แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดแสงวابวับจนห้องโถงใหญ่ของสำนักงานอัยการสูงสุดกลายเป็นทะเลเพลิงสีขาวโพลน เสียงชัตเตอร์รัวราวมطرฝันที่กระหน่ำซัดลงบนหลังคากระจก ขณะที่รินรดาก้าวขึ้นสู่โพเดียมด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ ชุดสูทสีดำสนิทเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวบางและไหล่ตั้งตรงที่บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอนิ่งเรียบดุจผิวน้ำในคืนไร้เดือน แต่กลับซ่อนประกายคมกริบของคมมีดที่พร้อมจะกรีดเฉือนโครงสร้างอำนาจอันเน่าเฟะให้ขาดวิ่น
"ในฐานะอัยการผู้รับผิดชอบสำนวนคดีโครงการประมูลฮับโลจิสติกส์แห่งชาติ ดิฉันขอแถลงการณ์ยืนยันว่า..." น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนกดให้เสียงกระซิบกระซาบทั้งหมดในห้องเงียบกริบลงในทันที นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำวางเอกสารชุดสุดท้ายลงบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนแฟ้มสีน้ำตาลเข้มพาดผ่านหน้าไมโครโฟน
"หลักฐานทั้งหมดที่ท่านเห็นบนหน้าจอขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงินนอกระบบ บัญชีลับในสวิสเซอร์แลนด์ และคำให้การพยานปากเอก ล้วนพิสูจน์ได้ว่ามหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของชาติ หากแต่เป็นการสูบกินโลหิตของประชาชนผ่านกระบวนการนิติกรรมอำพราง และวันนี้... เกมสีเทานี้ต้องจบลง"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับเขื่อนแตก เมื่อหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังฉายภาพเอกสารลับสุดยอดที่ถูกปลดล็อกโดยรหัสลับเฉพาะตัวของเธอเอง ภาพลายเซ็นของนักการเมืองระดับสูงและกลุ่มทุนใหญ่ปรากฏหราต่อหน้าสาธารณชน บีบให้ทุกสายตาต้องเบนกลับมามองหญิงสาวผู้กล้าหาญคนนี้ด้วยความหวาดหวั่นและทึ่งในคราวเดียวกัน
ที่มุมหนึ่งของห้องโถง ท่ามกลางฝูงชนและสื่อมวลชนที่เบียดเสียด คิรากรยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนสีเทาเข้ม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษระบายความเย็นชาออกมาจากทุกอณู ดวงตาคมกريบจ้องมองร่างเพรียวบางบนโพเดียมด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย มีทั้งความระอุปรารถนา ความชื่นชมอย่างสุดซึ้ง และความกังวลระคนกัน
เขารู้ดีว่าการ "ล้างไพ่" ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การโค่นล้มศัตรูทางการเมืองของรินรดาเท่านั้น แต่มันหมายถึงการที่เธอเอาชีวิตและอนาคตทั้งหมดของตัวเองไปเดิมพันบนเส้นลวดหนาม หากรอด เธอก็คือวีรบุรุษ แต่ถ้าพลาด... เธอก็คือเหยื่ออันโอชะของเกมอำนาจที่ไร้ความปรานี
เมื่อการแถลงข่าวสิ้นสุดลง รินรดาก้าวเดินผ่านประตูบานคู่เข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ แรงกดดันมหาศาลที่แบกรับไว้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคลายลงชั่วขณะ เธอทรุดตัวลงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนัง หลับตาลงเพื่อผ่อนคลายลมหายใจที่สั่นไหวเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับที่เต้นตุบๆ
ทว่า... ก่อนที่ความเงียบจะได้โอบกอดเธอไว้ เสียงล็อกประตูก็ดังขึ้นจากด้านใน
รยินรดาลืมตาโพลง ร่างเพรียวดีดตัวลุกขึ้นยืนอัตโนมัติพร้อมกวาดสายตาไปยังเงาร่างสูงที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้อง กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคย—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับความเย็นเยียบของบุคลิกแบบคิรากร—ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ
"คุณเข้ามาได้อย่างไร..." เสียงของเธอแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
คิรากรไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงและทรงพลังราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม แสงไฟสลัวจากภายนอกที่ลอดผ่านม่านมู่ลี่ทาบทับลงบนใบหน้าคมคายที่มีรอยยิ้มมุมปากเย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย
"ประตูหลังไม่ได้ล็อก... เหมือนหัวใจของคุณเวลานี้หรือเปล่า รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู เมื่อร่างสูงประชิดตัวเธอเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ช่องว่าง
รินรดาผินหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ แต่มือหนากลับเอื้อมมาจับคางคางเรียวไว้มั่น บังคับให้เธอดวงตาประสานกับนัยน์ตาสีรัตติกาลที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานาน
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันสำนักงานอัยการนะ คิรากร ถ้าใครเข้ามาเห็น..."
"ปล่อยให้พวกเขาเห็นสิ" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดุดัน "ผมอยากให้ทั้งโลกรู้นักว่าผู้หญิงที่กล้าหาญที่สุดในประเทศเวลานี้ อยู่ในอ้อมแขนของใคร"
ริมฝีปากหยักลึกโน้มลงมาประทับจูบทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธ รสสัมผัสทั้งดุดัน เร่าร้อน และเว้าวอนในคราวเดียวกัน ทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วงไปชั่วขณะ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้ความหวาดกลัวใดๆ แทรกตัวเข้ามาได้อีก
ความตึงเครียดจากคดีความ การหักเหลี่ยมเฉือนคม และสงครามประสาทที่ยาวนานนับเดือน ถูกหลอมละลายกลายเป็นเพลิงปรารถนาที่โหมกระหน่ำ รินรดาหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันตระการตาที่คิรากรมอบให้อย่างเต็มใจ มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงบนลาดไหล่หนาเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว
ชุดสูทสีดำถูกร่นลงอย่างไร้ความปรานี ความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้องพ่ายแพ้ให้กับความร้อนระอุจากร่างกายที่แนบชิด สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าทำให้รินรดาสั่นสะท้าน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก คิรากรอุ้มร่างเพรียวขึ้นนั่งบนขอบโต๊ะทำงาน เอกสารทางราชการนับร้อยแผ่นร่วงหล่นลงพื้นราวกับใบไม้ร่วง แต่ไม่มีใครสนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป นอกจากแรงดึงดูดอันตรายที่หลอมรวมพวกเขากลืนกินเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิดของค่ำคืนนี้
เนิ่นนานกว่าพายุอารมณ์จะสงบลง รินรดานอนหอบหายใจอยู่บนอกแกร่งของชายหนุ่ม นิ้วเรียวลากไล้อย่างเหม่อลอยอยู่บนแผงอกเปลือยเปล่าที่มีรอยแผลเป็นจางๆ
"คุณชนะแล้วนะ คิรากร..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว "กระดานนี้เราล้างไพ่ใหม่หมดแล้ว"
คิรากรหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "ยังหรอก รินรดา เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก"
เขายกมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด ภาพข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารนอกชายฝั่งปรากฏขึ้น พร้อมกับไฟล์เอกสารลับชิ้นใหม่ที่ถูกส่งตรงเข้ามายังอีเมลส่วนตัวของเขา—ไฟล์ที่เปิดโปงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่นักการเมืองที่เธอเพิ่งโค่นล้ม... แต่เป็นบุคคลที่ใกล้ตัวที่สุด
ดวงตาคมกริบของคิรากรหรี่แคบลงเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้าย ขณะที่รินรดาชะงักค้างเมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอนั้น ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาในทันที
"นี่มัน..."
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นตรงทางเดินด้านนอกห้องทำงาน ใกล้เข้ามาทุกที... และหยุดลงที่หน้าประตูบานที่ไม่ได้ล็อก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งเล่ห์กลและหัวใจดวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 28
ล้างไพ่กระดานใหม่
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!