์หนีไปไหนทั้งนั้น ต่อให้ไอ้เรวัตมันจะกลับมาพลิกแผ่นดินหาเธอ เขาก็ไม่มีวันได้แตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเธอ... เพราะเธอคือ ‘ของเล่นชิ้นโปรด’ ของซาตานอย่างฉัน!" ความเร่าร้อนดิบเถื่อนแผ่ซ่านไปทั่วช่องว่างระหว่างทั้งคู่ แรงดึงดูดอันมืดมนและรุนแรงดึงรั้งให้หัวใจของรสาเต้นผิดจังหวะ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดเริ่มสั่นคลอนภายใต้สัมผัสอันทรงพลังของเขา ร่างกายของเธอทรยศจิตใจอีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของคิมหันต์ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังอย่างถือสิทธิ์ บีบเค้นความรู้สึกสวาทอันตรายให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด "คุณมันใจร้าย..." รสาพึมพำเสียงพร่า น้ำตาหยดใสไหลรินผ่านแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะถูกปิดกั้นด้วยจูบอันดุเดือดและเร่าร้อนที่คิมหันต์ประทานให้อย่างไม่ทันตั้งตัว มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศความเป็นเจ้าของ และคือการตอกย้ำว่าเธอบัดนี้ได้ตกเป็นเชลยของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว รสาสะท้านเฮือก มือเรียวพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ อ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูเหลือมที่กำลังรัดเหยื่อให้จมดิ่งสู่ห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบ รสชาติของความเจ็บปวด ความแค้น และความเสน่หาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว จนกระทั่งคิมหันต์ผริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมปلاบมองเธอนิ่งด้วยความคลั่งไคล้ ขณะที่นิ้วเรียวเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเธออย่างเบามืออย่างขัดแย้งกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ จากนั้นเสียงทุ้มต่ำของลูกน้องคนสนิทก็ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา "นายครับ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ที่ห้องรับแขกครับ มันบอกว่ามาทวง... ‘ของสำคัญ’ ของมันคืนครับนาย" คิมหันต์ชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นและน่ากลัวผุดขึ้นที่มุมปากทันที ดวงตาดุจพญามารหันกลับมามองรสาที่หน้าซีดเผือดลงในพริบตา "พูดถึงหมา... หมามันก็วิ่งมาหาถึงที่เลยสินะ..." คิมหันต์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "อยากรู้ไหม... ว่าคนรักเก่าของเธอคนนี้ จะมีชีวิตรอดออกไปจากคฤหาสน์ของฉันได้นานสักแค่ไหน..." ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความดาร์กนี้ด้วยกันนะคะ --- *หมายเหตุ: นี่คือตอนที่ 7 ตามที่คุณขอมาค่ะ ขอให้สนุกกับความเข้มข้นนี้นะคะ!*
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%