กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุด ไม่ใช่กลิ่นพวกนั้น... มันคือความอุ่นชื้นจากฝ่ามือของคนที่กำลังสั่นเทาต่างหาก
ให้ตายสิ ยัยแฮกเกอร์ปากแข็งผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ตอนนี้กลับกำลังใช้มืออีกข้างกำชายเสื้อฉันไว้แน่น ราวกับเด็กหลงทางในความมืด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที เธอยังลอยหน้าลอยตาเถียงฉันฉอดๆ เรื่องรหัสผ่านประตูนิรภัยอยู่เลย
"ปล่อยมือเถอะน่า ยัยตัวแสบ... เดี๋ยวมือฉันก็หลุดติดมือเธอไปหรอก" ฉันกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามกลบเกลื่อนความวูบวาบแปลกๆ ที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงใบหู สายตากวาดมองฝ่าความมืดไปยังเงาสีดำทึบเบื้องหน้า ประแจเลื่อนในมือสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัวไอ้พวกเงาปริศนาที่ตามล่าเรามา แต่เป็นเพราะสัมผัสจากปลายนิ้วของพิมพ์ที่กำลังลูบไล้หลังมือฉันอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
"เงียบไปเลยน่า ยัยนักสืบงี่เง่า..." เสียงหวานติดจะแหบพร่าเอמהตวาดกลับมาเบาหวิว ช่างไร้พิษสงสิ้นดี "ถ้าฉันไม่จับมือเธอไว้... เธอคงวิ่งไปให้พวกมันเอาปืนเป่ากบาลโง่ๆ ตั้งแต่เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุมเมื่อกี้แล้วล่ะมั้ง"
ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้สถานการณ์จะบีบคั้นจนลมหายใจแทบขาดร่อนแค่ไหนก็ตาม
ฉันแค่นجในลำคอเบาๆ ไม่อยากเถียงต่อให้เสียจังหวะ ในเมื่อฝ่ามือที่กอบกุมกันไว้มันกำลังส่งผ่านความหนטสั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะความเย็นชาของเธอ พิมพ์ไม่ใช่คนอ่อนแอ ยัยนี่คืออัจฉริยะไอทีผู้เจาะระบบกระทรวงการคลังมาแล้วสามครั้งโดยที่ตำรวจยังจับไม่ได้ไล่ทัน แต่ในมุมมืดที่ไม่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่มีแสงไฟนีออนสีฟ้าจากโค้ดโปรแกรม... ตัวตนจริงๆ ของเธอมันเปราะบางเสียยิ่งกว่าแก้วเจียระไน
แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่ถูกปรับลดความสว่างจนเหลือเพียงเสี้ยวเดียว สาดกระทบเข้ากับใบเนียนละเอียดที่ซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาสองสีที่ปกติมักจะฉายแววหยิ่งผยองและรู้ทันโลก ตอนนี้กลับไหวระริกด้วยเงาความทรงจำบางอย่างที่ฉันไม่เคยล่วงรู้
"พิมพ์..." ฉันเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว ลดประแจเลื่อนในมือลงครึ่งหนึ่ง ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังยืนพิงกำแพงปูนเปลือย "เธอไม่ได้ซ่อนแค่รหัสผ่านขององค์กรนั้นไว้ใช่ไหม? ยัยตัวแสบ... เธอกำลังหนีอะไรอยู่กันแน่?"
พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปทางอื่น เธอกัดฟันกรอดราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจในใจที่กัดกินตัวเองมาตลอดหลายปี
"เรื่องของฉัน... ยัยนักสืบอย่างเธอไม่ต้องมาใส่ใจหريك" เธอยังคงใช้กำแพงความซึนมาตั้งรับตามเคย แต่เสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยในพยางค์สุดท้าย มันทรยศความตั้งใจของเธอจนหมดสิ้น
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนกรีดผ่านกลางอก ผู้หญิงคนนี้แบกรับอะไรไว้มากมายขนาดไหนกันนะ ภายใต้รอยยิ้มเยาะหยันและวาจาเชือดเฉือนที่คอยทิ่มแทงฉันทุกวัน เธอกลับต้องยืนหยัดอยู่ท่ามกลางสมรภูมิข้อมูลมืดมนเพียงลำพังมาโดยตลอด โดยที่ไม่มีใครเคียงข้าง... จนกระทั่งฉันก้าวเข้ามาในชีวิตเธอนี่แหละ
"จะไม่ให้ใส่ใจได้ยังไง ในเมื่อ..." ฉันกลืนก้อนสะอื้นผ่าวๆ ลงคอ ประโยคถัดไปเกือบจะหลุดปากออกไปด้วยความหงุดหงิดปนความห่วงใยที่ล้นทะลัก "ในเมื่อมือที่กำลังสั่นนี่มันอยู่ในมือฉันนะ พิมพ์"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ระหว่างเรา มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของใครบางคนที่อยู่ชั้นบน เป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาของเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว แต่ในวินาทีนั้น ฉันกลับไม่สนใจไอ้พวกเงาปริศนาข้างนอกนั่นเลยสักนิด สายตาสนใจเพียงแค่แพขนตางอนที่กำลังเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเปราะบางที่แทบจะแตกสลาย เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามดึงความเย่อหยิ่งของตัวเองกลับมา แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว
"เธอ... เธอมันบ้าเรน" พิมพ์พึมพำเสียงสั่น ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงมือฉันให้ขยับเข้าไปชิดตัวเธอมากขึ้นจนแผ่นอกแนบชิดกัน ความอบอุ่นที่ส่งผ่าน 𝜏ุมเสื้อผ้าทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของยัยแฮกเกอร์ตัวแสบที่กำลังเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล "ถ้าฉันตาย... เธอจะรับผิดชอบยังไงไหว"
"ฉันไม่ยอมให้เธอตายหรอกยัยซึน" ฉันตอบเสียงพร่า ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กที่ขัดกับบุคลิกห้าวหาญของเธอลอยวนอยู่ปลายจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นขึ้น "เพราะฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่เธอแฮกข้อมูลคอมพิวเตอร์ของฉันเมื่ออาทิตย์ก่อนเลย..."
พิมพ์หัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความขมขื่นแต่กลับงดงามจนหัวใจฉันยวบยาบ "เธอนี่มัน... หาเรื่องเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ สินะ"
นิ้วเรียวเล็กที่เคยสั่นเทา ค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาสติที่ตั้งมั่นไว้เกือบกระเจิง แววตาของพิมพ์เปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายที่เธอไม่เคยเอ่ยปากบอก... ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นภายใต้รหัสลับและระบบป้องกันนับร้อยชั้น บัดนี้มันกำลังเผยออกมาให้ฉันเห็นเพียงคนเดียว
"เรน..." พิมพ์กระซิบเสียงหวานเยิ้ม ชวนให้ใจสั่นไหว "ถ้าคืนนี้เราออกไปจากที่นี่ไม่ได้... ฉันอยากจะบอกว่า..."
แกร๊ก!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นมาจากประตูทางเข้าห้องใต้ดิน พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องผ่าความมืดเข้ามาจนแสบตา เงาร่างสูงใหญ่สามร่างก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ขัดจังหวะคำสารภาพที่ค้างคาอยู่ริมฝีปากของพิมพ์อย่างไม่ปรานีปราณี!
"เจอตัวจนได้นะ... ยัยหนูแฮกเกอร์" เสียงทุ้มต่ำเหี้ยมเกรียมดังขึ้น พร้อมกับลำกล้องปืนสีดำสนิทที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังเราทั้งคู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอินและฟินไปกับความซึนของยัยแฮกเกอร์คนนี้ด้วยนะคะ!
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน•ตอนที่ 7
เบาะแสจากอดีต
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!