"ทรยศ... งั้นเหรอ"
เสียงกระซิบแหบพร่าเล็ดลอดผ่านไรฟันของรสา ขณะที่ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกกับถูกตรึงไว้ด้วยลิ่มน้ำแข็ง เมื่อบุคคลที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของห้องแต่งตัวชุดเจ้าสาว ไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ 'กรินทร์' มือขวาคนสนิทที่คิมหันต์ไวใจและมอบอำนาจให้ดูแลทุกความเคลื่อนไหวในอาณาจักรมาเฟียแห่งนี้
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของกรินทร์ เขาก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟระย้าส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแห่งความโหดเหี้ยม สายตาคู่คมที่เคยภักดีอย่างไร้เงื่อนไข บัดนี้กลับฉายแววบ้าคลั่งและความโลภอย่างปิดไม่มิด
"แปลกใจมากหรือครับ คุณรสา?" กรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบงันจนน่าสะพรึงกลัว "คิดว่านายเหนือหัวของคุณฉลาดนักหรือไง? คนที่ไว้ใจที่สุด มักจะเป็นคนที่มีมีดคมที่สุดเสียบเข้าที่กลางหลังเสมอ... และคืนนี้ งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่ที่ประโคมข่าวไปทั่วประเทศ จะกลายเป็นงานศพครั้งประวัติศาสตร์ของตระกูลอัคราภิรมย์"
รสาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ราคาร้อยล้านที่ตัดเย็บอย่างประณีต บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเครื่องพันธนาการที่กำลังบีบรัดลำคอเธอให้หายใจไม่ออก สมองของเธอนึกถึงใบหน้าดุดัน แววตาดิบเถื่อนที่มองเธอด้วยความคลั่งไคล้และครอบครองของคิมหันต์ ผู้ชายที่ประกาศกร้าวว่าต่อให้แผ่นดินถล่มลงมา เธอก็ต้องเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว... หากคิมหันต์รู้เรื่องนี้ ความตายคงเป็นสิ่งที่ปรานีที่สุดที่เขาจะมอบให้
"แกต้องการอะไร... เงิน? หรือว่าอำนาจ?" รสาเค้นเสียงถาม พยายามควบคุมเสียงสั่นเทาของตัวเองให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าขาของเธอจะแทบพับลงไปกองกับพื้นอยู่รอมรอม
กรินทร์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวผ่อง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะจมูกจนรสาต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสะอิดสะเอียน
"ผมไม่ได้ต้องการแค่เงินหรอกครับคุณรสา..." กรินทร์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระหายหิวที่น่ากลัวไม่แพ้เจ้านายของเขา "ผมต้องการทุกอย่างที่มันเป็นของคิมหันต์... และ 'คุณ' ก็คือสิ่งล้ำค่าที่สุดที่ผมจะต้องแย่งชิงมันมาครอบครองไว้ใต้ร่างของผมเอง!"
เพี้ยะ!
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าของกรินทร์อย่างเต็มแรง แรงปะทะทำให้หน้าของมือขวาตัวแสบหันไปตามแรงเหวี่ยง ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำทำให้รสาเลิกหวาดกลัว ชั่วขณะนั้นดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความดุดันไม่แพ้ผู้ชายตรงหน้า
กรินทร์ค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ ลิ้นดันกระพุ้งแก้มก่อนที่เขาจะแสยะยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันที่อาบไปด้วยความอำมหิต มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างของรสาแล้วบีบแน่นด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก รสาหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ริมฝีปากยังคงเม้มแน่นไม่ยอมเปล่งเสียงร้องขอความเมตตาออกมาสักแอะ
"พยศดีนักนะ... เดี๋ยวพอถึงพิธีวิวาห์ทมิฬคืนนี้ ผมจะทำให้คุณครางชื่อผมใต้ร่างแทนที่จะเป็นมัน!"
กรินทร์กระชากเสียงต่ำอย่างดิบเถื่อน ก่อนจะผลักร่างบางกระแทกโซฟาตัวใหญ่อย่างไม่ใยดี แล้วก้าวเดินหายลับไปในความมืด ทิ้งให้รสาหอบหายใจโยนตัวด้วยความตื่นตระหนก หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงอาบแก้ม แต่มันถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวทันที เธอไม่มีวันยอมตกเป็นเหยื่อของใครง่ายๆ แน่นอน!
เสียงดนตรีบรรเลงออร์แกนอันยิ่งใหญ่วังเวงก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์หลังโตที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นโบสถ์สีดำทมิฬ สมชื่อ "พิธีวิวาห์ทมิฬ" แขกเหรื่อระดับ V.I.P. นั่งเงียบกริบราวกับรูปปั้น บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความกดดันและกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นดอกกุหลาบสีดำ
ณ เบื้องหน้า ประตูบานใหญ่แกะสลักด้วยลวดลายโบราณค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
รสาในชุดเจ้าสาวสีขาวราวดอกไม้บริสุทธิ์ แต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวและเย็นชา เดินก้าวเข้ามาตามพรมแดง ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมา และที่ปลายพรมแดงนั้น... คิมหันต์ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยืนตระหง่านอยู่ในชุดสูทสากลสั่งตัดพิเศษสีดำสนิท ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่คมดุดันราวกับซาตานร้ายกำลังจ้องมองเธอด้วยความคลั่งไคล้และกระหายหา ราวกับต้องการจะกลืนกินเธอลดลงไปทั้งตัว
ทันทีที่รสาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา มือหนาของคิมหันต์ก็เอื้อมออกมารวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงทุบต่ำกระซิบกระเส่าชวนขนลุกอยู่ข้างใบหู
"ต่อให้เธอคิดจะหนีไปสุดขอบโลก หรือมีใครหน้าไหนกล้าอาจหาญมาแย่งเธอไปจากฉัน... ฉันก็จะลากคอมมันมาฆ่าทิ้งตรงหน้าเธอ แล้วขังเธอไว้ในกรงทองของฉันไปจนวันตาย... จำใส่สมองเอาไว้ รสา"
รสาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับแรงดึงดูดอันเร่าร้อนที่เธอไม่มีวันต้านทานได้ ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกไป ประตูบานใหญ่ด้านหลังก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล!
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาหันขวับไปมองทันที และสิ่งที่ทำให้คิมหันต์ต้องหรี่ตาลงอย่างอันตราย พร้อมกับลมหายใจที่สะดุดกึกเมื่อเห็นว่าผู้ที่กล้าบุกเข้ามากลางงานแต่งงานของเขา คือศัตรูตัวฉกาจที่เขาเกลียดเข้าไส้... และบุคคลที่ยืนอยู่เคียงข้างมัน ก็คือ 'กรินทร์' มือขวาผู้ทรยศ!
เรวัตยกยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่กรินทร์ส่งยิ้มเย้ยหยันมาให้คิมหันต์ตรงๆ
"ยินดีด้วยนะคิมหันต์... สำหรับงานแต่งงานส่งท้ายชีวิตแก" เรวัตเอิ่้นเสียงก้องกังวาน ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งทะยานสู่จุดแตกหักจนแทบระเบิด
แมวดำใต้แสงจันทร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงความมืดและพันธะสวาทอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 32
พิธีวิวาห์ทมิฬ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!