เสียงปิดแฟ้มเหล็กของตู้เก็บประวัติคดีอาชญากรรมดังสนั่นก้องห้องทำงานอับทึบ รินรดากวาดสายตาคมกริบมองแฟ้มสีน้ำตาลหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ตัวอักษรพิมพ์ดีดหน้าปกจารingชื่อ "คีริน วรโชติเมธี" ไว้ด้วยหมึกสีดำสนิทที่เริ่มซีดจางตามกาลเวลา
คำพูดทิ้งท้ายของชายหนุ่มในห้องควบคุมตัวยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท *“ความจริง มันไม่ได้สวยงามอย่างที่หมอในห้องทดลองอย่างคุณคิดหรอก”*
มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำเตือนจากคนที่ยืนอยู่ปากเหวแห่งความตาย
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยกขึ้นเปิดแฟ้มช้าๆ กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ลอยแตะจมูก จิตแพทย์นิติเวชสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่คั่นกลางระหว่างเธอกับอดีตอันดำมืดของคนไข้รายนี้ ประวัติการรักษา อาการทางจิตเวช บันทึกการใช้ยา และผลการวินิจฉัย ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐานโรงพยาบาลจิตเวชมั่นคงสูง ทว่า... สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับความผิดปกติบางอย่าง
หน้ากระดาษบันทึกการแพทย์แผ่นหนึ่งถูกเย็บติดไว้ด้วยลวดเย็บกระดาษธรรมดา ไม่ใช่หมุดล็อกเอกสารราชการ
รินรดากลั้นหายใจ เธอใช้นิ้วเรียวบรรจงแกะลวดเย็บกระดาษออกอย่างระมัดระวังราวกับกำลังปลดชนวนระเบิด แผ่นกระดาษA4 สีขาวนวลร่วงหล่นลงบนโต๊ะ ด้านบนเป็นแบบฟอร์มการประเมินสภาพจิตใจตามปกติ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งคือ "รอยกดดินสอ" น้ำหนักเข้มสลับเบาที่ลากผ่านเนื้อกระดาษจนเกิดเป็นร่องลึก แม้หมึกพิมพ์ด้านบนจะพยายามอำพรางมันไว้ แต่เมื่อเอียงโคมไฟตั้งโต๊ะให้แสงตกกระทบในมุมต่ำ มิติของตัวอักษรปริศนาก็ปรากฏชัดเจนขึ้นต่อหน้าต่อตา
*ห้องใต้ดิน... บันทึกหน้า 42... ความจริงที่พ่อของคุณตามหา*
หัวใจของรินรดากระตุกวูب ความหนาแน่นของอากาศในห้องคล้ายจะลดลงไปครึ่งหนึ่ง ชื่อของพ่อ—อดีตนายแพทย์ใหญ่ผู้ลึกลับที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน—ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันด้วยลายมือที่เธอไม่คุ้นเคย แต่มันกลับสั่นสะเทือนรากฐานความเชื่อมั่นทั้งหมดในชีวิตของเธอ
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่... คีริน" เธอพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสร่องรอยดินสอแผ่วเบา
ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน ในห้องสอบ 04 ที่มีกระจกเงาทางเดียวคั่นกลาง รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ คีรินนั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความกังวล แสงไฟสีส้มสลัวส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความลับ
"คุณดูผ่อนคลายเกินไปสำหรับคนที่กำลังเผชิญหน้ากับข้อหาฆาตกรรมอำพรางนะ, คุณคีริน" รินรดาลดแฟ้มลง น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความตึงเครียดในห้องลงอย่างไม่ไยดี เขายื่นมือทั้งสองข้างที่สวมกุญแจมือมาประสานกันบนโต๊ะเหล็ก ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองเธอโดยไม่กะพริบ
"ความตายไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับคุณหมอ... สิ่งที่น่ากลัวจริงๆ คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าคุณต่างหาก" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับไหววูบราวกับเปลวไฟใต้ผืนน้ำ "ผมไม่ได้ฆ่าคนคนนั้น... แต่ผมรู้ว่าใครได้ประโยชน์จากการตายของพ่อคุณ"
คำพูดนั้นสะויกเข้ากลางใจรินรดาราวกับมีคนเอาเข็มมาแทงซ้ำๆ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ พยายามควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ให้สั่นไหว ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของเธอถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดในแฟ้มคดีเก่าของกรมตำรวจ แล้วผู้ชายคนนี้... คนที่เพิ่งถูกจับกุมตัวมา รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
"คุณหมายความว่ายังไง?" เธอถามเสียงต่ำ พยายามรักษามาดของจิตแพทย์ผู้เยือกเย็นไว้ให้มั่น
"ผมหมายความว่า..." คีรินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาท "แฟ้มที่คุณถืออยู่... มันไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดหรอกครับ และถ้าคุณยังฉลาดพอ คุณควรจะรีบหาทางออกจากเกมนี้ก่อนที่คนพวกนั้นจะรู้ว่าคุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพของตัวเอง"
และนั่นคือประโยคสุดท้าย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาดึงตัวเขาออกไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยและ... ข้อความลับที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นกระดาษแผ่นนี้
รินรดากลับมาสู่ปัจจุบัน เธอกวาดสายตาอ่านร่องรอยดินสอนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า *ห้องใต้ดิน... บันทึกหน้า 42*
สมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว โรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้มีห้องใต้ดินสามชั้น ชั้นล่างสุดคือเขตหวงห้ามที่ใช้เก็บเวชภัณฑ์เก่าและแฟ้มประวัติคนไข้รุ่นบุกเบิก ซึ่งพ่อของเธอเคยเป็นผู้อำนวยการฝ่ายแพทย์ในยุคนั้น
เธอลุกขึ้นยืนพรวด เสียงเก้าอี้ลากกับพื้นห้องดังแสบแก้วตา รินรดารีบถอดถุงมือยาง หยิบกุญแจสำรองและไฟฉายแรง 1000 ลูเมนขึ้นมาจากลิ้นชัก หัวใจเต้นระส่ำด้วยความหวาดระแวงและตื่นตระหนกปะปนกัน เธอกำลังก้าวเข้าสู่เขตแดนอันตรายที่เธอไม่มีวันรู้เลยว่าอะไรรออยู่เบื้องล่าง
เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่ชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างบรรยากาศชวนขนลุก ราวกับมีใครบางคนหรือบางสิ่งกำลังเฝ้ามองเธอจากความมืดมิด
เมื่อมาถึงหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีป้ายขึ้นสนิมว่า "เขตหวงห้าม - ห้ามเข้า" รินรดากลั้นใจ เธอเสียบกุญแจลงในแม่กุญแจเก่าคร่ำครึ บิดมันด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
*แกร๊ก...*
เสียงกลไกปลดล็อกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด เธอดันประตูบานนั้นเปิดออกช้าๆ ลมเย็นยะเยือกพัดปะทะใบหน้า กลิ่นกระดาษเก่าและสารเคมีบางอย่างลอยอบอวล รินรดายกไฟฉายขึ้นส่องกราดไปทั่วห้องโถงมืดทึบที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเหล็กสูงจรดเพดาน
เธอก้าวเท้าเข้าไปในความมืด ปิดประตูตามหลังเบาๆ และในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกเข้าไปในห้องใต้ดิน... มันไม่ใช่เสียงสะท้อน แต่มันคือเสียงฝีเท้าของใครอีกคน ที่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหาเธอด้วยจังหวะที่มั่นคงและเยียบเย็น!
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการเดินทางในเฉดสีเทานี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 3
รหัสลับใต้กระดาษ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!