กับดักรักนายมาเฟียซาตาน•ตอนที่ 10

เงาปริศนา

ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลคิมหันต์ ทำให้รสาต้องยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยขนลุกชัน ความมืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงโบราณที่สั่นไหวตามแรงลม ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัววังเวงราวกับหลุดเข้าไปในสุสานไร้ญาติ ดวงตากลมโตจดจ้องมองภาพถ่ายใบเก่าที่ร่วงหล่นอยู่ใต้ซอกตู้ไม้สักทอง ในตอนแรกเธียรคิดว่ามันเป็นเพียงเอกสารทางธุรกิจธรรมดาของเรวัตที่อาจแอบซ่อนไว้เพื่อเล่นเกมประสาท แต่เมื่อพลิกด้านหลังภาพถ่ายกลับมา หัวใจดวงน้อยก็แทบหยุดเต้น ร่างกายของเธียรสั่นเทาจนกระดาษในมือแทบหลุดร่วง นั่นคือภาพของ "มณฑิรา" อดีตภรรยาผู้ล่วงลับของคิมหันต์ ผู้หญิงที่ใครๆ ต่างลือกันว่าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามปีก่อน แต่รอยแผลฉกรรจ์บนลำคอและร่องรอยการถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนในภาพถ่ายใบนี้ มันฟ้องชัดเจนว่าความจริงเบื้องหลังความตายนั้นโหดร้ายและบิดเบี้ยวเกินกว่ามนุษย์คนไหนจะจินตนาการได้ *‘คิดไม่ถึงเลยใช่ไหมล่ะ... ว่าเกมนี้ ฉันไม่ได้มาเพื่อแย่งตัวเธอคืน... แต่ฉันมาเพื่อเผาบ้านนายให้เป็นจุลต่างหากล่ะ, คิมหันต์’* คำพูดของเรวัตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจร้ายที่จงใจหยิบยื่นความหวาดกลัวนี้ใส่มือเธอ รสาหายใจติดขัด สมองขาวโพลน ภาพความโหดเถื่อน ดิบกระด้าง และแววตาดุดันไร้ความปรานีของคิมหันต์ในยามที่เขาโกรธเกรี้ยวผุดขึ้นมาซ้อนทับกับภาพถ่ายตรงหน้า ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตเธอไว้ทั้งหมด... แท้จริงแล้วเขาคือฆาตกรที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้หน้ากากของสามีผู้คลั่งรักอย่างนั้นหรือ? "ค้นหาอะไรอยู่หรือ... แมวน้อยของฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง รสา สะดุ้งเฮือกจนสุดตัว หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัมแมชชีน เธียรถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังสนั่น ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิดเมื่อเทียบกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว คิมหันต์ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองภาพถ่ายในมือเธอก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับใบหน้าซีดเผือด รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่อบอุ่น มันคือรอยยิ้มของซาตานที่กำลังสนุกสนานกับการเห็นเหยื่อติดกับ "คะ... คุณคิมหันต์" รสาเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอ ยามที่เรียวแขนแกร่งยื่นเข้ามาครอบครองพื้นที่ด้านข้าง กักขังเธอไว้ระหว่างชั้นหนังสือกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย "ชอบสำรวจของเก่าขนาดนั้นเลยรึไง" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูบาง รอรังสีความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ "รู้ไหม... คนที่รู้ความลับมากเกินไป มักจะมีอายุอยู่ได้ไม่นานหรอกนะ" "ปล่อยนะ..." รสาพยายามเค้นเสียงปฏิเสธ ทั้งที่ขาสั่นพับจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือบางพยายามผลักไสแผงอกแกร่ง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือร้ายที่กำลังหิวกระหาย คิมหันต์ไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย พันธนาการเธอไว้ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลที่สะท้อนถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ รอรอยยิ้มร้ายกาจแต้มบนริมฝีปากที่ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ปล่อยเธอก็โง่สี่สิ รสา..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างริมฝีปากของเขาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ดิบเถื่อน และทรงพลัง "ในเมื่อเธอเป็นคนก้าวเข้ามาในดินแดนของฉันเอง... เธอก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้" ดวงตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังภาพถ่ายในมือที่หล่นลงพื้น คิมหันต์ใช้เท้าเขี่ยมันออกไปให้พ้นทางด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ราวกับอดีตอันน่าสะพรึงกลัวนั้นเป็นเพียงธุลีดิน รสาหวาดผวาจนหยาดน้ำตาคลอเบ้า ความกลัวจากความลับเบื้องหน้าผสมผสานกับความตึงเครียดจากสัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิด ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่าไม่ว่าคิมหันต์จะเป็นฆาตกรหรือไม่ แต่เวลานี้ เธอกำลังตกเป็นเชลยของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด และไม่มีใครช่วยได้ ในวินาทีที่ริมฝีปากหยักลึกก้มลงมาบด ริมฝีปากของเธออย่างเอาแต่ใจและไร้ความปรานี รสสัมผัสที่ทั้งรุนแรงและเร่าร้อนแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามจนน่ารังเกียจ รสากัดฟันแน่นพยายามขัดขืน แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับงูหลามที่กำลังขย้ำเหยื่อให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งราคะ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่ว บดเบียดร่างบางให้แนบชิดกับโครงร่างกำยำจนแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน รสาหายใจไม่ออก สมองหมุนคว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องให้หนี แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยไปกับสัมผัสอันดุดันดิบเถื่อนของเขา ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มประสานเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ความมืดมิดของห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดด้านนอก พร้อมกับเสียงปืนที่ขึ้นลำอย่างชัดเจนสะท้อนก้องกังวาน คิมหันต์หยุดชะงักการกระทำทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองประตูห้องใต้ดินที่ปิดสนิทด้วยแววตาวาวโรจน์ ร่างสูงผละออกจากรสาอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงคว้าแขนเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย "นายท่านครับ..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน "พวกมันบุกเข้ามาทางด้านหลังแล้วครับ... เรวัตพาคนล้อมคฤหาสน์ไว้หมดแล้ว!" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น รอยยิ้มอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันมามองรสาที่ตัวสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก แล้วกระซิบคำสั่งเฉียบขาดข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง "อยู่เงียบๆ ซะ... เพราะถ้าฉันตาย เธอกล้าประกันไหมล่ะ ว่าเธอจะได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกครั้ง...?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนแมวดำใต้แสงจันทร์เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักนายมาเฟียซาตาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%