ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 20

ความจริงที่น่าตกใจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินและคราบสนิมเหล็กบนโซ่ตรวน ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับภาพเงาสลัวในความทรงจำที่กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของคีรินทีละน้อย "คุณกำลังโกหกตัวเอง... หรือกำลังพยายามหลอกผมกันแน่, คุณหมอ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงใหญ่ของคีรินทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงปูนเปลือย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการพยายามปะติดปะต่อชิ้นส่วนแห่งอดีตที่แตกกระเซ็น นัยตาคู่คมสีดำสนิทจับจ้องร่างระหงของหญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอคือจิตแพทย์นิติเวชผู้กุมกุญแจไขปริศนาคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญเมื่อห้าปีก่อน—คดีที่ตราหน้าเขาว่าเป็นฆาตกรเลือดเย็น รินรดายืนกอดอก แว่นกรอบบางสะท้อนแสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเปลือยบนเพดาน ภายใต้ความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างเป็นเกราะกำบัง หัวใจของเธอกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกทางวิชาชีพและแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ เธอรู้ดีว่ายาที่ใช้ในการกระตุ้นความทรงจำเชิงลึก (Memory Retrieval Protocol) กำลังออกฤทธิ์ แต่นี่มันรุนแรงเกินกว่าที่ตำราจิตวิทยาเล่มไหนเคยระบุไว้ "ฉันไม่ได้โกหกคุณ, คีริน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค "รายงานการชันสูตรพลิกศพในคืนนั้น, วิถีกระสุน, และคราบเขม่าดินปืนบนเสื้อผ้าของคุณ... ทุกอย่างมันฟ้องว่าคุณเหนี่ยวไก" "แต่มันไม่ใช่..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหבריดและเต็มไปด้วยความร้าวราน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "สมองของผมอาจจะทรยศผม... ร่างกายของผมอาจจะเปื้อนเลือด... แต่สัญชาตญาณของผมมันกรีดร้องว่า... ในวินาทีลั่นไกนั้น นิ้วของผมไม่ได้สัมผัสกับไกปืน" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ อีกครั้ง บทสนทนาเชิงจิตวิทยาและตรรกะทางนิติเวชถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่สัมผัสได้ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในฐานะแพทย์ เธอย่อมยึดถือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และวัตถุพจน์เหนือสิ่งอื่นใด แต่ในฐานะมนุษย์ที่เฝ้าสังเกตอาการของชายตรงหน้ามาหลายสัปดาห์ เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกแห่งความทรงจำสีเทา เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษผู้ผ่านสนามอารมณ์และอันตรายมาโชกโชนผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของแอลกอฮอล์ล้างแผล รินรดานั่งลงช้าๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเขา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ข้อมือหนาเพื่อตรวจชีพจร—เป็นการกระทำทางวิชาชีพที่เจตนาลดทอนความดุดันลง "ถ้าอย่างนั้น... เล่าให้ฉันฟังซิครับ" รินรดาเปลี่ยนสรรพนามและใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว "ไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหาและจิตแพทย์... แต่เล่าให้ฉันฟังในฐานะคนที่อยากหลุดพ้นจากนรกนี้จริงๆ" คีรินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนทุกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวจากการย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับปีศาจในอดีต "คืนนั้นฝนตกหนัก..." คีรินเริ่มเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับภาพเหตุการณ์กำลังฉายซ้ำฉากต่อฉากในหัวของเขา "เสียงฟ้าผ่าดังกลบเสียงปืน... กลิ่นควันปืนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝน... ผมจำได้ว่าผมวิ่งเข้าไปในห้องนั้นเพื่อปกป้องเขา... คนที่ผมเรียกว่า 'พี่ชาย' และ 'ผู้มีพระคุณ'..." ลมหายใจของคีรินติดขัด ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ รินรดาบีบข้อมือเขาแน่นขึ้นเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและสติ "แต่ภาพที่ผมเห็น..." คีรินหลับตาลงแน่น หยาดเหงื่อไหลซึมตามไรผม "ไม่ใช่ภาพที่ผมยืนถือปืนเล็งไปที่เหยื่อ... แต่เป็น... มือของผมถูกใครอีกคนจับซ้อนทับไว้อีกที... มือที่ใหญ่กว่า เย็นเยียบกว่า... และเต็มไปด้วยแหวนตราสัญลักษณ์รูปงูอูโรบอรัส" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม แหวนตราสัญลักษณ์รูปงูอูโรบอรัส—งูที่กินหางตัวเอง สัญลักษณ์ขององค์กรลับที่พ่อของเธอพยายามขุดคุ้ยก่อนจะเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำเมื่อห้าปีก่อน! "คุณ... พูดว่าอะไรนะ?" รินรดาถามซ้ำ เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ "ผมไม่ได้เป็นคนฆ่า..." คีรินลืมตาขึ้น นัยน์ตาสสีดำสนิทคู่นั้นฉายแววชัดเจนและเด็ดเดี่ยวเป็นครั้งแรก "ผมเป็นแค่ 'หุ่นเชิด' ที่ถูกบังคับให้เหนี่ยวไก โดยมีมือของใครบางคนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง... ผมถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป เพื่อปกป้องตัวจริงที่ยืนอยู่เงาความมืด" บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับหยุดนิ่ง ความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้สำนวนคดีอันแน่นหนาเริ่มปริแตกออกราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ รินรดารู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังพังทลาย สิ่งที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดห้าปี—ว่าคีรินคือฆาตกรที่พรากครอบครัวของเหยื่อไป และอาจจะเกี่ยวโยงกับการตายของพ่อเธอ—กำลังถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงด้วยคำบอกเล่านี้ ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้วิเคราะห์ข้อเท็จจริงทางจิตวิทยาและหลักฐานใหม่ชิ้นนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากบันไดวนด้านนอก ความเงียบสงบถูกทำลายลงทันที *ก๊อบ... ก๊อบ... ก๊อบ...* เสียงรองเท้าหนังกระทบขั้นบันไดปูนดังสะท้อนก้องกังวาน มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามรักษาความปลอดภัย และไม่ใช่เสียงของคนในทีมสืบสวน... แต่มันคือจังหวะการก้าวเดินที่เยือกเย็น คุ้นเคย และเปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ คีรินเปลี่ยนสีหน้าทันอกจากความอ่อนล้ากลายเป็นความตื่นตัวและดุดัน ร่างสูงลุกพรวดขึ้นบังร่างของรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ มือของเขาไขว่คว้าหาอาวุธที่ไม่มีอยู่จริง "ใคร..." รินรดาครางแผ่ว หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดระแวงขั้นสุด เงาร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าห้องใต้ดิน แสงไฟสลัวทาบทับร่างนั้นให้กลายเป็นภาพเงาสีดำทะมึน ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งคีรินและรินรดาต้องหยุดหายไปชั่วขณะ คือแสงสะท้อนจากโลหะสีเงินบนนิ้วมือข้างขวาที่ยกขึ้นเคาะกรอบประตู—แหวนรูปงูอูโรบอรัสที่กำลังขดตัวกินหางตัวเอง "น่าประทับใจจริงๆ ครับ... ทั้งคุณหมอผู้ปราดเปรื่อง และเหยื่อผู้มีความจำเสื่อม" เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึกเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏภายใต้เงาแสง "ไม่นึกเลยว่า... พวกคุณจะขุดคุ้ยมาถึง 'ความจริง' ข้อนี้ได้เร็วกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีกนะครับ" รินรดาตัวชาดิ่งเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืดออกมาเผยโฉมหน้าให้เห็นอย่างชัดเจนภายใต้แสงไฟ... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%