แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกปิดลงด้วยเสียงทุบหนักหน่วงบนโต๊ะกระจกนิรภัย แรงสะเทือนนั้นมากพอจะทำให้กาแฟดำในแก้วกระเพื่อมเป็นวงคลื่น ก่อนจะสงบนิ่งสะท้อนเงาของเพดานห้องทำงานที่ไร้ซึ่งแสงไฟเปิดนำทาง มีเพียงแสงสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าเบื้องล่างที่สาดส่องเข้ามาตัดผ่านม่านบังตา
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารชุดสุดท้ายที่เพิ่งได้รับการลงนามจากอัยการสูงสุด มันคือตราประทับสีแดงสดที่ประกาศชัดเจนว่าคดีฟอกเงินและปีกสีเทาทั้งหมดของอาณาจักรธุรกิจร้อยล้านได้รับการยกฟ้องอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งมลทิน ไร้ซึ่งเงื่อนงำทางกฎหมายที่หลงเหลือให้ตามรื้อฟื้น
แต่หัวใจของเธอ... กลับไม่ได้รู้สึกเบาสบายเหมือนกระดาษแผ่นนั้นเลยสักนิด
"คุณกำลังถอนหายใจใส่ความเป็นอิสระของฉัน หรือกำลังเสียดายที่ไม่มีข้ออ้างจะลากฉันเข้าห้องสอบสวนอีกแล้วล่ะครับ... อัยการสาว"
เสียงทุบโต๊ะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากและน้ำเสียงทุบต่ำที่คุ้นเคย คิรากรก้าวออกมาจากเงาสลัวของมุมห้อง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนและรอยแผลเป็นจางๆ จากอดีตที่เขาเลือกจะทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยียบเย็นของค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้สายตาสะท้อนความเหนื่อยล้าและความดื้อรั้นผสมปนเปกัน
"ฉันแค่กำลังคิดว่า กฎหมายช่างโง่เขลา... หรือคุณต่างหากที่ฉลาดเป็นกรดจนหลอกได้แม้กระทั่งระบบยุติธรรมที่ฉันเคยศรัทธา" น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แต่บาดลึกทุกพยางค์
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบต่ำและสั่นพร่า เขาไม่ได้โกรธเคือง กลับกัน... ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนานตั้งแต่วันที่พวกเขาต้องยืนอยู่คนละฝั่งของสมรภูมิ
"ระบบยุติธรรมไม่ได้โง่หรอกริน... แต่คนเขียนกฎหมายต่างหากที่บางครั้งก็มองไม่เห็นหัวใจตัวเอง"
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจก คิรากรใช้แขนทั้งสองข้างกั้นขอบเขต ปิดตายทางหนีทีไล่ของอัยการสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้ม ขณะที่นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยของเธออย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างความสั่นสะท้านแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ
"ปล่อยนะ... คิรากร เกมมันจบแล้ว คุณพ้นผิดแล้ว และเราสองคน... ควรจะจบหน้าที่นี้เสียที" เธอพยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าว แต่ปลายนิ้วที่กำกระโปรงสูทแน่นจนยับยู่ยี่กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"จบเหรอ?" คิรากรโน้มใบลงกระซิบชิดริมฝีปาก ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าเรื่องของเรา... เป็นแค่เรื่องของหน้าที่?"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเล รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่สติทั้งหมดจะถูกหลอมละลายไปกับรสจูบที่ทั้งดุดันและโหยหาในคราเดียวกัน ความโกรธ ความอึดอัด และความพ่ายแพ้ที่สะสมมาตลอดหลายเดือนถูกปลดปล่อยออกมาผ่านการบดเบียดริมฝีปากที่ร้อนแรงและลึกซึ้ง
มือใหญ่ของคิรากรเลื่อนลงมาโอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของทั้งคู่เต้นรำเป็นจังหวะเดียวกันท่ามกลางความเงียบงันของตึกสูง รินรดาพยายามจะทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ปลายนิ้วที่เคยจับแต่ปากกาและสำนวนคดี กลับจิกทึ้งลงบนลาดไหล่หนาของเขาเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่ทั้งสองต่างโหยหาภายใต้หน้ากากแห่งศัตรู
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่มีวันต้านทานได้ สัมผัสจากมือของเขาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูทเนื้อดีทำให้สั่นสะท้อนไปถึงขั้วหัวใจ ความปรารถนาอันดิบเถื่อนและอ่อนโยนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันในค่ำคืนแห่งรุ่งอรุณหลังพายุโหมกระหน่ำ ทุกสัมผัสคือเครื่องยืนยันว่าพวกเขาได้ข้ามผ่านเส้นแบ่งสีเทาเข้าสู่ดินแดนที่ไม่มีวันหวนกลับ
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่รสจูบอันเร่าร้อนนั้นค่อยๆ คลายลง คิรากรซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเปรอะเปื้อนอยู่ตรงผิวเนื้ออ่อนนุ่ม ขณะที่รินรดายังคงยืนหอบหายใจโยนตัว ซบศีรษะลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรงต้านทาน
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความเคลิบเคลิ้มนั้นกลับถูกกระชากให้ขาดวิ่นลงในเสี้ยววินาที
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดของระเบียงห้องทำงาน—เสียงที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในตึกที่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกปิดตายและมีเพียงพวกเขาสองคน
คิรากรผละออกจากร่างบางในพริบตา ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับนักล่าพร้อมปลิดชีพ เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณดิบ ขณะที่รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขาเมื่อแสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสาดส่องทะลุกระจกเข้ามา
ร่างของชายชุดสูทสีดำสนิทก้าวพ้นเงาสลัวออกมา พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีแดงฉานในมือ—แฟ้มที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนในคดีฆาตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตของรินรดาไปตลอดกาล
"ยินดีต้อนรับสู่การเริ่มต้นใหม... อัยการรินรดา" เสียงทุบต่ำของธันวา เพื่อนสนิทและคู่ปรับตลอดกาลเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความลับมืดดำที่สุดขององค์กรเอาไว้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งเล่ห์กลและหัวใจดวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 29
รุ่งอรุณหลังพายุ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!