กลิ่นอายความตายและคราบเลือดจางๆ ยังไม่ทันจางหายไปจากห้องรับแขกสไตล์วินเทจ ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่คิมหันต์กดแนบขมับของฉันเมื่อครู่ ก็ถูกเปลี่ยนเป็นแรงบีบมหาศาลที่ข้อมือแทน
ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเจ็บทางกาย คือแววตาดุดดันทงตนของมาเฟียหนุ่มที่กำลังจ้องมองฉันราวกับสัตว์ป่าหวงก้าง
"อยู่เงียบๆ ซะ... เพราะถ้าฉันตาย เธอกล้าประกันไหมล่ะ ว่าเธอจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง...?"
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากทางด้านนอกประตูบานใหญ่ เรวัตมาแล้ว... และเขากำลังพังทลายปราการที่คิมหันต์สร้างขึ้นเพื่อกักขังฉันไว้ในกรงทองแห่งนี้อย่างไม่เกรงกลัว
ปึง!
ประตูไม้สักทองหนาหนักถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของเรวัตปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาสลัว พร้อมด้วยลูกน้องชุดดำอีกหลายชีวิตที่ก้าวตามเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนติดลบ ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาทีนั้น
"ปล่อยเธอซะ คิมหันต์"
เสียงของเรวัตเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความชิงชัง สายตาคมกริบของเขาไม่ได้กวาดมองไปที่ไหนเลย นอกจากข้อมือของฉันที่ถูกคิมหันต์ตรึงไว้แน่นจนขึ้นรอยแดงช้ำ
คิมหันต์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาเยือน ช้าๆ อย่างผู้กุมชัยชนะ แต่แววตากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
"คิดว่าที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นของแกหรือไง เรวัต... ถึงกล้าเดินเข้ามาเหยียบหัวฉันถึงถิ่น" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ร่างหนาของคิมหันต์ขยับตัวบังฉันไว้ครึ่งหนึ่ง แต่มืออีกข้างยังคงบีบเค้นสะโพกฉันเข้าหาตัวอย่างถือสิทธิ์
"ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุก..." เรวัตกัดฟันกรอด สายตาคมกริบจับจ้องรสาด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "ฉันมาเพื่อพาเธอกลับ... รสา เธอไม่ต้องทนอยู่กับซาตานสารเลวอย่างมันอีกแล้ว!"
สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบตัวก็แทบจะหยุดนิ่ง ร่างของคิมหันต์เกร็งขึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนฉันสะท้านเฮือก ความหึงหวงที่ถูกสะกดไว้ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงจนน่ากลัว เขากระชากฉันเข้าหาจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มฉันด้วยความโกรธเกรี้ยว
"หึ... พาเธอกลับงั้นเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและเยเยาะ "ของตายชิ้นนี้... เป็นของฉัน ตั้งแต่วันที่เธอกล้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อขัดดอกแล้ว เรวัต แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมอง!"
"คิมหันต์!" ฉันร้องห้ามเสียงสั่น พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้นจนกระดูกแทบแหลก
"เงียบไปเลย รสา!" คิมหันต์ตวาดใส่ฉันเสียงต่ำ แต่สายตากลับไม่ละไปจากเรวัตแม้แต่นินเดียว ความหึงหวงที่พลุ่งพล่านทำให้เส้นเลือดที่ขมับของมาเฟียหนุ่มปูดโปน มือหนาเลื่อนขึ้นมาบีบคางฉันให้เงยหน้าขึ้นรับจูบดุดันอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางสายตาของศัตรู
รสจูบนั้นทั้งดิบเถื่อน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยการประกาศความเป็นเจ้าของ เขาขบเม้มริมฝีปากฉันจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติแห่งความเจ็บปวดผสมปนเปไปกับความเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของฉันให้แหลกสลาย เรวัตพยายามจะพุ่งเข้ามาขัดขวาง แต่ลูกน้องของคิมหันต์นับสิบชีวิตก็ชักปืนขึ้นเล็งตรงไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายทันทีเช่นกัน
"ถอยไปซะ เรวัต..." คิมหันต์ผละริมฝีปากออกจากฉันอย่างอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นกวาดคราบเลือดที่มุมปากตัวเองช้าๆ นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นดาร์กสนิทและเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง "ถ้าแกยังไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้... ต้องตายคามือฉันในวินาทีนี้"
เรวัตหยุดชะงักเท้าที่กำลังก้าวเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและเจ็บใจ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด นัยน์ตาทอดมองมาที่ฉันด้วยความรู้สึกผิดและเวทนา
"รสา... เธอทนอยู่กับมันได้ยังไง ผู้ชายคนนี้มันมีแต่ความป่าเถื่อน!" เรวัตตะโกนถาม
ฉันหอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายร้อนรุ่มไปหมดทั้งจากรสจูบเมื่อครู่และแรงอารมณ์ที่คิมหันต์ส่งผ่านมา ฉันอยากจะปฏิเสธ อยากจะบอกให้เรวัตช่วยพาออกไปจากขุมนรกนี้ แต่สายตาคมกริบทรงอำนาจที่มองลงมา มันกลับตรึงฉันไว้ให้อยู่ในวังวนของเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
คิมหันต์เหยียดยิ้มร้ายกาจ เขาโน้มใบหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวของฉันท่ามกลางสายตาของเรวัต จงใจฝังรอยรักสีเข้มลงบนผิวเนื้ออ่อนอย่างเปิดเผยและไร้ยางอาย เสียงครางประท้วงในลำคอของฉันยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มคลั่งไคล้หนักขึ้นไปอีก
"เห็นหรือยัง...?" คิมหันต์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูฉัน น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความต้องการดิบเถื่อน "เธอเป็นของฉัน... ทั้งตัวและหัวใจ ต่อให้มันจะเอาปืนมาจ่อหัวฉันตอนนี้ เธอก็ไม่มีวันหลุดมือฉันไปได้หรอก รสา"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เรวัตกำปืนในมือแน่น นิ้วชี้สั่นเทาด้วยความลังเลระหว่างจะลั่นไกหรือยอมถอย ขณะที่คิมหันต์ยังคงลูบไล้สะโพกฉันผ่านเนื้อผ้าอย่างถือสิทธิ์ พร้อมกับสายตาท้าทายที่ส่งไปให้ศัตรูหัวใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะปะทุเป็นสงครามกลางห้องรับแขก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเรวัตก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
เรวัตขมวดคิ้วแน่น เขายังไม่ยอมละสายตาจากฉัน แต่จำต้องควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชั่วพริบตาที่สายตาของเรวัตตกลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน ใบหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวและเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่ กลับซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความตกใจระคนหวาดกลัว
คิมหันต์หรี่ตามองปฏิกิริยานั้นอย่างจับผิด สัญชาตญาณนักล่าเตือนภัยให้เขากระชับกอดฉันแน่นขึ้น
เรวัตเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาไม่ได้มองมาที่คิมหันต์อีกต่อไป แต่มันพุ่งตรงมาที่ฉัน... ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งถูกเปิดเผย
"รสา..." เรวัตเอמהชื่อฉันด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าขนลุก "เธอยังคิดว่า... ตัวเองเป็นแค่เหยื่อที่ถูกจับมาขัดดอกจริงๆ งั้นเหรอ...?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "แมวดำใต้แสงจันทร์" มาโดยตลอดนะคะ
กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 11
เกมอำนาจ
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!