เสียงหัวسหัวเราะในลำคอของธน์ยามนี้ ช่างบาดลึกเสียจนลีลาวดีอยากจะคว้าเศษแก้วบนโต๊ะมาปักลงกลางอกเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ภาพความไว้วางใจที่เธอเคยโง่งล่ามอบให้ — ความรู้สึกผิดบาปที่เธอเคยมีต่อการจากไปของบิดา และความเชื่อมั่นอย่างไร้เดียงสาว่าคณินคือบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เคียงข้างความถูกต้อง — บัดนี้ มันถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดคาตา รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากของธน์ไม่ได้บ่งบอกถึงชัยชนะธรรมดา แต่เป็นความสะใจของมนุษย์โสมมที่เห็นคนเหนือกว่าตกเป็นเบี้ยล่าง
"เธอคิดจริงๆ เหรอลิล
ว่าตึกกระจกรูปทรงประหลาดที่เธอกำลังร่างแบบอยู่นั่น จะค้ำจุนอาณาจักรของตระกูลเธอได้ตลอดรอดฝั่ง?"
ธน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงลิบลิ่วในห้องประชุมใหญ่ แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม คณินยืนอยู่เคียงข้างเขา ใบหน้าคมคายนั้นราบเรียบเย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยของความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาที่พวกเขาช่วยกันตรวจสอบโครงสร้างตึก เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่จัดฉากขึ้นมาเพื่อตบตาเธอ
ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของความพ่ายแพ้ที่ธน์พยายามยัดเยียดให้เธอนั้น ช่างหอมหวานในจินตนาการของเขาเสียเหลือเกิน แต่สำหรับเธอแล้ว... ความพ่ายแพ้ไม่ใช่ทางเลือก และความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ไม่เคยทำให้เธออ่อนแอลง มีแต่จะหลอมรวมให้จิตใจของเธอกลายเป็นคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งให้ขาดเป็นสองท่อน
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าอันเรียบเฉย หันไปสบตากับคณินนิ่งนาน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ามันสะท้อนความจริงใจ แต่ในยามนี้มันว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว
"คุณพูดถูกค่ะธน์..." ลีลาวดีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล เยือกเย็น และราบเรียบจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของน้ำตาหรือความตื่นตระหนก "ตึกกระจกของฉันอาจจะค้ำจุนอะไรไม่ได้มากนัก... แต่ถ้ามันเป็นตึกที่สร้างขึ้นบนซากปรักหักพังของบริษัทคุณล่ะคะ มันน่าสนใจขึ้นมาบ้างไหม?"
ธน์ชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ คณินขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในแววตาของหญิงสาว
ลีลาวดีไม่ปล่อยให้พวกเขาได้ตั้งตัว มือเรียวบางหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา ปลายนิ้วแตะหน้าจอด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า ราวกับผู้ควบคุมเกมที่กำลังจะเดินหมากตาสุดท้าย เธอไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว เธอกลับระบายยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษที่กำลังเบ่งบานในความมืด
"คุณคงคิดว่า การร่วมมือกับคณินเพื่อปล่อยข่าวลบเรื่องโครงสร้างอาคาร และบีบให้หุ้นของบริษัทฉันร่วงกู่นั้น คือแผนการที่ไร้รอยต่อที่สุดแล้วใช่ไหมคะ?" ลีลาวดีก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะกระจกยาว เธอวางโทรศัพท์มือถือลงบนพื้นผิวใส เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบงัน "น่าเสียดายจริงๆ ที่คุณมองโลกแคบเกินไป... โลกธุรกิจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการหักหลังกระจอกๆ แบบนี้หรอกค่ะธน์ มันขับเคลื่อนด้วย 'เงินมหาศาล' ต่างหากล่ะ"
"เธอหมายความว่ายังไง?" ธน์เริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวง
"หมายความว่า... ขณะที่คุณกำลังหัวเราะเยาะความโง่เขลาของฉันเมื่อวานนี้ ฉันไม่ได้นั่งร้องไห้ฟูมฟายเหมือนนางเอกละครน้ำเน่าหรอกนะคะ" ลีลาวดีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดของตระกูลเธอถูกปลดปล่อยออกมาเป็นอาวุธในเสี้ยววินาทีนั้น "กองทุนสำรองระหว่างประเทศของฉัน และบัญชีส่วนตัวที่ปลอดภาษีในสวิสเซอร์แลนด์... เพิ่งถูกโอนถ่ายเข้ามาในตลาดหลักทรัพย์เมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว"
หน้าจอโทรศัพท์ของลีลาวดีสะท้อนแสงไฟสว่างวาบ เธอกดปุ่มเปิดใช้งานระบบสตรีมมิ่งข้อมูลการซื้อขายหุ้นแบบเรียลไทม์ และหมุนหน้าจอหันไปทางธน์และคณิน
ตัวเลขสีเขียวและแดงวิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุด คือกราฟแท่งสีน้ำเงินเข้มที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด ชื่อบริษัทของธน์—บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เขากุมอำนาจบริหารมานานนับทศวรรษ—กำลังปรากฏสถานะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่
"คุณ... คุณกำลังทำบ้าอะไร?" ธน์ผุดลุกขึ้นจากโซฟา ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ
"ฉันไม่ได้ทำบ้าอะไรเลยค่ะธน์... ฉันแค่ 'ซื้อ' คุณ" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "ด้วยมูลค่าเม็ดเงินกว่าแปดพันล้านบาทที่ฉันทุ่มลงไปในตลาดเปิดเมื่อเช้านี้ ทำให้ตอนนี้... ฉันกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 51 ของบริษัทคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับป่าช้า คณินเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ สิ่งที่เขาคำนวณไว้ในฐานะวิศวกรและที่ปรึกษาธุรกิจ คือความเป็นไปได้ทางการเงินตามตำราเรียน แต่วิธีการของลีลาวดีไม่ใช่ตำรา... มันคือการใช้อำนาจเงินตราแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดชนิดที่เรียกว่า 'การทำลายล้างเชิงโครงสร้าง' โดยไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น
ธน์พุ่งเข้ามาหมายจะคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะ แต่ลีลาวดีชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยพิษร้ายให้เขา
"และในฐานะประธานกรรมการบริหารคนใหม่... วาระแรกของการประชุมในวันนี้..." ลีลาวดีกวาดสายตามองหน้าอดีตคู่หมั้นและชายผู้หักหลังเธอด้วยความเยือกเย็น "คือการลงนามในคำสั่งเลิกจ้างคุณ ธน์... ออกจากบริษัททันที โดยไม่มีเงินชดเชย เนื่องจากมีความผิดฐานทุจริตและสมคบคิดกับบุคคลภายนอกเพื่อทำลายชื่อเสียงบริษัท"
มือของธน์สั่นเทา ริมฝีปากอ้าค้าง ไร้ซึ่งคำพูดใดจะหลุดออกมาจากลำคอ เขาทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง อาณาจักรที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิต พังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ด้วยฝีมือของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่า เป็นแค่สถาปนิกหัวอ่อนที่ไร้พิษภัย
ลีลาวดีหันหลังให้ชายทั้งสองคนอย่างไม่ใยดี เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะมั่นคง เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องประชุมเพื่อไปรับรื่นรมย์กับชัยชนะอันสมบูรณ์แบบ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะถึงลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก
ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดสูทสีเข้มสามคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา พร้อมกับเอกสารหมายศาลในมือ และด้านหลังสุดของกลุ่มคนเหล่านั้น... ร่างของชายสูงวัยผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับธน์ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้ลีลาวดีต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงทันที
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
"ต้นไม้ริมระเบียง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเกมแห่งการแก้แค้นอันหอมหวานนี้นะคะ
สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง•ตอนที่ 7
หมากตานี้ไม่มีวันพลาด
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกออกแบบฝันกับวิศวกรผู้รื้อถอนความจริง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!