เสียงก้องกังวานของคำสั่งเด็ดขาดจากหน่วยไล่าล่าดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา ราวกับเสียงกัมปนาทที่ฉีกกระชากความเงียบงันของค่ำคืนนี้ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ *“เจอตัวแล้ว! ยิงแม่นๆ อย่าให้มันรอดไปได้!”*
หัวใจของอัยการสาวเต้นระรัวราวกับกลองศึก เลือดในกายสูบฉีดด้วยความตื่นตัวขั้นสุดในขณะที่เธอกำลังแนบกายอยู่หลังซอกมุมกำแพงคอนกรีตเปลือยของอาคารร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปลายกระบอกปืนสั้นในมือสั่นไหวเพียงเล็กน้อยด้วยแรงอدرีนาลิน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแววแน่วแน่และเยือกเย็นอย่างที่นักกฎหมายมืออาชีพพึงมี รินรดาไม่ได้หวาดกลัวกระสุนปืนที่จะปลิดชีพเธอ แต่วินาทีนี้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากระสุนมรณะคือความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบจากแฟลชไดรฟ์ตัวเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อสูท—หลักฐานชิ้นสำคัญที่กำลังสั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นทั้งหมดในกระบวนการยุติธรรมที่เธออุทิศชีวิตให้
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับแสงไฟฉายที่กวาดผ่านรอยแตกของผนังปูน รินรดาผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อควบคุมสติ เธอรู้ดีว่าเกมนี้เธอเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ
*ตึง!*
เงาร่างสูงใหญ่ของชายชุดดำพุ่งเลี้ยวเข้ามาในมุมมืดที่เธอยืนอยู่ รินรดาลดตัวลงต่ำอย่างคล่องแคล่ว ใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำจนอาวุธปืนหลุดร่วงกระแทกพื้น ก่อนจะหมุนตัวเหวี่ยงศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของคนร้ายเต็มแรง เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่หลุดจากปากชายฉกรรจ์ก่อนที่เขาจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นสลบเหมือดในพริบตา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของอิทธิพลมืด แต่เป็นครั้งแรกที่เธอตั้งคำถามกับตัวเองว่า *“เรากำลังปกป้องความยุติธรรม... หรือเป็นเพียงเครื่องมือของระบบที่เน่าเฟะกันแน่?”*
รินรดารีบสาวเท้าก้าวหนีออกจากจุดปะทะ เลาะลัดไปตามทางเดินมืดทึบจนกระทั่งหลุดออกมาสู่ลานจอดรถด้านหลัง ที่ซึ่งรถยนต์ซีดานสีดำสนิทจอดรออยู่ ประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดอ้าต้อนรับราวกับมีคนรู้ล่วงหน้าว่าเธอจะรอดออกมาได้ รินรดาไม่ลังเลที่จะก้าวขึ้นไป แม้จะรู้ดีว่าเจ้าของรถคันนี้คือคิรากร—ชายหนุ่มผู้กุมความลับและผลประโยชน์มหาศาลที่เธอกำลังตามล่าอยู่
ทันทีที่ประตูปิดลง ความมืดภายในห้องโดยสารก็ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดอันเป็นเอกลักษณ์ของคนทั้งคู่ คิรากรนั่งไขว่ห้างอยู่เบาะหลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายภายใต้แสงไฟสลัวจากถนนด้านนอกดูเยือกเย็นและลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจร่องรอยการต่อสู้บนเนื้อตัวของอัยการสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"คุณมาช้าไปสามนาที รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "และดูเหมือนคุณจะพาหางเลขตามหลังมาด้วยนะ"
"ถ้าไม่ใช่เพราะพวกของคุณเล่นตลกส่งมือปืนมาต้อนรับฉัน ฉันคงมาถึงเร็วกว่านี้คิรากร" รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เธอกระแทกตัวลงนั่งอีกฝั่งเว้นระยะห่างพอสมควร พร้อมกับควักแฟลชไดรฟ์โลหะสีเงินออกมาวางกระแทกบนคอนโซลกลางรถ "และเลิกแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเสียที... คลิปนี้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ของกรมสอบสวนพิเศษ แต่ต้นทางของคำสั่งอนุมัติ กลับมาจากสำนักงานที่คุณหนุนหลังอยู่"
คิรากรเหลือบมองแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นเพียงนิดเดียว ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับเธอ นัยน์ตาของเขาไม่มีแม้แต่ร่องรอยความประหลาดใจ ราวกับเขารู้ดีอยู่แล้วว่าอะไรซ่อนอยู่ข้างในนั้น
"ความยุติธรรมในประเทศนี้ มันก็เป็นแค่สินค้าส่งออกที่มีไว้ประดับบารมีคนชนชั้นบน คุณเพิ่งตื่นหรือไงครับ... อัยการคนเก่ง" คำพูดเย้ยหยันแต่นิ่งสงบของชายหนุ่มบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดา เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวและความผิดหวังประดังประเดเข้ามาในอก
"ฉันไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น!" รินรดาพุ่งตัวเข้าไปใกล้เขาโดยไม่ทันตั้งตัว มือเรียวบางคว้าคอเสื้อสูทเนื้อดีของคิรากรเข้าหาตัว แรงปะทะทำให้ใบหน้าของเขากับเธออยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความสั่นไหวทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง "บอกความจริงฉันมา... ว่าเบื้องหลังคดีนี้ ใครคือคนที่สั่งฆ่าพยานปากเอกคนนั้น!"
คิรากรไม่ได้ขัดขืน เขาปล่อยให้เธอดึงรั้งเขาเข้าไปใกล้ นัยน์ตาคมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่เปื้อนฝุ่นและคราบเหงื่อของผู้หญิงตรงหน้า ความกล้าหาญที่ฉายชัดในดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจที่ด้านชาของนักธุรกิจหนุ่มเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ—ความรู้สึกที่กึ่งกลางระหว่างความนับถือและความปรารถนาอันตราย
"คุณอยากรู้ความจริงจริงๆ หรือรินรดา..." คิรากรกระซิบแผ่วเบา เสียงของเขาชิดใกล้ริมฝีปากเธอจนเกือบจะสัมผัส ปลายนิ้วเรียวแกร่งของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นแตะเบาๆ ที่แก้มเนียน ปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้อย่างแผ่วเบา การกระทำที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์รอบตัวอย่างสิ้นเชิง "ความจริงมันไม่ได้สวยงามเหมือนตัวบทกฎหมายที่คุณท่องจำมาทั้งชีวิตหรอกนะ... มันโสโครก และพร้อมจะบดขยี้คนที่ซื่อตรงอย่างคุณให้แหลکคั้นคาเท้า"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาทำให้สมาธิที่เธอกลั้นไว้อย่างดีเริ่มสั่นคลอน กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเย้ายวนอันตรายจากตัวคิรากรแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... อันตรายเสียยิ่งกว่ากระสุนปืนของมือปืนเมื่อครู่เสียอีก
"ปล่อยฉัน..." เธอกระซิบเสียงพร่า พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกมือใหญ่รั้งท้ายทอยไว้มั่น บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา
"ถ้าผมปล่อย คุณก็จะวิ่งกลับไปหาความตายในระบบที่เสแสร้งนั่นอีก" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น "อยู่กับผมตรงนี้... ในโลกสีเทาที่ไม่มีใครทำร้ายคุณได้ดีกว่าผม"
สัมผัสจากริมฝีปากหนาที่ทาบทับลงมาอย่างอุกอาจและเรียกร้อง ไม่ใช่การจู่โจมด้วยความรุนแรง แต่เป็นการครอบครองที่เปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่สติปัญญาและอุดมการณ์ทั้งหมดจะเริ่มละลายหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ มือของคิรากรเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอให้แนบชิดติดกับอกแกร่ง ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระส่ำไม่เป็นส่ำ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและความกดดันรอบด้าน รินรดาพบว่าตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุม เธอยกมือขึ้นกำปกเสื้อของเขาแน่นขึ้น ตอบสนองรสจูบนั้นด้วยความโหยหาและอารมณ์ที่ปะทุขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
ทุกสัมผัส ปลายลิ้นที่เกี่ยวพัน และลมหายใจที่กระชั้นชิด ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขาต่างหลงทางอยู่ในเขาวงกตเดียวกัน—เขาวงกตที่เต็มไปด้วยความลับ แรงปรารถนา และการหักหลัง
ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างพันธมิตรชั่วคราวกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง เสียงเตือนภัยจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมด
เธอสะดุ้งสุดตัว ผลักร่างสูงออกเบาๆ ด้วยความรู้สึกผิดและตื่นตระหนก รินรดารีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย หันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากระบบฐานข้อมูลคดีพิเศษที่เธอตั้งค่าไว้
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ... ข้อมูลแฟ้มคดีลับที่เธอเพิ่งเปิดดูเมื่อครู่ถูกดาวน์โหลดและส่งต่อไปยังปลายทางปริมาณมหาศาล และชื่อผู้เข้าสู่ระบบล่าสุดในฐานข้อมูลลับนั้น... ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชื่อของธันวา... ทนายความคู่ปรับและเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด
รินรดาหันขวับกลับมามองคิรากรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและคำถามมหาศาลที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
"ธันวา..." เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เขา... เขาเป็นคนขายพวกเราตั้งแต่แรกอย่างนั้นเหรอ?"
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 4
รอยร้าวในความเชื่อ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!