ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 7

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสี่ิบห้า ทำให้บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะจับต้องได้ รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนภาพตึกระฟ้าเบื้องล่างระยิบระยับราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศที่ไร้ก้นบึ้ง ปลายนิ้วเรียวของเธอกำแฟ้มเอกสารคดีฟอกเงินในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เอกสารชุดนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากผู้ทรงอิทธิพล แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือคมมีดที่กำลังย้อนกลับมาเชือดคอเธอเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรจะก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีชาโคลไร้รอยยับเช่นเคย ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจรอบห้องด้วยสัญชาตญาณของนักล่าที่ตื่นตัวตลอดเวลา "คุณควรจะกลับไปที่พักตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วนะคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ปิดประตูลงกลอน ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองมักจะเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่อันตรายเสมอ "ถ้าฉันกลับ ฉันคงไม่ได้เห็นสิ่งนี้ค่ะ" อัยการสาวหันกลับมาเผชิญหน้า พร้อมกับโยนซองกระดาษสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานกระจก เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังก้องในความเงียบ คิรากรไม่แม้แต่จะชายตามองซองเอกสารนั้น สายตาของเขาตรึงอยู่กับใบเคร่งเครียดของหญิงสาว "จดหมายขู่ฉบับที่สามในรอบสัปดาห์... หรือว่ากระสุนปืนนัดล่าสุดที่เฉียดกระจกห้องนอนของคุณเมื่อคืนซะอีกเล่า?" "คุณรู้..." รินรดาชะงักไปนิด ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจระคนประหลาดใจ "คุณส่งคนสะกดรอยตามฉันอีกแล้วเหรอ คิรากร?" "ผมไม่ได้เรียกว่าสะกดรอย ผมเรียกว่า 'การคุ้มครอง' ในแบบที่นักธุรกิจสีเทาอย่างผมถนัด" คิรากรสาวเท้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรินรดาได้กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงบนตัวเขา "คุณคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะเล่นเกมกับคนระดับนั้นตามลำพังหรือไง อัยการรินรดา? เกมนี้มันไม่ได้ตัดสินกันด้วยตัวบทกฎหมาย แต่มันตัดสินกันด้วยใครตายก่อนต่างหาก" คำพูดนั้นเฉียบคมเสียจนรินรดาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก เธอก้าวเข้าไปประชิดเขาเช่นกัน เชิดหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าแต่พลังกดดันในแววตาของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย "แล้วคุณมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะคะ? ในเมื่อดีลระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่คุณส่งข้อมูลชุดนั้นให้ฉันแล้ว ทำไมคุณต้องเอาตัวเข้ามาเสี่ยงปกป้องฉันจากพวกมันด้วย... หรือเพราะว่าคุณเองก็มีเอี่ยวกับผลประโยชน์มหาศาลนั่นเหมือนกัน" คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด มือหนายื่นออกไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วโดยที่รินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว แรงปะทะทำให้ร่างบางแนบชิดไปกับแผงอกกว้าง ร้อนผ่าวทะลุเนื้อผ้าสูทรaroma "อยากรู้เหรอคะว่าทำไม..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนขนลุกชัน "เพราะผมเกลียดการที่ใครมาแย่งของเล่นที่ผมกำลังสนใจ... และที่สำคัญที่สุด ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์ฆ่าคุณได้ นอกจากผมคนเดียว" คำประกาศิตที่เจือด้วยความเย่อหยิ่งและดิบเถื่อนทำให้รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความโกรธเกรี้ยวกับความปรารถนาอันตรายปะปนกันจนแยกไม่ออก มือเรียวยกขึ้นทาบอกแกร่งเพื่อดันตัวออก แต่คิรากรกลับรัดวงแขนให้แน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่ไร้ความปรานี "ปล่อยนะ..." เธอเอ่ยเสียงลอดไรฟัน "ไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะเข้าใจสถานการณ์" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาหา ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี "คุณกำลังเล่นกับไฟรินรดา และไฟกองนี้มันพร้อมจะแผดเผาเราให้มอดไหม้ไปพร้อมๆ กัน" รสจูบที่ตามมาไม่มีความนุ่มนวลอ่อนหวาน มีเพียงแต่ความเร่าร้อน ดุดัน และการลงทัณฑ์ที่เย้ายวนจนแทบขาดใจ ริมฝีปากหนาบดFขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ถูกมือใหญ่วางล็อกท้ายทอยไว้มั่น บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสอันวาบหวามนี้อย่างจำยอม รสชาติของความดื้อรั้นและน้ำตารสเค็มปะแล่มที่มุมปากยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้โหมกระหน่ำยิ่งขึ้น เรียวลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดาส Sหายใจติดขัด สมองขาวโพลนจนแทบคิดอะไรไม่ออก มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองที่กำลังอ่อนยวบลงทุกที แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่รุนแรงราวกับแรงโน้มถ่วงของหลุมดำที่ดึงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าหาจุดศูนย์กลาง ความหวาดกลัวต่อคำขู่ภายนอกถูกแทนที่ด้วยความกลัวต่อความรู้สึกของตัวเองที่กำลังพังทลายลงในอ้อมแขนของศัตรู เมื่อคิรากรยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย หน้าอกของทั้งคู่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น รินรดายืนหอบหายใจพิงแผงอกเขา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงอารมณ์ ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและโกรธขืน "คุณมัน... คนอันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา" เธอเสียงสั่น "จำใส่ใจไว้ให้ดีล่ะ" คิรากรใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดคราบลิปสติกที่เลอะมุมปากให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแฝงความอ่อนโยนประหลาดที่ขัดกับแววตาดุดัน "เพราะหลังจากคืนนี้ไป คุณจะไม่มีวันได้นอนหลับตาลงอย่างปลอดภัยในโลกใบนี้อีกแล้ว... รินรดา" ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังของห้องทำงานระดับสูงก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงแหวกอากาศของวัตถุบางอย่างที่พุ่งเข้ามาปักเข้ากับผนังไม้ด้านหลังอย่างแม่นยำ! คิรากรดึงร่างของรินรดาลงไปหมอบราบกับพื้นพรมหนานุ่มด้วยความเร็วแสง ร่างหนาโถมเข้าปกป้องเธอไว้ทั้งตัว ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาทันทีเมื่อหันไปมองรูกระสุนที่เจาะลึกเข้าไปในผนัง และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ปรากฏขึ้นเมื่อหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานสว่างวาบขึ้นมาเองอัตโนมัติ พร้อมกับข้อความวิดีโอคอลจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อ หน้าจอปรากฏภาพกล้องวงจรปิดภายใน 'ห้องนอนส่วนตัว' ของรินรดา ณ คอนโดมิเนียมหรู บนเตียงนอนสีขาวสะอาดตาบัดนี้มีกล่องของขวัญผูกโบสีดำสนิทวางอยู่เด่นเป็นสง่า พร้อมกับกระดาษโน้ตลายมือเขียนด้วยหมึกสีแดงฉานที่ซูมให้เห็นชัดเจนจนหัวใจของอัยการสาวร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม *<ต้อนรับกลับบ้าน... คนต่อไปอาจจะเป็นหัวใจของคุณ หรือไม่ก็สมองของเขา>* รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ทั้งตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับกระแสไฟฟ้าในห้องที่ดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องสลับไปมา ทิ้งให้พวกเขาอยู่ในความมืดมิดที่เต็มไปด้วยลมหายใจกระชั้นชิดและเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟมาทางนี้... มุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างแม่นยำ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในเกมอันตรายนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%