เสียงฝีเท้าที่กระชั้นชิดใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องตัดกับความมืดมิดภายในห้องทำงาน ทิ้งให้หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมาจากอก ในสถานการณ์ที่บีบคั้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ รั้งรอไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว คิรากรก็ไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น แรงดึงอันทรงพลังพาเธอก้าวหลบเข้าไปในมุมอับหลังตู้เอกสารเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกเงาบังจนมิดชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม
"ถ้าไม่อยากให้เราจบเห่กันตรงนี้ ก็เงียบซะ" เสียงกระซิบต่ำพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ
รินรดากลืนก้อนสะอื้นและอาการตื่นตระหนกกลับลงคออย่างรวดเร็ว ในฐานะอัยการผู้ผ่านสมรภูมิคดีอาญามาโชกโชน เธอรู้ดีว่าความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลง ทบทวนแผนการทั้งหมดในหัว สมองอันปราดเปรื่องทำงานแข่งกับเสียงฝีเท้าที่หยุดกึกอยู่หน้าประตูห้องพอดี
ปัง!
เสียงถีบประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทสองรายที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แสงไฟฉายกวาดไปทั่วห้องอย่างหิวกระหาย คิรากรขยับตัวเข้ามาชิดร่างบางยิ่งขึ้นเพื่อบังเงาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ร่างกายของเขากำยำและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ไออุ่นจากกายหนาแผ่ซ่านเข้ามาปะทะจนรินรดารู้สึกได้ถึงกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เจือความเย้ายวนอันตราย ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายนี้ เคมีอันตรายระหว่างพวกเขากลับยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
สายตาคมกริบของคิรากรเหลือบมองลงมายังริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานกับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน ในสถานการณ์ที่บีบคั้นที่สุด สัญชาตญาณดิบของมนุษย์มักทำงานอย่างไร้เหตุผล มือหนาที่เคยเกาะกุมข้อมือเปลี่ยนมาโอบประคองเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ผลักไส ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาผ่านเนื้อผ้า
และในวินาทีที่แสงไฟฉายกราดผ่านเข้ามาใกล้ซอกตู้ที่พวกเขายืนอยู่ คิรากรก็โน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นเสียงลมหายใจของเธอด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว
มันไม่ใช่แค่จูบเพื่ออำพรางตัว แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในเกมเดิมพันที่สูงลิ่ว รสจูบเร่าร้อน ดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนหวานที่ละลายความหวาดกลัวทั้งหมดจนสิ้นซอง ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตวัดดูดซึมความหอมหวานจากเรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอย ร่างกายอ่อนยวบลงในอ้อมแขนแกร่ง ความตึงเครียดรอบตัวมลายหายไป เหลือเพียงรสสัมผัสวาบหวามที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เสียงหัวใจของเขากับเธอดังก้องประสานกันท่ามกลางความมืดและเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ถอยห่างออกไปเมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติ
เมื่อเสียงฝีเท้าเงียบหายลงไปพร้อมกับสัญญาณเตือนภัยที่ถูกยกเลิก คิรากรจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมเข้มพินิจมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและหอบสะท้านของเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง
"คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายของผมทุกครั้งจริงๆ รินรดา" เขาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
"เก็บคำชมนั้นไว้ใช้ในศาลเถอะค่ะ คุณคิรากร" รินรดารวบรวมสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอผลักอกแกร่งออกเบาๆ แม้เนื้อตัวจะยังร้อนผ่าวจากสัมผัสเมื่อครู่ "เพราะถ้าพรุ่งนี้เราแพ้คดี คุณไม่ได้แค่ติดคุก แต่ฉันเองก็จะหมดอนาคตไปด้วยเหมือนกัน"
วันรุ่งขึ้น บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีของศาลอาญากรุงเทพมหานครอึมครึมและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถลดทอนความระอุของสงครามประสาทระหว่างสองฝ่ายลงได้เลย ธันวา ทนายความคู่ปรับและอดีตเพื่อนสนิทของผู้ให้กำเนิดคดีนี้ยืนสง่างามอยู่หน้าบัลลังก์ สายตาคมปลาบของเขาจับจ้องมาที่จำเลยอย่างคิรากรและรินรดาด้วยรอยยิ้มเยาะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพเรียบร้อย
"ท่านผู้พิพากษาที่เคารพครับ" ธันวาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก ทอดสายตามองไปยังคณะลูกขุน "หลักฐานทางการเงินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นเงินนอกระบบ บัญชีลับ หรือแม้แต่ลายเซ็นดิจิทัลในสัญญาโอนหุ้นฉบับนี้ ล้วนชี้ชัดว่าจำเลย... นายคิรากร คือผู้บงการตัวจริงเบื้องหลังการฟอกเงินและยักยอกทรัพย์สินมูลค่ากว่าพันล้านบาท หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารราชการเหล่านี้สมบูรณ์แบบจนไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี บรรดาผู้สื่อข่าวต่างก้มหน้าจดบันทึกยิกๆ รินรดานั่งนิ่งสงบ ใบหน้าเรียบเฉยราਤกับรูปสลักหินอ่อน เธอประสานมือไว้บนตัก ปลายนิ้วเย็นเฉียบแต่แววตากลับมั่นคงแน่วแน่ ผิดกับธันวาที่ส่งยิ้มท้าทายมาให้อย่างเปิดเผย
"เชิญทางฝ่ายจำเลยนำเสนอพยานหลักฐานหักล้างครับ" ผู้พิพากษาเอ่ยอนุญาต
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทสีเข้มเข้ารูปขับเน้นบุคลิกที่น่าเกรงขามและเฉียบขาด เธอเดินก้าวขึ้นไปยืนกลางห้องพิจารณาคดีด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ สายตากวาดมองไปยังคณะลูกขุนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน นุ่มนวลแต่มั่นคง
"ท่านผู้พิพากษาและคณะลูกขุนที่เคารพค่ะ ฝ่ายโจทก์กล่าวอ้างว่าหลักฐานชิ้นเอกคือสัญญาโอนหุ้นและเส้นทางการเงินที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ... แต่ดิฉันกลับมองว่า ความสมบูรณ์แบบจนเกินไปนี่แหละค่ะ คือรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุดของคดีนี้"
ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มจางลง
รินรดากดรีโมทคอนโทรลในมือ ฉายภาพเอกสารชุดเดียวกันขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง "ลองพิจารณาเอกสารฉบับนี้ให้ดีๆ นะคะ ทนายธันวา... ลายเซ็นดิจิทัลที่ท่านอ้างว่าเป็นของคุณคิรากร แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นผ่านอัลกอริทึมการจำลองลายมือรุ่นเก่าที่บริษัทซอฟต์แวร์ของรัฐเลิกใช้งานไปเมื่อสามปีที่แล้ว และที่สำคัญที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบ
"...รหัสไอพีแอดเดรสที่ใช้ในการอัปโหลดเอกสารเหล่านี้เข้าสู่ระบบของธนาคารเมื่อคืนก่อน ไม่ได้มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยค่ะ แต่ถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ตั้งอยู่ภายในสำนักงานกฎหมายของโจทก์เอง!"
เสียงฮือฮาดังสนั่นยิ่งกว่าเดิมราวกับผึ้งแตกแตกรัง บรรดาผู้สื่อข่าวต่างฮือฮาและหันไปมองทางธันวาเป็นตาเดียว สีหน้าของทนายความหนุ่มเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มสุภาพหายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด
"คัดค้านครับท่าน! ฝ่ายจำเลยกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานยืนยันว่าไอพีแอดเดรสมาจากไหน!" ธันวารีบผุดลุกขึ้นประท้วงเสียงดัง
"ดิฉันไม่ได้กล่าวหาลอยๆ ค่ะ" รินรดาหันไปสบตาคู่ปรับอย่างไม่เกรงกลัว เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอีกฉบับขึ้นมาโชว์ต่อหน้าบัลลังก์ "นี่คือหมายศาลอนุมัติให้เข้าตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทไอทีคู่สัญญา ซึ่งยืนยันตัวตนชัดเจนว่า มีการจงใจปลอมแปลงเอกสารและยัดเยียดข้อกล่าวหาให้กับจำเลย เพื่อครอบครองกิจการทั้งหมดอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย... คดีนี้จึงไม่ใช่คดีอาญาฟอกเงินอย่างที่ถูกกล่าวหาค่ะ แต่เป็นการ 'จัดฉาก' เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการทุจริตของแท้จริงต่างหาก!"
ความเงียบกริบปกคลุมห้องพิจารณาคดีชั่วขณะ ก่อนที่ผู้พิพากษาจะทุบฆ้อนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น
"ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องจำเลย นายคิรากร เนื่องจากพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์มีพิรุธและเข้าข่ายการใส่ร้ายป้ายสี..."
เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากฝั่งคิรากร รินรดาลดแฟ้มเอกสารลงช้าๆ ความตึงเครียดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เธอหันไปสบตากับคิรากรที่ส่งยิ้มมุมปากให้เธอด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่งและหลงใหลในความเฉียบคมของอัยการสาวตรงหน้า
ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว และรินรดากกำลังจะเดินออกจากห้องพิจารณาคดี โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
เธอก้มลงหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่เมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้น หัวใจที่เพิ่งสงบลงก็กลับกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาจากไขสันหลัง
*'ยินดีด้วยที่ชนะคดีคุณชายคิรากร... แต่น่าเสียดายนะอัยการคนสวย ที่คุณยังไม่รู้ว่า 'หลักฐานตัวจริง' ที่จะลากคอฆาตกรตัวจริงเข้าคุก ไม่ได้อยู่ในศาลนี้... แต่มันกำลังถูกส่งไปที่บ้านของคุณ พร้อมกับระเบิดเวลาที่เหลือเวลาอีกสามนาที'*
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหันขวับไปมองหน้าคิรากรทันที ขณะที่ชายหนุ่มเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากสีหน้าซีดเผือดของเธอเช่นกัน
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมหักเหลี่ยมนี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิสค่ะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 8
กลลวงในคดีอาญา
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!