"อย่าขยับ..."
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามือเย็นเฉียบที่ตะปบปิดปากฉันไว้แน่น ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงต้นคอจนขนลุกซู่ ในความมืดมิดสนิทที่ไฟนีออนเพิ่งดับวูบลงเมื่อวินาทีที่แล้ว ประสาทสัมผัสทุกส่วนของฉันถูกปลุกให้ตื่นตัวถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบตที่กำลังเหยียบย่ำลงมาตามบันไดไม้เก่าแก่ด้านนอกดังเอี๊ยดอ๊าด เป็นจังหวะที่บีบหัวใจให้รัวกระหน่ำจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก เรน... เธอกำลังพาตัวเองเดินเข้าสู่เกมที่อันตรายเกินกว่าจะถอยหลังกลับได้เสียแล้ว
ฉันเหลือบตาไปมองเจ้าของมือเย็นเยียบที่กำลังกดฉันให้หมอบราบลงกับเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลส พิมพ์... แฮกเกอร์สาวจอมหยิ่งผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น บัดนี้ดวงตาคู่สวยภายใต้ความมืดกลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตจนแทบไม่มีทางรอด แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเราสองคนก็ยังทำงานประสานกันได้อย่างน่าประหลาด
"ปล่อย... ฉันหายใจไม่ออก" ฉันใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ เป็นเชิงประท้วง แม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ปากเจ้ากรรมก็ยังอดไม่ได้ที่จะต่อล้อต่อเถียง
พิมพ์ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ ก่อนจะยอมเลื่อนมือออกจากริมฝีปากฉัน แต่นิ้วเรียวยังคงคว้าข้อมือฉันไว้แน่น ลากตัวฉันให้มุดเข้าไปหลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์ครัวแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และลังกระดาษ กลิ่นกาแฟคั่วบดจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในอากาศ พื้นที่แคบๆ บีบให้ร่างกายของเราแนบชิดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง ความร้อนจากตัวพิมพ์แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนฉันเผลอกลั้นหายใจ
"ถ้าเธอส่งเสียงโง่ๆ ออกมาอีกแม้แต่แอะเดียว ฉันจะเอาสายแลนรัดคอเธอจริงๆ ด้วย ยัยนักสืบสมองนิ่ม" พิมพ์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดปนหวาดระแวง แต่ปลายนิ้วที่กุมข้อมือฉันกลับสั่นเทาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อน
"ปากดีจังนะ แม่แฮกเกอร์อัจฉริยะ ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนี้ยังจะปากแข็งอีกเหรอ" ฉันกระซิบตอบสวนกลับทันควัน แม้สถานการณ์จะคับขันแค่ไหน ความตudขยี้กวนประสาทก็ยังเป็นอาصةประจำตัวที่ฉันสลัดไม่หลุด
"ฉันไม่ได้กลัว... ฉันแค่รำคาญความซุ่มซ่ามของเธอก็เท่านั้น!" พิมพ์สวนกลับทันควัน ดวงตาคมกริบในความมืดค้อนขวับใส่ฉันอย่างเอาเรื่อง แม้จะอยู่ในมุมอับแสง ฉันก็ยังเห็นรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูของเธอได้ชัดเจน ความซึนเดเระของเธอนี่มันชวนให้หมั่นไส้จนอยากจะหยิกแก้มใสๆ นั่นสักทีจริงๆ ให้ตายสิ
*ก๊อก... ก๊อก... แอ๊ดดด—*
เสียงเปิดประตูห้องใต้ดินดังขึ้น พร้อมกับลำแสงไฟฉายกราดส่องไปทั่วบริเวณ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองลอยคลุ้งเมื่อมีคนก้าวเข้ามา เสียงรองเท้าบู้ทหลายคู่เดินวนเวียนอยู่เหนือหัวเราไปมา หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่ออดีตผุดขึ้นมาในหัว... วันที่ฉันสูญเสียทุกอย่างไปเพราะความจริงที่ไม่อาจเปิดเผย วันนี้ฉันจะมาจบชีวิตลงที่นี่ในห้องใต้ดินมืดๆ นี่จริงๆ น่ะหรือ?
สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้ฉันเตรียมคว้าด้ามปืนพกที่เหน็บอยู่ข้างเอว แต่มือกลับถูกคว้าหมับไว้ก่อน
พิมพ์เลื่อนใบเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ในความมืดสลัวที่สะท้อนแสงไฟฉายจากด้านนอก ดวงตาคู่สวยของเธอมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย มันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่เป็นความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยกำแพงความเย็นชาที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาตลอด
"อย่า..." พิมพ์กระซิบแผ่วเบaแทบจะเป็นเสียงลมหายใจ "ถ้าเธอขยับตอนนี้... เราตายคู่แน่"
"แล้วถ้าพวกมันหาเราเจอ..." ฉันมองสบตาเธอ นิ่งงันไปชั่วขณะกับความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่ากระสุนปืน "เธอจะเสียใจไหม ที่ต้องมาซวยเพราะช่วยฉัน?"
พิมพ์ชะงักไป ดวงตาคู่คมไหววับชั่วขณะ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
"ใครบอกว่าฉันช่วยเธอ... ฉันแค่ปกป้องข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ของฉันต่างหาก ยัยหลงตัวเอง" ปากร้ายใจดีตัวแม่เอ่ยปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ฝ่ามือที่กุมมือฉันไว้กลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย แอบสั่นน้อยๆ จนฉันรู้สึกได้ถึงความเปราะบางที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองนั้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงฝีเท้าข้างนอกหยุดลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ครัวพอดี แสงไฟฉายสาดส่องลอดช่องว่างระหว่างบานตู้ลงมาตรงหน้าเราพอดีเป๊ะ ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน พิมพ์ขยับตัวเข้ามาบังหน้าฉันไว้โดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกฉัน ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดต้นคอจนฉันเผลอหลับตาลงรับสัมผัสนั้นอย่างลืมตัว
ในวินาทีที่เงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์คนหนึ่งก้มตัวลงมองลอดใต้เคาน์เตอร์ และปลายกระบอกปืนสีดำสนิทโผล่พ้นความมืดเข้ามา...
พิมพ์ก็กัดฟันกรอด ขยับมือข้างที่ว่างคว้าประแจเลื่อนตัวใหญ่ขึ้นมาเตรียมฟาดไม่ให้ซุ่มเสียง ส่วนมืออีกข้าง... กลับเอื้อมมาจับมือฉันไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าต่อให้ต้องตาย เธอก็จะไม่ยอมปล่อยมือจากยัยนักสืบตัวแสบคนนี้เด็ดขาด
โรสแมรี่พิษ
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความลับนี้ด้วยกันนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ!)
เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน•ตอนที่ 6
สงครามประสาทในครัว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!