เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน•ตอนที่ 2

ดวลฝีปากก่อนดวลปืน

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
เสียงคำรามต่ำของกระบอกปืนเก็บเสียงดัง *ปุ... ปุ...* ติดต่อกันสามครั้งจนเศษปูนเหนือหัวของเรนร่วงกราวลงมาคลุมไหล่บาง ร่างเพรียวไม่รอให้สมองสั่งการซ้ำสอง สองมือคว้าคอเสื้อของแฮกเกอร์สาวจอมปากแข็งแล้วกระชากลากถูลงไปหมอบราบกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดที่สี่เฉี่ยวใบหูจนได้กลิ่นดินปืนไหม้เกรียม "ยัยบ้า! จะฆ่าฉันทางอ้อมหรือไงยะ!" พิมพ์หวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว มือเรียวบางปัดป้องฝุ่นคลุ้งพลางดันแผ่นอกของนักสืบสาวออกห่างอย่างทุลักทุเล ทั้งที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นแดงก่ำด้วยความโกรธปนตื่นตระหนก แว่นตากรอบบางเกือบหลุดร่วงจากสันจมูกตอนที่ถูกกระชากลงมาคลุกฝุ่น "ถ้าฉันไม่ดึงคุณลงมา ตอนนี้สมองคุณคงกระจายติดผนังห้องไปแล้วค่ะคุณพิมพ์ เลิกโวยวายแล้วหุบปากสติแตก แล้วคลานไปหลັງลังไม้ตรงนั้นซะ!" เรนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดไม่แพ้กัน นัยน์ตาคู่คมกวาดตามองผ่านความมืดเพื่อประเมินสถานการณ์ เงาทมิฬทั้งสามร่างเคลื่อนไหวคล้ายมืออาชีพ พวกมันก้าวเข้ามาในห้องใต้ดินร้างด้วยจังหวะย่างก้าวที่ถูกฝึกมาอย่างดี ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งกราดมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่เมื่อครู่ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับ บรรยากาศในห้องแคบๆ อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอัปชื้นและกลิ่นคาวสนิมของเหล็ก ความตายกำลังขยับเข้ามาใกล้ทุกทีในจังหวะก้าวเดินที่หนักหน่วงของพวกมัน ทว่าท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน สัญชาตญาณนักสืบและอีโก้สูงลิ่วของทั้งคู่กลับทำงานสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง "เพราะเธอนั่นแหละ! ถ้าไม่มัวแต่ยืนบื้อทำหน้าเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอตอนที่ฉันบอกให้ถอย เราคงไม่ติดแหง็กอยู่ตรงนี้!" พิมพ์กระซิบกระซาบเสียงลอดไรฟัน ขณะพยายามดันตัวเองเข้าไปหลบหลังลังไม้เก่าๆ ที่แทบไม่ได้ช่วยกำบังกระสุนปืนเลยแม้แต่น้อย "ฉันไม่ได้ยืนบื้อ ฉันกำลังวิเคราะห์วิถีกระสุนต่างหากเล่า! แล้วอีกอย่าง ถ้าไม่มีฉัน ลาก่อนโลกสวยๆ ของคุณไปนานแล้วค่ะคุณหญิงแฮกเกอร์" เรนกัดฟันตอบ พลางดึงแมกกาซีนออกจากปืนพกคู่ใจเพื่อเช็กกระสุนที่เหลือด้วยมือข้างเดียว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "พวกมันไม่ใช่โจรจ๊อกแจ๊กทั่วไป... รอยสักรูปงูคาบกุญแจที่ข้อมือไอ้คนซ้ายสุด นั่นคือสัญลักษณ์ของหน่วยเก็บกวาดเงาจากองค์กรที่คุณพยายามจะแฮกข้อมูลเมื่อคืนนี้ไม่ใช่หรือไง?" พิมพ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาตามเคย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "เรื่องของฉัน... ห่วงกระสุนในรังเพลิงตัวเองเถอะ ยัยนักสืบสมองนิ่ม มีแค่เจ็ดนัดจะไปยิงใครเขาได้" "เจ็ดนัดก็เพียงพอจะส่งพวกมันไปนรกได้ครึ่งฝูงแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณยังปากดีไม่เลิก ฉันอาจจะเลือกยิงเป้าหมายที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน... ซึ่งบังเอิญตอนนี้ นั่งหายใจรดต้นคอฉันอยู่พอดี" เรนหันมาสบตา ประกายตาท้าทายและรอยยิ้มมุมปากของนักสืบสาวทำให้พิมพ์นึกอยากจะหยิกแขนอีกฝ่ายให้เนื้อเขียวเสียให้เข็ด แต่ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกรอบ เสียงฝีเท้าของหนึ่งในมือสังหารก็หยุดลงตรงหน้าลังไม้ที่พวกเธอกำลังซ่อนตัวอยู่พอดี! เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก* ตามด้วยลำแสงไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องกวาดไปทั่วบริเวณ ลอดผ่านซอกไม้เก่าๆ เข้ามาจนแสงสีขาวนวลกวาดผ่านใบหน้าของทั้งคู่ในระยะประชิด หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้มือเรียวเอื้อมไปคว้าชายเสื้อของเรนไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่แน่นสนิทสะท้อนความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง เรนเหลือบมองมือที่กำเสื้อเธอแน่นด้วยความประหลาดใจชั่วขณะ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทว่าแววตาจริงจังไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย "กลัวเหรอคะ?" เรนกระซิบแผ่วเบารดข้างใบหูของคนตัวเล็กที่นั่งตัวเกร็งอยู่ชิดกัน ลลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้พิมพ์สะดุ้งสุดตัว "ใคร... ใครกลัวยะ! ปล่อยนะ ปล่อยชายเสื้อฉันเดี๋ยวนี้!" พิมพ์พยายามดึงมือกลับ แต่เรนกลับใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือของเธอไว้แน่น แล้วใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงสั่งให้เงียบเสียงลง ขณะที่มืออีกข้างกระชับปืนในความมืด เสียงฝีเท้าขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่ราคาถูกและกลิ่นเหงื่อไคลโชยเข้าจมูก ชัดเจนจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของฆาตกรที่ยืนอยู่หลังแผ่นไม้บางๆ นั้น พิมพ์หลับตาปี๋ ร่างบางแนบชิดติดแผ่นอกของนักสืบสาวโดยอัตโนมัติเพื่อหาที่กำบัง เคมีร้อนรุ่มบางอย่างก่อตัวขึ้นท่ามกลางความหนפאะและกลิ่นอายความตายรอบตัว หัวใจสองดวงเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกา *สาม... สอง... หนึ่ง...* เรน นับถอยหลังในใจอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด— นักสืบสาวใช้มือข้างที่ว่างคว้าเศษท่อเหล็กขึ้นมาแล้วปาออกไปอีกมุมห้องสุดแรงเกิด! *เคร้ง!* เสียงท่อเหล็กกระทบถังขยะดังสนั่นดึงความสนใจของพวกมันไปในทันที เสียงฝีเท้าหนักๆ สองคู่รีบพุ่งตรงไปยังทิศทางนั้นพร้อมเสียงตะโกนห้วนสั้นเป็นภาษารหัส "เฮ้ย! มันอยู่ทางนั้น!" "ฉวยโอกาสนี้แหละ วิ่ง!" เรนไม่รอช้า เธอคว้ามือพิมพ์แล้วออกแรงฉุดกระชากให้ลุกขึ้นวิ่งฝ่าความมืดพุ่งตรงไปยังช่องระบายอากาศตัวเก่าที่อยู่สุดทางเดินทันที "โอ๊ย! ยัยเรน! เบาๆ หน่อยสิ รองเท้าฉันจะหลุดอยู่แล้วนะ!" พิมพ์โวยวายเสียงหลงขณะต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงดึงของคนตรงหน้า ร่างเพรียวเกือบสะดุดล้มหลายต่อหลายครั้ง แต่เพราะมืออุ่นที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้เธอต้องจำใจฝพยพฝ้าวางเท้าตามจังหวะก้าวอันรวดเร็วนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แสงไฟฉายจากด้านหลังสาดไล่หลังมาติดๆ เสียงกระสุนปืนนัดใหม่อัดกระแทกกำแพงปูนจนสะเก็ดไฟแตกกระจาย แต่พวกเธอไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปมอง เรนพังประตูระบายอากาศเก่าคร่ำคร่าด้วยการถีบเต็มแรงจนบานเหล็กหลุดกระเด็นออกไปด้านนอก สายฝนยามค่ำคืนที่โปรยปรายลงมาปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่พวกเธอพุ่งทะยานออกมาสู่ตรอกซอกซอยด้านหลังตึกร้าง ความเย็นยะเยือกช่วยปลุกสติให้ตื่นตัว แต่ความเหนื่อยหอบทำให้ทั้งคู่ต้องทรุดตัวลงพิงกำแพงอิฐแดงด้านนอกอย่างหมดแรง พิมพ์หอบหายใจจนตัวโยン แว่นตาขึ้นฝ้าขาวมัวจนต้องถอดออกแล้วใช้ชายเสื้อเช็ดลวกๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธและฤทธิ์ความเหนื่อย "เธอนี่มัน... ตัวซวยชัดๆ!" พิมพ์แหวใส่ทันทีที่ตั้งหลักได้ "เพราะเธอคนเดียวเลย ฉันเกือบตายอยู่ในนั้นแล้ว!" "ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้คุณกลายเป็นผีเฝ้าตึกร้างไปแล้วค่ะคุณหนูขี้โวยวาย" เรนสวนกลับทันควัน แม้ลมหายใจจะยังหอบถี่ไม่แพ้กัน ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเนียนที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำฝนและเหงื่อ เคมีประหลาดบางอย่างยังคงค้างคาอยู่ในบรรยากาศ พิมพ์อ้าปากจะเถียงกลับ แต่จังหวะนั้นเอง... ไฟฉายจากมือถือเครื่องหนึ่งก็สาดส่องตรงมาที่ใบหน้าของพวกเธอจากมุมมืดของตรอกซอกซอย พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ แฝงความเย้ยหยันดังขึ้น *แปะ... แปะ... แปะ...* "เก่งมากครับ... สองสาวนักสืบจำเป็น วิ่งหนีเก่งเสียจริงนะ" เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นเคยแต่แฝงไว้ด้วยความอันตรายดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดสูทสีเข้มที่ก้าวออกมาจากเงาฝน ปลายกระบอกปืนในมือของเขาไม่ได้เล็งมาที่พวกเธอ แต่มันกำลังจ่ออยู่ที่ขมับของบุคคลที่พวกเธอไม่คาดคิดที่สุด— สารวัตรธนา... นายตำรวจผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีนี้ กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นเปียกชุ่มด้วยสภาพสะินใจสะอ้าน และเลือดที่มุมปาก! พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนเรนชะงักค้าง มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่า... เกมนี้มันลึกซึ้งและอันตรายกว่าที่พวกเธอคิดไว้หลายร้อยเท่า ________________________________________ *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - โรสแมรี่พิษ*
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%