ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 5

จังหวะนรกในลิฟต์

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
ประกายไฟจากปลายบุหรี่ในมือของคิรากรสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานชั้นห้าสิบ มันเป็นจุดแสงสีส้มเพียงหนึ่งเดียวที่ตัดกับความเวิ้งว้างของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน รินรดายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาบานใหญ่ เงาสะท้อนของเธอในชุดสูทเข้ารูปดูเปราะบางราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อเมื่อเทียบกับแรงกดดันมหาศาลที่โถมเข้ามาในค่ำคืนนี้ คำพูดของธันวายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“เขา... เขาเป็นคนขายพวกเราตั้งแต่แรกอย่างนั้นเหรอ?”* มันไม่ใช่แค่คำถาม แต่มันคือรอยร้าวของความไว้วางใจที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดชีวิตการทำงานในฐานะอัยการ ธันวา ทนายความหนุ่มผู้เคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ในทุกคดีสำคัญ กลับกลายเป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานอำนาจที่เธอคาดไม่ถึง และคนที่กำลังจ้องมองความพังทลายของเธออยู่ ก็คือผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้เบื้องหลัง “ความจริงเป็นสิ่งเจ็บปวดเสมอใช่ไหมล่ะครับ... อัยการรินรดา” คิรากรเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาเจือแววเย้ยหยันจางๆ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีความนุ่มลึกที่ดึงดูดสายตาให้เธอต้องหันกลับไปมอง “คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว คิรากร?” รินรดากลั้นใจถาม น้ำเสียงของเธอพยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก “นานพอที่จะรู้ว่า คนที่คุณเรียกว่าเพื่อนสนิทคนนั้น ไม่ได้มีค่าพอให้คุณเอาอนาคตมาทิ้งไว้บนศาลเตี้ยแบบนี้” เขาปาสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังสะท้อนก้องในความเงียบ “หลักฐานที่ธันวาพยายามปกปิด ไม่ใช่แค่เรื่องเงินใต้โต๊ะ แต่มันคือรายชื่ออัยการครึ่งสำนักงานที่ถูกซื้อตัว... รวมถึงคนที่กำลังจะเซ็นคำสั่งฟ้องคดีของคุณในสัปดาห์หน้าด้วย” รินรดากลั้นหายใจ สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ตบหน้าเธออย่างจัง ทุกอย่างมันเชื่อมโยงกันหมดแล้ว การที่สำนวนคดีรั่วไหล การที่พยานปากเอกกลับคำให้การ ทุกอย่างถูกจัดฉากโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุด แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวเข้าไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้น ไฟในตึกทั้งชั้นก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สัญญาณเตือน! ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตา มีเพียงแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใสพาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เฉียบคมจนสัมผัสได้ถึงอณูอากาศที่เบาบางลง “อยาขยับ” เสียงกระซิบต่ำติดริมหูของคิรากรดังขึ้นใกล้เสียจนเธอรู้สึกถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของเธอแล้วดึงหลบเข้ามุมเสาคอนกรีตอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ กระสุนปืนเก็บเสียงเจาะทะลุเข้ามาฝังอยู่บนผนังด้านหลังจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ร่างของเธอคงพรุนไปด้วยกระสุนเหล่านั้น “พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด” คิรากรสบถเบาๆ ในลำคอ ร่างกายของเขาแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเธอเพื่อใช้กำแพงและสรีระของตนเองเป็นเกราะกำบัง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนแผ่ซ่านเข้ามาในประสาทสัมผัสของรินรดา หัวใจของเธอดังกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวความตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและทรงพลังจนน่าหวาดหวั่น “ปล่อย... ฉันต้องหยิบสมุดเล่มนั้น” เธอพยายามขยับตัว แต่ท่อนแขนแกร่งของเขากลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก “ถ้าคุณโผล่หัวออกไปตอนนี้ คุณจะได้เป็นศพสมใจอยาก เงียบแล้วฟังเสียงฝีเท้าพวกมันซะ” เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูห้องทำงาน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนขึ้นทุกขณะ บรรยากาศในห้องบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รินรดารู้สึกได้ถึงแผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจของคิรากรที่อยู่แนบชิด ใบหน้าของเธอห่างจากซอกคอของเขาเพียงคืบเดียว ความตึงเครียดจากสถานการณ์ความเป็นความตายเริ่มเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นแรงดึงดูดทางกายภาพที่ปฏิเสธไม่ได้ คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอต้องขนลุกชัน “เกาะผมไว้แน่นๆ ถ้าไม่อยากตาย” ในจังหวะที่เงาของมือปืนทาบทับลงบนบานประตูที่ถูกงัดจนเปิดออก คิรากรไม่รอช้า เขาใช้มือข้างหนึ่งกระชากผ้าม่านผืนหนาลงมาคลุมร่างของทั้งคู่ไว้ในเงาอับสายตา พร้อมกับใช้มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากสายคาดไหล่ สายตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่สะท้อนแสงไฟสลัว รินรดามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาในระยะประชิด ความกล้าหาญและความนิ่งสงบภายใต้สถานการณ์วิกฤตของชายผู้นี้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกลับมาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง มือเรียวเผลอขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว มือปืนสองคนก้าวเข้ามาในห้อง ปืนกระบอกยาวติดลำกล้องเล็งกราดไปทั่วความมืด ปลายกระบอกปืนห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงสามเมตร คิรากรขยับตัวเข้าหาเธออีกนิดจนไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ความกดดันภายนอกหลอมรวมอารมณ์ของคนทั้งคู่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นกับความตาย สัญชาตญาณดิบของมนุษย์กลับเรียกร้องหาความอบอุ่นและการยึดเหนี่ยว ริมฝีปากหยักลึกของคิรากรเฉียดผ่านขมับของเธอเบาๆ ในขณะที่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่เป้าหมาย รินรดาสบตากับเขาในความมืด แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายและ... ความปรารถนาลึกล้ำที่ถูกจุดประกายขึ้นท่ามกลางควันปืน และในวินาทีที่มือปืนคนแรกหันปากกระบอกปืนมาทางเสาที่พวกเขากลบดึก คิรากรก็ตัดสินใจเคลื่อนไหว— เขากระชากตัวเธอให้ล้มกลิ้งไปหลบหลังโต๊ะทำงานพร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปทันที! *ปัง!* เสียงปืนสนั่นหวั่นไหว ร่างของมือปืนคนแรกทรุดฮวบลงกับพื้น ทว่าในความชุลมุนนั้น สมุดบันทึกหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตกอยู่บนพื้น กลับถูกปลายรองเท้าคอมแบทของมือปืนอีกคนเตะกระเด็นเข้าไปใต้ชั้นหนังสือติดผนัง และสิ่งที่สะท้อนแสงไฟนีออนขึ้นมาไม่ใช่แค่ตัวสมุด... แต่เป็นแผ่นแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กที่ร่วงหลุดออกมาจากปกหลัง ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ลับของสำนักงานอัยการสูงสุดสลักเอาไว้เด่นชัด รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... แฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นไม่ได้มีแค่ข้อมูลคดีทุจริต แต่มันคือรายชื่อ "บัญชีลับ" ขององค์กรใต้ดินที่เธอตามหามาตลอดสามปี และผู้ที่ถือครองรหัสผ่านถอดรหัสชิ้นสุดท้าย... ไม่ใช่ใครอื่น ไกลตัวเลย “อย่าขยับ!” เสียงทุ้มต่ำของใครอีกคนดังขึ้นจากทางประตู พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องตรงมายังพวกเขา และเงาร่างที่ยืนถือปืนอยู่ตรงนั้น ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจด้วยความช็อกระลอกใหญ่— ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%