“คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ, รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของท่านประธานาธิบดีแห่งกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมข้ามชาติอย่าง ‘พงศ์ภพ’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมเพนต์เฮาส์ชั้นสูงสุด แสงไฟนีออนสีชาดจากตึกระฟ้าเบื้องล่างทาบทับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยย่นแห่งอำนาจ เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ในมือของเขาคือแฟ้มเอกสารลับชิ้นสุดท้ายที่สามารถทำลายอาชีพนักกฎหมายของเธอได้ในพริบตา
รินรดาไม่สะทกสะท้าน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบราวกับใบมีด เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อรอง แต่มาเพื่อปิดเกม
“เกมจะจบลงก็ต่อเมื่อความจริงถูกเปิดเผยค่ะท่านประธาน... และเอกสารในมือฉัน คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากคุณลงมาจากบัลลังก์สีเทานี้” อัยการสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังต้องหรี่ตามอง
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ คิรากร ซึ่งยืนกอดอกพิงเสากระจกอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกราบกรานมองสถานการณ์ด้วยความระแวกระวัง เขารู้ดีว่าพงศ์ภพไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะล้มได้ด้วยกระดาษเพียงแผ่นเดียว ชายหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้รินรดาเล็กน้อย พร้อมที่จะเอาตัวเข้าแลกหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เธอคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่างั้นรึ?” พงศ์ภพหัวเราะในลำคอ ก่อนจะผายมือไปทางประตูที่เปิดอ้าออก
ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นชา ทนายความหนุ่มผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่คิดของรินรดาก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับซองเอกสารอีกชุดในมือ หัวใจของอัยการสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ—นี่คือการหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด หรือเป็นเพียงอีกหนึ่งแผนซ้อนแผนที่พวกเขาตกลงกันไว้?
“ธันวา...” รินรดาเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปชั่วเสี้ยววินาที
“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยริน” ธันวาพูดเรียบๆ สายตาคมปลาบมองสบเธอนิ่ง “ในโลกใบนี้ ไม่มีใครยืนอยู่ข้างความยุติธรรมที่กินไม่ได้หรอกนะ... ฉันแค่เลือกข้างที่ชนะ”
คิรากรขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเชิดขึ้นด้วยความโกรธกรุ่น เขาพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าธารวาไว้ทันที “แกขายวิญญาณให้มันไปแลกกับอะไร ธันวา?”
“แลกกับความอยู่รอดไงล่ะ คิรากร” ธันวาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยาะ
แต่ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ รินรดากลับสูดลมหายใจเข้าลึก
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอัยการสาว—รอยยิ้มที่ทำให้พงศ์ภพขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจ
“คุณคิดว่าธันวาคือไพ่ตายของคุณจริงๆ เหรอคะ?” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก เธอยกมือขึ้นแตะหูที่มีอุปกรณ์สื่อสารจิ๋วซ่อนอยู่ “ทีมกองปราบและหน่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินเข้าควบคุมพื้นที่รอบตึกทั้งหมดแล้วค่ะท่านประธาน... เอกสารที่ธันวาถืออยู่ ไม่ใช่สัญญาซื้อขาย แต่เป็นหมายจับที่ลงนามโดยอัยการสูงสุดต่างหาก”
สิ้นเสียงของเธอ ประตูห้องประชุมทุกบานก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกัน เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายกรูเข้ามาตรึงกำลัง ท่ามกลางความตกตะลึงของพงศ์ภพที่หน้าถอดสี ธันวาหันมาสบตารินรดาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เปลี่ยนไป—รอยยิ้มของผู้ร่วมขบวนการตัวจริงที่แฝงตัวเข้าไปสืบความลับในถ้ำเสือ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่คิรากรจะคว้าเอวบางของรินรดาเข้ามาชิดกายแน่น ความร้อนจากฝ่ามือของเขาผ่านเนื้อผ้าเข้ามาปลุกเร้าอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความตึงเครียดตลอดค่ำคืน สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย—มันคือชัยชนะที่หอมหวาน และอันตรายเกินกว่าจะละสายตา
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวเข้าไปใส่กุญแจมือพงศ์ภพ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของคิรากรก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะทุกอย่าง
ชายหนุ่มหยิบมันขึ้นมามอง หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งเข้ามาในวินาทีนั้น—
*“เกมยังไม่จบ... ดูที่ระเบียงสิ ผู้กอง”*
คิรากรหันขวับไปมองกระจกบานใหญ่ด้านหลัง ทันใดนั้น เงาดำทึบของร่างใครบางคนก็พุ่งชนกระจกจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งเล่ห์กลและหัวใจดวงนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม•ตอนที่ 26
สมรภูมิสุดท้าย
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับหักเหลี่ยมคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!