กลิ่นอายของกาแฟลาเต้ร้อนกรุ่นบนโต๊ะหินอ่อนคาร์ราร่าราคาแพงระยับ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวแห่งนี้อบอุ่นขึ้นมาได้เลยสักนิด ตรงกันข้าม ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกควบคุมด้วยระบบดิจิทัลอัจฉริยะ กลับยิ่งขับเน้นความตึงเครียดในอากาศให้คมกริบราวกับใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังแพขนตา
ลีลาวดีวางแก้วกาแฟลงกระทบจานรองด้วยเสียงที่ดังพอเหมาะ—ไม่เบาจนดูหวาดกลัว และไม่ดังจนไร้ซึ่งมารยาท—ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังที่ถูกถอดออกวางไว้ข้างกาย กวาดมองร่างของชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปอย่างประณีต ทว่ากลับซ่อนแววตากะล่อนและรอยยิ้มจอมปลอมเอาไว้ภายใต้คราบนักธุรกิจผู้ทรงเกียรติ
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าเราจะได้พบกันในสถานการณ์แบบนี้... คุณอาคม" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง
คมกริบและเลือดเย็น นั่นคือสไตล์ที่ลีลาวดีเลือกใช้เสมอ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเศษซากเดนจากอดีตที่เธอจงใจฝังกลบมันไว้ใต้กองเงินตราและอำนาจอันไร้ขีดจำกัด
คมกริบยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ "โตเป็นสาวและมือเติบขึ้นเยอะนี่ครับ... ลีลาวดี ตั้งแต่วันที่พ่อเธอหนีหนี้จนตัวตาย ฉันก็ไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงมอมแมมคนนั้นจะมีปัญญามานั่งเช่าห้องเพนต์เฮาส์ราคาคืนละหลักแสนได้... หึ โลกนี้นี่มันกลมเสียจริง หรือว่าเงินพวกนี้จะได้มาจากการเอาเรือนร่างเข้าแลกกับพวกเสี่ยกระפํ้ากระเป๋าหนักล่ะ?"
คำพูดเหยียดหยามถูกพ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงกลัว โดยหลงลืมไปสนิทว่าโลกใบนี้หมุนไปด้วยอำนาจของทุนนิยม ไม่ใช่คำสั่งสอนศีลธรรมจอมปลอม
เพลียะ!
ไม่ใช่เสียงตบหน้า แต่เป็นเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนังแท้ลงบนโต๊ะอย่างแรงจนกาแฟกระฉอก ลีลาวดีไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแววตาสีดำสนิทกลับวับวามด้วยประกายแห่งความเดือดดาลที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความลุ่มลึก
"ระวังปากของคุณด้วยนะคะ คุณอาคม" เสียงของลีลาวดีต่ำลงจนน่ากลัว "เพราะทุกคำที่หลุดออกจากปากเน่าๆ ของคุณเมื่อครู่ มันมีมูลค่าเท่ากับค่ารักษาพยาบาลในห้อง ICU ตลอดชีวิตของคุณ... และฉันเกรงว่าคุณอาจจะไม่มีปัญญาจ่ายมันด้วยซ้ำ หากฉันสั่งให้คนไปกว้านซื้อหุ้นบริษัทใกล้เจ๊งของคุณในตลาดหลักทรัพย์ตอนนี้"
อาคมหน้าถอดสีทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่เด็กหญิงตัวสั่นเทาคนเดิมที่เขาเคยเหยียบย่ำเมื่อสิบปีก่อนอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นสถาปัตยกรรมแห่งอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ใครก็ตามที่ขวางทางให้แหลکคามือได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องกระพริบตา
ทว่า ในจังหวะที่อาคมกำลังจะอ้าปากแก้ตัวเพื่อรักษาศักดิ์ศรีอันน้อยนิด ประตูห้องรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคน
ร่างสูงใหญ่ของคณินก้าวเข้ามาด้วยก้าวเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและรอยสักจางๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นวิศวกรสนามผู้ผ่านงานหนักหน่วง แววตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงเสี้ยววินาที สมองระดับอัจฉริยะของเขาก็ประเมินความเสี่ยงและคำนวณโครงสร้างอารมณ์ของลีลาวดีได้อย่างแม่นยำ
คณินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินตรงเข้าไปยืนบังร่างโปร่งบางของลีลาวดีไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่พร้อมจะรับแรงกระแทกทั้งหมดแทนคนด้านหลัง มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ที่ลีลาวนั่งอยู่ กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายของความเป็นชายชาตรีโชยเข้าจมูกของเธอ จนความตึงเครียดในอกคลายลงอย่างน่าประหลาด
"มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ... คุณลีลาวดี?" คณินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิท ทว่าสายตากลับจ้องมองไปที่อาคมด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนชายวัยกลางคนต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
อาคมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "คะ... คุณเป็นใคร? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับทายาทตระกูล... อ้ะ!"
"เรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบจับจ้องราวกับเหยี่ยว "คนที่ใช้กลโกงทางบัญชีฮุบที่ดินมรดกและสร้างหนี้สินปลอมๆ ยัดเยียดให้เด็กผู้หญิงอายุสิบห้าปีในอดีต แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเรื่องส่วนตัวครับ... เขาเรียกว่า 'อาชญากรรมเศรษฐกิจ' และบังเอิญว่าผมเกลียดพวกขี้โกงที่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้เป็นที่สุด"
บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนติดลบ อาคมหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะมาโต้แย้งเมื่อถูกสายตาคู่นั้นเชือดเฉือนจนพรุนไปทั้งร่าง
ลีลาวดีแหงนหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนค้ำ and protect เธออยู่ ความเปราะบางที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจถูกสะกิดขึ้นมาเบาๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าเธอก็ยังคงเป็นลีลาวดี ผู้หญิงที่ยอมหักไม่ยอมงอ
"ถอยหน่อยค่ะ คณิน..." เธอกระซิบเสียงเบาแต่มั่นคง มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะชายเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ "ฉันจัดการเองได้ค่ะ คนประเภทนี้... ใช้เงินฟาดหัวให้จมดิน ยังสนุกเสียกว่าให้คุณต้องเปลืองแรงลงมือเอง"
คณินเหลือบสายตากลับมามองหญิงสาวเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างถูกอกถูกใจ "ตามใจคุณครับ... อยากให้ผมเปย์บริษัทมันทิ้งให้หมดเลยไหมล่ะครับ?"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังต่อรองกันด้วยความเยือกเย็นท่ามกลางความหวาดผวาของอาคม ประตูห้องรับรองบานเดิมก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้งอย่างไร้การเคาะ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงอีกคนที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย และคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของแขกผู้มาใหม่คนนั้น... กลับทำให้เลือดในกายของลีลาวดีแข็งค้างไปชั่วขณะ
"คุณลีลาวดีครับ! แย่แล้ว... เอกสารสิทธิ์ที่ดินโครงการริมน้ำ ถูกอายัดโดย... โดยคุณพ่อของคุณที่ปรากฏตัวขึ้นที่สำนักงานที่ดินเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความมืดมนและงงงวยนี้เสมอนะคะ
สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง•ตอนที่ 8
เงาในอดีต
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!