แสงสีฟ้าจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือของคิรากรไม่ได้ให้ความสว่างแก่ห้องใต้หลังคาที่ซ่อนตัวอยู่มากนัก ทว่ามันกลับสาด
กระทบโครงหน้าคมคายสันจرافที่เด่นชัดในความมืด ยิ่งขับให้แววตาของชายหนุ่มลึกล้ำจนรินรดาแทบไม่กล้าหายใจ
เงาร่างที่ปรากฏบนหน้าจอเมื่อครู่ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นธันวา ทนายความหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่ปรับตัวฉกาจ
ของคิรากรเอง ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจของอัยการสาวเต้นรัวระรัวอยู่ข้างหู คิรากรกลับยกนิ้วขึ้น
แตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะดึงข้อมือนุ่มของเธอให้ถอยลึกเข้าไปในเงาอับชื้นของชั้นหนังสือเก่า
"คุณธันวามาทำอะไรที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้คะ..." รินรดาเอמהกระซิบแผ่วเบa แนบชิดจนรับรู้ถึงไออุ่นจากแผ่นอก
กว้างที่ทาบทับอยู่เบื้องหลัง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ของชายหนุ่มทำเอาสติที่ควรจะตั้งมั่นในหน้าที่การงาน
เริ่มสั่นคลอน
"เพราะเขารู้ว่าความจริงกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุมยังไงล่ะคะ ริน..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างใบหูของเธอ
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าจนขนลุกชัน "ธันวาไม่ได้มาเพื่อปกป้องความยุติธรรม... เขามาเพื่อเก็บกวาด
หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะลากบริษัทของฉันลงเหว และถ้าโชคไม่ดี เขาก็คงไม่รังเกียจที่จะเก็บกวาดพยานปากเอกอย่างคุณ
ไปด้วย"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้รินรดาหวาดกลัวเท่ากับความจริงที่ว่า พวกเขากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นและความตาย
มือบางเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มของคิรากรแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตายังคงจดจ้องผ่านช่องว่างระหว่างสันหนังสือ
มองเห็นร่างสูงโปรดของธันวากำลังก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้านล่าง แสงไฟฉายสาดส่องไปทั่วราวกับกำลัง
ตามหาบางสิ่ง
"เราต้องออกไปจากที่นี่..." รินรดาเอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยวตามวิสัยทัศน์ของอัยการผู้ไม่เคยยอมจำนน
ต่อความอยุติธรรม "ถ้าธันวาได้เอกสารบัญชีลับนั้นไป ทุกอย่างที่เราพยายามมาตลอดจะพังทลาย ฉันยอมไม่ได้ค่ะ"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่
หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบa สัมผัสที่จงใจหยอกเย้าท่ามกลางวิกฤตทำให้รินรดาต้องตวัดสายตาขึ้นมอง
ด้วยความไม่พอใจ
"คุณยังเชื่อมั่นในระบบกฎหมายที่เน่าเฟะนั่นอยู่อีกหรือคะ รินรดา?" คิรากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก จริงจัง
จนบาดลึกเข้าไปในความทรงจำอันเจ็บปวดของเธอ "คุณก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่ากฎหมายมันเป็นแค่เครื่องมือของคนมีอำนาจ
คนที่ยอมเหยียบย่ำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ... เหมือนที่ธันวากำลังทำ และเหมือนที่ฉันเคยทำ"
"แต่อุดมการณ์มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาซื้อขายได้นะคะ!" รินรดากัดฟันกรวด เถียงกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัวต่อแรงกดดัน
จากร่างสูงที่โน้มเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง "ถ้าคุณมองว่าทุกอย่างเป็นแค่เกมธุรกิจที่ไร้ศีลธรรม งั้นเราก็คงอยู่กันคนละโลก
คิรากร... ฉันเลือกที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม"
ดวงตาคมกริบของคิรากรไหววูบไปชั่วขณะ ยามที่ได้มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยไฟแห่งอุดมการณ์
ประกายความดื้อรั้นและเปราะบางผสมผสานกันอยู่ในนั้นอย่างน่าหลงใหล มันคือความแตกต่างสุดขั้วระหว่างเขากับเธอ
โลกสีเทาอันมืดมนของเขาปะทะเข้ากับแสงสว่างอันดื้อรั้นของเธออย่างรุนแรง ทว่าแรงดึงดูดประหลาดกลับฉุดกระชากให้ทั้งคู่
พุ่งเข้าหากันราวกับแรงโน้มถ่วง
"ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นพร่าม่านและอันตราย
ปลายนิ้วแข็งแรงเลื่อนลงมาแตะที่คางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จู่โจมอย่างกะทันหัน
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเล รสจูบในค่ำคืนนี้ไม่ได้นุ่มนวลและอ่อนหวานเหมือนครั้งไหนๆ
แต่มันเต็มไปด้วยความดุดัน รุ่มร้อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการแผดเผาความขัดแย้งทุกอย่างให้มอดไหม้ลง
รินรดาสะดุ้งเฮือกในคราแรก หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก รสจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหาและอารมณ์ดิบเถื่อน
ทำให้เรียวขาของเธออ่อนยวบลงจนต้องไขว่คว้าเกาะไหล่กว้างไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
เสียงฝีเท้าของธันวาที่เดินเข้ามาใกล้บริเวณบันไดทางขึ้นชั้นลอยยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจจนแทบหายใจไม่ออก
ทุกสัมผัสแนบชิด ทุกลมหายใจที่ประสานกัน ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจถูกจับได้ในวินาทีต่อวินาที ทำให้ความรู้สึกผิดชอบ
ชั่วดีเลือนหายไปเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของคนสองคนที่โหยหากันและกันในสมรภูมิแห่งนี้
คิรากรบดขยี้เรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำจากโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม
มือหนาสอดเข้าใต้เสื้อสูทตัวนอก ลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนรินรดาต้องส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ
ด้วยความสั่นสะท้าน อารมณ์ปรารถนาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้หน้ากากของนักธุรกิจและอัยการผู้เคร่งขรึม ระเบิดออกมา
อย่างไร้การควบคุม ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้หลังคา
ที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอแท็บเล็ตเป็นพยาน
ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ดวงตาสีเข้มของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนา ขณะที่นิ้วหัวแม่มือยังคงไล้เบาๆ บนริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างหลงใหล
"ถ้าเราผ่านคืนนี้ไปได้... ฉันจะแสดงให้คุณเห็นว่าโลกสีเทาของฉัน มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคุณเสมอ รินรดา"
เขาเอ่ยกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้ม
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอื้อนเอยคำใดตอบกลับไป เสียงฝีเท้าที่ก้าวขึ้นมาถึงขั้นบันไดขั้นสุดท้ายก็หยุดชะงักกnก!
ตามมาด้วยเสียงเคาะเบาๆ ที่บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่า พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยทักขึ้นในความมืด
"ผมรู้ว่าพวกคุณซ่อนอยู่ข้างในนั้น... คิรากร ออกมาคุยกันอย่างลูกผู้ชายดีกว่าไหม หรือจะต้องให้ผมพังประตูเข้าไป?"
รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายแข็งทื่อในอ้อมแขนของคิรากร เมื่อแสงไฟจากปลายกระบอกไฟฉาย
ส่องทะลุกรอบประตูเข้ามา และหยุดนิ่งตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในสมรภูมิอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะคะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 16
พื้นที่ปลอดภัยในสมรภูมิ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!