แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง ส่งเสียงทุบทึบราวกับเสียงก้อนเนื้อในอกของรินรดาที่กำลังร่วงหล่นลงสู่เหวลึก
ดวงตากลมโตของอัยการสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหันขวับไปมองหน้าคิรากรทันที ขณะที่ชายหนุ่มเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากสีหน้าซีดเผือดของเธอเช่นกัน
กระดาษแผ่นหนึ่งหลุดลอยออกมาจากแฟ้มที่อ้าซ่า มันคืองบการเงินและรายชื่อผู้ถือหุ้นเมื่อยี่สิบปีก่อนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง—บริษัทที่เคยเป็นของครอบครัวเธอ ก่อนที่บิดาจะจบชีวิตลงด้วยคดีทุจริตฉ้อฉลที่เธียรเพียรล้างมลทินมาตลอดชีวิต และลายเซ็นมุมล่างสุดของเอกสารแผ่นนั้น... เป็นชื่อของคนใกล้ตัวที่สุด
"คุณริน..." เสียงทุ้มต่ำของคิรากรเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าไหล่บางที่กำลังสั่นเทา แต่รินรดากลับถอยหลังกรูดราวกับหวาดกลัวเงาของตัวเอง
"อย่าเข้ามาค่ะ" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวแต่ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาสักหยด มันคือความตื่นตระหนกขั้นสุดที่ถูกกดทับไว้ด้วยสัญชาตญาณนักกฎหมายที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี "คุณ... คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ คิรากร"
ชายหนุ่มชะงักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงกระสุนปืน รินรดากวาดสายตามองหน้าเขาเพื่อค้นหาคำตอบ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นท่ามกลางเกมธุรกิจอันตราย พังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานที่ชี้ชัดว่า เธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานนี้ตั้งแต่ต้น
"บางครั้ง... ความจริงที่เราพยายามวิ่งหนี มักจะทิ้งเงาไว้ใกล้ตัวเราที่สุดครับ—ค่ะ" คิรากรแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจที่เขาเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นเคยแบบอื่น "สิ่งที่ผมกำลังทำ ไม่ใช่การเล่นเกมบนความเจ็บปวดของคุณ รินรดา แต่ผมกำลังช่วยคุณเปิดประตูห้องที่ถูกล็อกกุญแจไว้ด้วยความลับของตระกูลคุณเองต่างหาก"
"ความลับเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น หยดน้ำตาที่รั้นจะไหลในที่สุดก็เอ่อล้นขอบตา เธอก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก ภาพของบิดาผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง—ภาพชายวัยกลางคนผู้เคยอบอุ่น ใจดี และยึดมั่นในความยุติธรรมยิ่งกว่าชีวิต แต่กลับต้องมาตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี ทิ้งเธอไว้กับตราบาป "คุณกำลังบอกว่าพ่อของฉัน... ยอมรับสินบนจริงๆ งั้นเหรอคะ?"
"เปล่าเลย" คิรากรปฏิเสธเสียงหนักแน่น เขาก้าวเข้าไปอีกก้าว คราวนี้รินรดาไม่ถอยหนีอีกต่อไป แม้ตัวเธอจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "พ่อของคุณไม่ได้ขายอุดมการณ์ แต่มีคน 'จัดฉาก' ให้เขาต้องรับผิดชอบแทนความโลภของคนอื่นต่างหาก และเอกสารในมือคุณ... คือเส้นทางที่เชื่อมโยงว่าใครคือคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการล่มสลายของตระกูลคุณ"
คำพูดของชายหนุ่มราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวด และความโหยหาในอดีตผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ภาพความทรงจำในวัยเด็กซ้อนทับขึ้นมา กลิ่นอายของห้องทำงานบิดา รอยยิ้มอบอุ่นยามที่ท่านกอดเธอไว้ในอ้อมแขน และคำสอนที่ว่า 'ความจริงไม่มีวันตาย'—คำสอนที่เธอยึดถือเป็นเข็มทิศชีวิตมาตลอด
"ธันวา..." รินรดากระซิบชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อสมองอันเฉียบคมประมวลผลจากชื่อผู้ถือหุ้นในเอกสาร ทนายความหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่คิด คือคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงเอกสารชุดนี้ในฐานะผู้จัดการมรดกเก่า
คิรากรไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขียงข้างเธอด้วยท่าทีสงبนิ่ง แต่สายตาคมกริบนั้นฉายแววอันตราย "คนที่กุมความลับของอดีต มักจะใช้มันเป็นเครื่องมือควบคุมอนาคต... และตอนนี้ คุณกำลังเดินเข้ามาในรัศมีที่เขาคอยชักใยอยู่"
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากรเงียบสงัดลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของหญิงสาว รินรดากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความรู้สึกอ้างว้างแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนสะพานไม้เก่าๆ ที่ผุพัง ท่ามกลางสายหมอกหนาทึบและพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ไม่มีทางถอยหลังกลับ และไม่มีทางรู้ว่าเบื้องหน้าคือเหวลึกหรือแผ่นดินที่มั่นคง
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกือบจะกลืนกินสติสัมปชัญญะทั้งหมด ความอบอุ่นสายหนึ่งก็แตะลงที่หัวไหล่บาง คิรากรไม่ได้พูดคำปลอบโยนน้ำเน่าใดๆ ออกมา ชายหนุ่มเพียงแค่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง สร้างแรงกดดันอันมั่นคงที่ช่วยพยุงร่างอันสั่นเทาของเธอไว้
"ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด..." คิรากรโน้มใบลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ปฏิเสธไม่ได้ "คุณต้องยอมก้าวออกไปจากกรอบของกฎหมายที่สวยหรู แล้วลงมาเล่นในโคลนตมกับผม... รินรดา คุณกล้าพอที่จะแลกมันไหมล่ะคะ"
รินรดาหันกลับไปมองสบตากับชายหนุ่ม นัยน์ตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดระแวง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว แววตาของอัยการสาวผู้พิทักษ์ความยุติธรรมลุกโชนด้วยไฟแห่งการแก้แค้นและความจริงที่ถูกบิดเบือน เธอลดความลังเลทั้งหมดลง แล้วพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบ
"ฉันพร้อมจะแลกทุกอย่างค่ะ... เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของพ่อฉัน"
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคิรากรจู่ๆ ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน มันเป็นเสียงเรียกเข้าพิเศษที่ตั้งไว้สำหรับเบอร์ลับเฉพาะกิจ ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาจากรินรดา
"ว่าไง..." คิรากรกรอกเสียงลงไป
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงทุ้มต่ำลอดผ่านลำโพงออกมาด้วยความร้อนรน และดังพอให้รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ
*“บอสครับ... ตอนนี้หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในตู้เซฟที่สำนักงานกฎหมายของธันวา กำลังถูกเคลื่อนย้าย และ... มีคนพบศพทนายธันวาเสียชีวิตอยู่ในห้องทำงานแล้วครับ!”*
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง ความหนาวยะเยือกแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นสู่สันหลัง ในขณะที่คิรากรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายพุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขารู้ทันทีว่า—พวกเขากำลังตกเป็นเป้าหมายของการ 'ล่า' เสียเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุความลับนี้ไปด้วยกันนะคะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 9
เงาตามตัว
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!