เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน•ตอนที่ 4

กับดักในเงามืด

ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกก้าวเดียว ฉันจะทิ้งคุณไว้ให้เป็นปุ๋ยใต้ตึกร้างนี่จริงๆ ด้วยนะเรน" เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของพิมพ์ไม่ได้มีความน่ากลัวเลยสักนิดในความรู้สึกของเรน ยิ่งในยามที่ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบของอีกฝ่ายเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแล้วออกแรงฉุดกระชากให้พุ่งหลบหลังเสาปูนเปลือยด้วยกัน ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวด้วยความเหนื่อยหอบเปลี่ยนจังหวะไปชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ เจือกลิ่นฝนและคราบสนิมเหล็กตีเข้าจมูก ท่ามกลางความมืดมิดของโกดังร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคนกำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เสียงเหล็กกระทบพื้นซีเมนต์ดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่บาดลึกประสาทสัมผัส "ปากดีจริงนะแม่ยอดอัจฉริยะไอที ถ้าขาฉันไม่แพลงเพราะวิ่งหนีบอสโรคจิตของคุณเมื่อกี้ ฉันคงไม่ต้องมาเป็นภาระให้คุณลากจูงแบบนี้หรอกน่า" เรนสวนกลับทันควัน แม้ลมหายใจจะหอบสะท้านจนหน้าอกกระเพื่อม สายตาคมกริบไม่ยอมแพ้ใครยังคงจ้องเขม็งไปยังใบหน้าเนียนใสของแฮกเกอร์สาวที่อยู่ห่างกันแค่คืบ พิมพ์กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างขัดใจ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง The Row วาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนกังวล มือข้างหนึ่งยังคงรัวนิ้วลงบนหน้าจอแท็บเล็ตขนาดพกพาเพื่อบล็อกสัญญาณติดตามตัว ส่วนมืออีกข้างก็ยังกำข้อมือเรนไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วนักสืบสาวจอมดื้อคนนี้จะหายวับไปกับตา "หุบปากแล้วหมอบต่ำลงซะ! มันมาโน่นแล้ว" เปรี้ยง! เสียงกระสุนเจาะทะลุกระจกใสบานเกล็ดด้านบนแตกละเอียด เศษแก้วร่วงกราวลงมากระทบพื้นเบื้องล่างจนเกิดประกายไฟจางๆ อาณาเขตความปลอดภัยหดแคบลงในพริบตา เรนสะดุ้งสุดตัวตามสัญชาตญาณนักสืบ แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว พิมพ์ก็กระชากร่างของเธอให้ทรุดลงไปหมอบราบกับพื้นฝุ่นคลุ้งด้วยกัน น้ำหนักตัวของพิมพ์ที่ทาบทับลงมาเล็กน้อยทำให้เรนรับรู้ได้ถึงความตื่นตระหนกที่อีกฝ่ายพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชาเย็นชา "ยัยบ้าเอ๊ย... กระสุนเก็บเสียงเหรอวะเนี่ย" เรนสบถเบาๆ พลางขยับกายเข้าไปชิดเสาปูนให้มากที่สุด ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนเรนสามารถมองเห็นแพขนตางอนที่สั่นระริกเล็กน้อยของคนตรงข้ามได้ชัดเจน ในสถานการณ์ความเป็นความตาย หัวใจของเรนกลับไม่ได้นึกถึงความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่มันดันเต้นโครมครามเพราะกลิ่นอายความใกล้ชิดที่อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืน พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่น ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความดุ "มองอะไรเล่า! หน้าฉันมีรอยกระสุนฝังอยู่หรือไง ถึงได้จ้องไม่วางตา" "เปล่า... แค่คิดว่าถ้าเราต้องตายที่นี่จริงๆ คนปากจัดอย่างเธอคงเป็นอย่างสุดท้ายบนโลกที่ฉันอยากฟัง" เรนสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย แม้สถานการณ์จะคับขันแค่ไหน นิสัยชอบเอาชนะก็ไม่เคยลดน้อยลงเลย พิมพ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนหมั่นไส้ แต่ใบหูขาวสะอาดกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความมืด "ถ้าอยากปากดีนัก ก็เตรียมตัววิ่งตามฉันให้ทันก็แล้วกัน นับหนึ่งถึงสาม... แล้วพุ่งไปทางตู้คอนเทนเนอร์สีน้ำเงินด้านซ้าย เข้าใจไหม?" เรนพยักหน้ารับเงียบๆ สัญชาตญาณนักสืบถูกปลุกเร้าเต็มพิกัด ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันที "หนึ่ง... สอง..." ร่างของทั้งคู่เกร็งเครียดดั่งสปริงที่ถูกกดไว้ "สาม! ไป!" สิ้นเสียงคำสั่ง พิมพ์ก็ผลักไหล่เรนให้พุ่งออกไปด้านข้างพร้อมกับที่เธอดีดตัวลุกขึ้นวิ่งนำไปก่อน เสียงปืนนัดที่สองและสามคำรามแหวกอากาศตามหลังมาติดๆ เศษปูนข้างเสาแตกกระเด็นใส่แขนของเรย์จนแสบแปลบ แต่ความเจ็บปวดไม่อาจหยุดยั้งสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเธอได้ ทั้งคู่สไลด์ตัวหลบหลังตู้คอนเทนเนอร์เหล็กขึ้นสนิมได้อย่างหวุดหวิด เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของมุมอับสายตา พิมพ์ทิ้งตัวพิงแผ่นเหล็กเย็นเฉียบ ยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่ใช่เพราะเหนื่อยจากการวิ่งหนี... แต่เพราะความกลัวว่าคนข้างกายจะได้รับอันตรายต่างหาก เรนกวาดสายตาสำรวจรอบตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองคนข้างๆ ที่ตอนนี้กำลังเม้มปากแน่นจนซีดเซียว มือเรียวของนักสืบสาวเอื้อมไปแตะที่ต้นแขนของแฮกเกอร์สาวเบาๆ เป็นเชิงถามไถ่ "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" น้ำเสียงที่เอ่ยถามเจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามบังคับให้ราบเรียบ แต่มันกลับอบอุ่นเสียจนคนฟังใจกระตุก พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นแตะโดนผิวเนื้อ หลบตาคมกริบของเรนด้วยการหันไปมองทางอื่น สไตล์ซึนเดเระตัวแม่แสดงออกทันทีด้วยการเชิดหน้าขึ้นแล้วทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ "ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า ยัยหัวรั้น แขนเธอน่ะเลือดออกอยู่เห็นไหม" พิมพ์ว่าพลางใช้มือปัดเศษฝุ่นและหยิบผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนออกจากกระเป๋าเสื้อมาซับเลือดบริเวณรอยแผลถลอกให้เรนอย่างเบามือ แม้ปากจะบ่นอุบออ "ซุ่มซ่ามเป็นบ้า ถ้าไม่มีฉันคอยดึงไว้ ป่านนี้คงไปนอนให้พวกมันเอาเลื่อยไฟฟ้าหั่นเล่นไปนานแล้ว" เรนมองการกระทำขัดกับคำพูดนั้นด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวใจที่เคยด้านชาจากการสูญเสียกลับรู้สึกไหววูบอย่างประหลาด เธอยอมปล่อยให้อีกฝ่ายทำแผลให้เงียบๆ โดยไม่คิดจะเถียงกลับเหมือนทุกที บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจนิยาม แต่แล้ว... ความเงียบสงบอันเปราะบางก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หลังตู้คอนเทนเนอร์ฝั่งตรงข้าม ฝีเท้าที่หนักแน่น... และเชื่องช้า ราวกับผู้ล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม พิมพ์ชะงักค้าง เรนหันขวับกลับไปมองเงาตะคุ่มที่ทาบทับลงมาบนพื้นคอนกรีต เงาสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิท มือขวากำปกระบอกปืนพกติดกระบอกเก็บเสียงไว้มั่น ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเลี้ยวโค้งตู้คอนเทนเนอร์เข้ามา แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานโกดังวับแวมสาดส่องลงมา เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกของมือสังหารลึกลับ... และรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของมัน เรนเตรียมขยับมือคว้าปืนพกประจำกาย แต่ทว่า... "เจอตัวแล้วล่ะ... น้องสาว" เสียงทุ้มต่ำน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่กระบอกปืนสีดำสนิทถูกยกเล็งตรงมาที่หน้าผากของเรนอย่างแม่นยำ ทว่าก่อนที่นิ้วชี้ของมือสังหารจะเหนี่ยวไกสังหาร พิมพ์กลับพุ่งตัวเข้าขวางหน้าเรนไว้ทันทีโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว! ปัง! เสียงกระสุนนัดตัดขั้วหัวใจดังสนั่นก้องโกดังร้าง พร้อมกับร่างของแฮกเกอร์สาวที่ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของเรนในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! "พิมพ์!" เรนกรีดร้องสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อหยดเลือดอุ่นสีแดงฉานไหลซึมผ่านเสื้อผ้าของคนในอ้อมแขน ***************************************** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญและลุ้นระทึกไปกับคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - โรสแมรี่พิษ
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเซอร์หัวใจยัยนักสืบตัวแสบกับแฮกเกอร์สายซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%