ความมืดรอบตัวราวกับบีบอัดลงมาจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของฝุ่นละอองผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำยาเคมีบางชนิดลอยอบอวลอยู่ในอากาศเย็นเยียบ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านในห้องทำงานลับชั้นใต้ดินของคิรากร หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อลำแสงสีขาวนวลจากไฟฉายแรงสูงกวาดผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของอัยการสาวตื่นตัวถึงขีดสุด เธอไม่ได้หวาดกลัวการเผชิญหน้า แต่สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการถูกจับได้ก่อนที่จะได้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนนี้
“ฉันรู้ว่ามีคนอยู่ตรงนั้น” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น ทรงพลังและเยือกเย็นจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงของรุกล้ำแปลกหน้า แต่เป็นเสียงของคิรากร เจ้าของอาณาจักรที่เธอพยายามขุดคุ้ยความลับ
รินรดากลั้นหายใจ นิ้วเรียวที่สวมถุงมือหนังสีดำกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สมองของเธอประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว—ทางหนีทีไล่ถูกตัดขาด เหลือเพียงการเผชิญหน้าและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกหล่อหลอมมาจากการทำคดีอาชญากรรมนับไม่ถ้วน เธอก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือ เผยให้เห็นร่างเพรียวระหงในชุดสูทสีเข้มที่ตัดกับความมืดมิดของห้องใต้ดิน
ลำแสงไฟฉายถูกหันกลับมาสาดส่องร่างของเธอเต็มๆ คิรากรยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดที่ปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาเหยื่อที่เดินเข้ากรงมาเอง
“ไงครับ... อัยการคนเก่ง” คิรากรเอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงเจือแววขบขันเย็นชา “คุณนี่ขยันขันแข็งนอกเวลางานเสียจริง ถึงขนาดบุกรุกเข้ามาสำรวจห้องใต้ดินส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับเชิญ”
แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่น้ำเสียงของรินรดากลับราบเรียบและมั่นคง เธอยกคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหว “ถ้าคุณไม่มีอะไรต้องปิดบัง ห้องนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องซ่อนอยู่หลังประตูกลที่ต้องใช้รหัสผ่านความปลอดภัยระดับสูงสุดหรอกนะคะ คุณคิรากร”
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนรินรดาเริ่มรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้า
“ความลับกับความเป็นส่วนตัว มันคือเส้นแบ่งบางๆ ที่คนฉลาดอย่างคุณควรจะรู้” คิรากรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับต้องการอ่านความคิดทุกอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น “แต่การที่คุณเสี่ยงชีวิตเข้ามาถึงที่นี่... แสดงว่าคุณเริ่มระแคะระมะอะไรบางอย่างแล้วสินะ”
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แม้ว่าหัวใจของเธอจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก “ฉันแค่ตามหาความจริง... สิ่งที่คุณพยายามปกปิดมาตลอด และตอนนี้ ฉันก็เจอสิ่งที่กำลังตามหาอยู่แล้วด้วย”
สายตาของรินรดาเหลือบไปมองโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้านหลังคิรากร บนโต๊ะนั้นมีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราลับสุดยอด พร้อมกับฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกที่เชื่อมต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์หน้าจอพับ แสงไฟกะพริบถี่ๆ แสดงว่ากำลังมีการถ่ายโอนข้อมูลบางอย่าง
คิรากรสังเกตเห็นสายตาของเธอ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้หันไปมองตาม แต่กลับเอื้อมมือหนาขึ้นมาแตะที่ปลายคางของเธอเบาๆ ปลายนิ้วที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการทำงานสัมผัสโดนผิวเนื้อนุ่ม ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างโดยไม่รู้ตัว แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและเกมจิตวิทยา
“คุณอยากรู้ความจริงขนาดนั้นเลยเหรอ รินรดา” เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ “บางครั้ง... ความจริงที่คุณกำลังไขว่คว้า มันอาจจะไม่ได้สวยงามอย่างที่คุณคิด และมันอาจจะแผดเผาคุณจนไม่เหลือชิ้นดี”
“ฉันไม่กลัวไฟหรอกนะคะ” เธอย้อนกลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมไม่แพ้กัน พร้อมกับปัดมือของเขาออกเบาๆ “แต่ฉันกลัวความอัปยศของระบบยุติธรรมที่ถูกครอบงำด้วยอำนาจมืดของคนอย่างคุณมากกว่า”
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคิรากรจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่ลึกล้ำและดุดันขึ้น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์บางอย่าง ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นรุกรานในชั่วพริบตา ร่างสูงใหญ่ก้าวประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง เขาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างกั้นขนาดเธอไว้กับชั้นหนังสือ ไม่เปิดโอกาสให้เธอขยับหนีไปไหนได้
“คุณช่างกล้าหาญ... และดื้อรั้นเสียจริง” คิรากรก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มของเธอ กลิ่นอายความเย้ายวนและอันตรายหลอมรวมกันจนแทบทำให้เธอขาดสติ “ในเมื่อคุณอยากรู้นัก งั้นผมจะแสดงให้คุณเห็นเองว่าเบื้องหลังใบหน้าที่เรียบเฉยของผม... มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่”
มือหนาของเขาละจากการกั้นกำแพง เลื่อนลงมาจับที่ข้อมือบางของเธอเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะดึงเธอให้ขยับตามไปยังโต๊ะทำงานตัวนั้น รินรดาพยายามขัดขืนเล็กน้อยแต่ก็รู้ว่าสู้แรงผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ เธอจึงปล่อยให้เขานำทางไป ขณะเดียวกันสายตาก็กวาดมองไปทั่วห้องเพื่อหาช่องทางหนีทีไล่เผื่อสถานการณ์เลวร้ายลง
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังสว่างวาบ ปรากฏรายชื่อบัญชีธนาคารนอกระบบและเอกสารการโอนเงินจำนวนมหาศาลโยงใยไปถึงนักการเมืองระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนที่กำลังทำคดีร่วมกับสำนักงานอัยการของเธออยู่ นี่คือหลักฐานชิ้นโบแดง—บัญชีส่วยและรายชื่อเครือข่ายฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ!
“เห็นไหมครับ?” คิรากรโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่แฝงความจริงจัง “นี่คือโลกที่คุณกำลังเอาตัวเข้ามาเกี่ยวพัน โลกที่กฎหมายเป็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษ และอำนาจเงินคือผู้กำหนดความถูกต้อง คุณคิดว่าหลักฐานพวกนี้จะทำอะไรผมได้เหรอ ในเมื่อคนที่จะพัง... ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธและความเจ็บใจแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักว่าเครือข่ายนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้มากนัก แต่ในขณะเดียวกัน ประกายตาของเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้น เธอหันขวับมามองหน้าเขาในระยะประชิด ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงลมหายใจกั้น
“ถ้าฉันพัง... คุณก็ต้องตกนรกไปกับฉันด้วยเหมือนกัน” เธอท้าทายด้วยน้ำเสียงกร้าว
คิรากรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกล้ำเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความเด็ดเดี่ยว แทนที่จะโกรธ เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างถูกอกถูกใจ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของอัยการสาวกระตุกวูบ
“คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายของผมจริงๆ” คิรากรพึมพำ ก่อนที่มือหนาจะเปลี่ยนจากการจับข้อมือ เป็นการโอบกระชับเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงดึงดูดมหาศาลทำให้รินรดาเซถลาเข้าไปแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งเสียงประท้วง คิรากรก็ก้มลงมาประกบเรียวปากลงบนริมฝีปากของเธอทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเร่าร้อน ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่ลิ้นร้อนที่รุกรานเข้ามาอย่างชำนาญกลับกวาดต้อนความรู้สึกต่อต้านของเธอจนพังทลาย ลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดิน
สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นที่ไล้ไปตามแนวสันหลังและสะโพกโค้งเว้า ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในฐานะอัยการผู้ยึดมั่นในกฎหมายเริ่มเลือนหายไปในห้วงอารมณ์ปรารถนาที่เขาเป็นผู้จุดชนวน ความเย้ายวนอันตรายนี้กำลังกลืนกินเธอเข้าไปทีละน้อย
แต่ในวินาทีที่รินรดาเริ่มเคลิบเคลิ้มและตอบสนองต่อรสจูบอันเร่าร้อนนั้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงทุบประตูเหล็กเสียงดังโครมคราม!
“ท่านประธานครับ! ตำรวจบุกเข้ามาถึงชั้นใต้ดินแล้วครับ!” เสียงตะโกนของลูกน้องคนสนิทดังทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบวาบไปทั่วห้องมืดทึบ
คิรากรผละริมฝีปากออกจากเธออย่างจำใจ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาในความมืด เขาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้ระบบกำลังทำการลบข้อมูลทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังหอบหายใจด้วยความตื่นตระหนก
“ดูเหมือนว่าพันธมิตรชั่วคราวของเรา... จะหมดเวลาลงแค่นี้แล้วล่ะครับ อัยการรินรดา” คิรากรกระซิบเสียงต่ำด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะคว้าฮาร์ดไดรฟ์หลักถอดเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทของตนเองอย่างรวดเร็ว แล้วหันหลังพุ่งตัวหายไปทางประตูลับอีกด้านหนึ่งของห้องใต้ดินที่เปิดออกสู่ทางหนีไฟ ทิ้งให้รินรดายืนอยู่กลางห้องท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉานที่สาดส่อง และเสียงประตูเหล็กด้านหน้าที่กำลังถูกพังเข้ามาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม!
***
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเกมหักเหลี่ยมและแรงดึงดูดอันตรายนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 6
เบื้องหลังใบหน้าที่เรียบเฉย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!