กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องเก็บแฟ้มประวัติคดีพิเศษ อบอวลจนคล้ายจะกลายเป็นรสขมปร่าในลำคอ รินรดายกแฟ้มเอกสารหมายเลข 081 ขึ้นมาพลิกดูเป็นรอบที่สี่ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาเพ่งพินิจตัวอักษรลายมือตวัดหวัดบนรายงานการชันสูตรพลิกศพเมื่อสิบปีก่อน—ลายมือของพ่อเธอมันช่างมั่นคงและหนักแน่น ผิดกับความจริงอันเปราะบางที่กำลังกัดกินความรู้สึกของเธอในยามนี้
หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นล่าสุดที่เธอเพิ่งแอบคัดลอกมาจากห้องเก็บของกรมตำรวจระบุชัดเจน รอยนิ้วมือบนด้ามมีดสังหารตรงกับฐานข้อมูลของตระกูลคีริน ไม่มีข้อกังขา ไม่มีช่องว่างให้แก้ต่าง ร่องรอยทางชีวภาพเหล่านั้นตะโกนเรียกความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน
"ความจริงมักจะโหดร้ายเสมอเมื่อมันไม่ยอมจำนนต่อความรู้สึกของหัวใจ... หมอ"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเก็บแฟ้ม รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบก่อนจะถูกดึงกลับมาควบคุมด้วยสัญชาตญาณวิชาชีพ เธอยังไม่ทันได้หันกลับไปมอง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของคีรินก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนอันอันตรายของชายหนุ่ม
รินรดาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในร่องเสียงของตนเอง "คุณเข้ามาในเขตพื้นที่จำกัดของกองปราบได้อย่างไร... คีริน"
คีรินไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารบนโต๊ะ นัยน์ตาคู่ที่อ่านยากคู่นั้นสะท้อนแสงไฟนีออนสลัว เป็นประกายความเยียบเย็นที่ชวนให้ขนลุก "สำหรับผมแล้ว ไม่มีสถานที่ไหนในเมืองนี้ที่เป็นเขตจำกัดหรอกครับ... ยิ่งเป็นสถานที่ที่กักเก็บอดีตที่พวกเราต่างพยายามฝังกลบด้วยแล้ว ผมยิ่งต้องมาดูให้เห็นกับตา"
"อดีตที่พวกคุณสร้างขึ้น มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่มันคือชีวิตของพ่อฉัน!" รินรดาหันกลับมาประชิด เธอยกหลักฐานในมือขึ้นระดับสายตาของเขา "แล้วนี่คืออะไร? รอยนิ้วมือบนมีดเล่มนั้น... นายปฏิเสธไม่ได้หรอกคีริน ว่าคนของตระกูลนายอยู่เบื้องหลังการตายของพ่อฉัน"
คีรินก้มมองกระดาษแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา มากกว่าจะเยาะเย้ยเธอ "คุณเป็นถึงจิตแพทย์นิติเวช หมอ... คุณเชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากกว่าความรู้สึก แต่บางครั้งวิทยาศาสตร์ก็โกหกได้ หากคนถือเครื่องมือมีความตั้งใจจะบิดเบือนมันตั้งแต่แรก"
"นายหมายความว่าไง?" รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความสับสน
"หมายความว่า... เอกสารที่คุณถืออยู่อาจจะถูกต้อง แต่บริบทของมันถูกลบหายไปครึ่งหนึ่ง" คีรินก้าวเข้าประชิดอีกก้าว จนสะโพกของเธอชนเข้ากับขอบโต๊ะโลหะเย็นเฉียบ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ "พ่อของคุณไม่ได้ตายเพราะต้องการปกป้องความยุติธรรมอย่างที่คุณเข้าใจหريكหรอกครับ... แต่ท่านตายเพราะท่านเลือกที่จะ 'ซื้อเวลา' ให้ใครบางคนรอดพ้นจากอำนาจมืดต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความเชื่อของรินรดา ภาพจำของพ่อผู้ทรงเกียรติและยึดมั่นในอุดมการณ์กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอส่ายหน้าช้าๆ สัญชาตญาณการป้องกันตัวทางจิตวิทยาทำงานทันที เธอปฏิเสธที่จะเชื่อเสียงทุ้มต่ำที่มักจะสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของเธอทุกครั้งที่เข้าใกล้
"โกหก! พ่อฉันไม่ใช่คนแบบนั้น!" น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ ความเยือกเย็นที่สั่งสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา
"ถ้าผมโกหก ทำไมคุณถึงมือสั่นล่ะครับ... หมอ?" คีรินยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนข้อมือข้างที่เธอกำแฟ้มเอกสารไว้แน่น แรงบีบจากเขาไม่ได้คุกคาม แต่กลับแฝงความนุ่มนวลประหลาดที่ทำให้เธอยิ่งอยากร้องไห้ "คุณฉลาดพอที่จะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติในคดีนี้ ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่แอบเข้ามาค้นแฟ้มนี้ตอนตีสองคนเดียวหรอก"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม พยายามค้นหาความจริงจองหลวงหรือหน้ากากหลอกลวง แต่นอกจากความว่างเปล่าที่เจือความอ่อนโยนจางๆ แล้ว เธอกลับมองไม่เห็นสิ่งอื่นเลย ชายหนุ่มคนนี้อันตราย—อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างเกราะเหล็กห่อหุ้มไว้ และอันตรายต่อความตั้งใจทั้งหมดที่เธอใช้เป็นเหตุผลในการมีชีวิตอยู่
"ถ้าฉันเลือกที่จะเชื่อความรู้สึกของตัวเองตอนนี้..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ "ฉันกำลังจะกลายเป็นคนโง่ที่หลงรักฆาตกร... หรือเปล่า?"
คีรินชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบไหววูบราวกับถูกกระตุ้นด้วยความจริงบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ
"ถ้าความรู้สึกนั้นมันทำให้คุณลังเล... งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมครับ ว่าคืนนี้ใครกันแน่ที่เป็นคนกุมความลับทั้งหมดไว้"
ก่อนที่รินรดาจะได้ตอบสนองต่อคำพูดกำกวมนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนจากทางเดินด้านนอกก็ดังขึ้น ใกล้เข้ามาทุกที... และมันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่เวรยามปกติ
คีรินหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวขึ้น เขารวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวด้วยความเร็วแสง ดึงร่างของเธอหลบเข้าไปในมุมอับหลังตู้เก็บแฟ้มเหล็กขนาดใหญ่ มือหนาข้างหนึ่งปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ขณะที่อีกข้างเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์คับขัน
แสงไฟฉายกราดส่องผ่านกระจกบานเกล็ดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดอาร์ด
รินรดาแนบแผ่นหลังติดกับอกแกร่งของคีริน หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความสับสนระหว่างหลักฐานบนหน้ากระดาษกับสัมผัสอุ่นจากชายผู้ต้องสงสัยหลอมรวมกันเป็นความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
เงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่... ก่อนที่แสงไฟฉายจะหยุดนิ่งตรงแฟ้มเอกสารหมายเลข 081 ที่ยังคงเปิดค้างไว้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สายลมแผ่วเบา
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 21
รอยร้าวในความเชื่อ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!