ลำแสงสีขาวจากกระบอกไฟฉายกวาดผ่านม่านฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในอากาศ ทอดเงายาวทับซ้อนกันจนดูน่ากลัว รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายแข็งทื่อในอ้อมแขนของคิรากร เมื่อแสงไฟนั้นส่องทะลุกรอบประตูเข้ามา และหยุดนิ่งตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี
กลิ่นอายความเย็นเยียบของตึกร้างยามค่ำคืนผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดอันเป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่ม หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อยามรักษาความปลอดภัยหรือผู้บุกรุกด้านนอก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายและสายตาคมกริบของคิรากรที่มองลงมาในความมืด
นิ้วเรียวแกร่งของเขาแตะลงบนริมฝีปากของเธอเบาๆ เป็นเชิงสั่งให้เงียบสนิท ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้สติที่กระเจิดกระเจิงเริ่มกลับคืนมา รินรดากะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสในความมืด เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณบอกเขาว่าเธอยังควบคุมสถานการณ์ได้
เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารที่ดังซ่าแทรกความเงียบ
"ชั้นแปด... เคลียร์พื้นที่เรียบร้อย ไม่มีอะไรผิดปกติ" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านความมืดเข้ามา
คิรากรไม่ขยับเขยื้อi ร่างสูงใหญ่ของเขายังคงกักตัวเธอไว้ชิดกับผนังเย็นเฉียบ อ้อมแขนแกร่งทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างแนบเนียน แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบางของเธอผ่านเนื้อผ้า ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านเข้ามาท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นมั่นคงของเขา มันแตกต่างจากเธอสิ้นเชิง ชายคนนี้คุ้นเคยกับการเดินอยู่บนปากเหวแห่งอันตรายเสียจนความตึงเครียดกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เมื่อแสงไฟฉายเบี่ยงเบนออกไปทางหน้าต่างอีกด้าน และเสียงฝีเท้าค่อยๆ เดินห่างออกจนลับหายไปในความเงียบ รินรดาก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความโล่งอก
"ดูเหมือนคุณจะพกพาโชคร้ายมาด้วยเสมอนะครับ... อัยการรินรดา" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมใบหู น้ำเสียงเจือแววเย้าหยอกที่ขัดกับสถานการณ์อันตรายเมื่อครู่
รินรดาเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อให้มีระยะห่าง เธอดันอกแกร่งออกเบาๆ แม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่อยากขยับไปไหนไกลจากความอบอุ่นนั้นเลยก็ตาม "ถ้าไม่ใช่เพราะเอกสารลับในตู้เซฟของคุณ ฉันคงไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตเดินหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในตึกที่กำลังจะถูกรื้อถอนนี่หรอกค่ะ คิรากร"
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มนุ่มและน่าฟังในความมืด มือใหญ่ละออกจากเอวสอบของเธออย่างเสียดาย ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดไฟฉายแทน เพื่อส่องนำทางไปยังเป้าหมายที่แท้จริง
ห้องทำงานลับบนชั้นบนสุดของตึกระฟ้าแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งร้าง แต่กลับมีร่องรอยการใช้งานเมื่อไม่นานมานี้ โต๊ะทำงานไม้สสักตัวใหญ่ไร้ฝุ่นหนาเตอะ แตกต่างจากห้องอื่นๆ ในชั้นเดียวกัน รินรดากวาดสายตามองรอบห้องอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองอันปราดเปรื่องของอัยการสาวเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมด ความโปร่งใสที่คิรากรพยายามแสดงออกต่อหน้าธันวาเมื่อวันก่อนเริ่มมีรอยร้าว
"คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมกันแน่ คิรากร" เธอถามตรงประเด็น ดวงตากลมโตหันกลับไปจ้องมองเจ้าของร่างสูงที่กำลังยืนพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีผ่อนคลาย
"เพราะคุณอยากรู้ความจริงไม่ใช่เหรอครับ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตากลับไหววับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก "คนที่คุณควรระวังไม่ใช่ผม แต่คือคนที่กำลังเล่นเกมอยู่เบื้องหลังต่างหาก และหลักฐานที่คุณตามหา... มันไม่ได้อยู่ในตู้เซฟที่คุณคิดหรอก"
คิรากรผงกศีรษะเป็นเชิงเรียกให้เธอเดินตามไปยังมุมมืดด้านหลังชั้นหนังสือบิลท์อินขนาดใหญ่ เขายื่นมือไปกดปุ่มกลไกซ่อนรูปที่แทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เสียงกลไกโลหะกระทบกันเบาๆ ก่อนที่ผนังไม้จะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องลับอีกห้องหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่า
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์สาดส่องเข้าไปกระทบกับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่กลางห้อง รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความระแวดระวัง แต่เมื่อเธอมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน ฝีเท้าของเธอก็หยุดชะงักทันที ลมหายใจติดขัดอยู่ในลำคอ
บนโต๊ะกระจกใสกลางห้องลับนั้น มีแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มวางอยู่ ประทับตราลับสุดยอดของสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นแฟ้มคดีทุจริตโครงการก่อสร้างระดับชาติที่เธอเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง... แฟ้มคดีที่ควรจะอยู่แต่ในห้องทำงานส่วนตัวของเธอที่สำนักงานเท่านั้น!
ไม่ใช่แค่นั้น ข้างๆ แฟ้มเอกสารยังมี "ปากกาหมึกซึมด้ามทอง" วางอยู่เคียงคู่กัน ปากการุ่นพิเศษที่ธันวาเพิ่งซื้อให้เธอเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสเลื่อนตำแหน่งเมื่อเดือนก่อน
รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำทั้งหมดไหลย้อนกลับมา ธันวา... เพื่อนสนิทและคู่คิดที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด เป็นเพียงคนเดียวที่มีโอกาสเข้าถึงห้องทำงานส่วนตัวของเธอ และรู้ว่าเธอเก็บเอกสารชุดนี้ไว้ที่ไหน
แต่ทำไม... หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในคดีที่เธอกำลังตามหา ถึงมาซ่อนอยู่ในรังลับของคิรากร ชายที่เธอกำลังสงสัยว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายสีเทาคนนี้?
รินรดารemวตาตื่นตระหนก หันขวับกลับไปมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงกรอบประตู แสงสลัวขับให้ใบหน้าคมคายของเขาดูเยือกเย็นและลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา
"อธิบายมาเดี๋ยวนี้ค่ะ คิรากร" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตกใจปนโกรธ "ทำไมเอกสารของฉัน... และของใช้ส่วนตัวของธันวาอาญา ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
คิรากรไม่ตอบในทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาคมกราบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"เพราะว่า... เกมที่คุณกำลังเล่นอยู่กับเพื่อนรักของคุณ มันเริ่มต้นไปนานก่อนที่คุณจะรู้ตัวเสียอีกครับ อัยการรินรดา"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกSะทืบเท้าดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูทางเข้าห้องลับ พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาทางรอยแยกของผนังไม้ ก่อนที่เสียงอันคุ้นเคยจะตะโกนก้องกังวานเข้ามาในความมืด
"ทุกคนปิดล้อมทุกทางออกไว้! อย่าให้ใครหนีไปได้... ค้นให้ทั่ว!"
รินรดากลั้นหายใจเฮือกใหญ่เมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... เสียงของธันวา!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเกมหักเหลี่ยมนี้ไปพร้อมกับมิดไนท์คิสค่ะ
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 17
หลักฐานที่ไม่มีใครคาดคิด
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!