กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของสถาบันนิติเวชศาสตร์ ให้ความรู้สึกราวกับซากปรักหักพังทางศีลธรรม รินรดายกแฟ้มคดีหมายเลข 0489 ขึ้นมาตรวจสอบ แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนกะพริบสลับกับเสียงฮัมเบาๆ ของกระแสไฟฟ้า สร้างบรรยากาศที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงพลิกหน้ากระดาษเอกสารรายงานการสืบสวนเมื่อสิบปีก่อนอย่างระมัดระวัง คดีที่เคยถูกปิดตายด้วยคำพิพากษาว่า "อุบัติเหตุจากการประมาทเลินเล่อ" ของนายแพทย์ประวิทย์ ผู้เป็นบิดาของเธอ แต่ยิ่งเธอศึกษาลึกลงไปในรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์มากเท่าไหร่ รอยร้าวในความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อกระบวนการยุติธรรมก็ยิ่งขยายวงกว้างขึ้นเท่านั้น
"คุณกำลังขุดคุ้ยหลุมศพที่ไม่มีวันฟื้นคืนชีพนะ หมอริน"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าคีรินยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มกลืนไปกับเงาสลัว เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อยอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับผู้ล่าที่คุ้นเคยกับการเดินในเขตแดนอันตราย
รินรดายังคงก้มมองเอกสารในมือ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้สายตา "บางครั้ง การขุดคุ้ยซากศพขึ้นมาผ่าพิสูจน์อีกครั้ง อาจทำให้เราเห็นรอยกระสุนที่แพทย์สนามมองข้ามไปตั้งแต่แรกก็ได้ครับ... หรือคุณกลัวว่าความจริงบางอย่างจะหลุดรอดออกมาจากหลุมนั้นล่ะครับ คีริน"
คีรินหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "ความจริงเป็นสิ่งเสพติดที่อันตรายที่สุด หมอริน ยิ่งคุณเสพมันมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งอยากรู้ว่าใครเป็นคนกรอกมันเข้าปากคุณ... และเชื่อเถอะว่า ปลายทางของความอยากรู้นั้น ไม่เคยสวยงาม"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีดำสนิทของคีรินสะท้อนภาพใบหน้าของเธอที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้กลิ่นอายของอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณการต่อสู้ในตัวเธอให้ตื่นตัวยิ่งขึ้น
"ถ้าความจริงมันคือนรก ฉันก็ยินดีจะเดินลงไป... ดีกว่าต้องทนอยู่บนความเท็จที่พวกคุณสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความผิด!" รินรดาตอกกลับ น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธที่สะสมมานาน
คีรินไม่โต้ตอบ เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาว่าเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่าเขาในระดับไหน มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่อ่านไม่ออก
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าคนที่คุณกำลังปกป้องด้วยความเคารพรัก... คือผู้บริสุทธิ์ตัวจริง" คีรินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทุกคำทรงพลังราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจของเธอ
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที "พ่อของฉันไม่ใช่ฆาตกร"
"คนเราทุกคนมีด้านที่มืดมิดที่สุดเก็บไว้ในห้องใต้ดินเสมอ... เหมือนที่คุณกำลังยืนอยู่ตอนนี้" คีรินเอื้อมมือมาแตะแฟ้มคดีในมือเธอ นิ้วมือของเขาเฉียดผ่านหลังมือของเธอเพียงนิด แต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างประหลาด "เปิดดูหน้าสุดท้ายสิ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคดีนี้ถึงไม่ควรถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง"
ด้วยความลังเลแต่เต็มไปด้วยความอยากรู้ รินรดาก้มลงมองเอกสารแผ่นสุดท้ายที่ถูกเหน็บไว้ด้วยคลิปหนีบกระดาษขึ้นสนิม มันคือบันทึกข้อความภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ถูกประทับตรา "ลับที่สุด" ซึ่งไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนคดีหลักที่เธอเคยอ่านมาก่อน
สายตาสั่นไหวของเธอกวาดอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว และในวินาทีที่สมองประมวลผลเสร็จสิ้น โลกทั้งใบของเธอก็คล้ายจะหยุดหมุน
รายชื่อผู้มีอำนาจที่ลงนามอนุมัติเส้นทางการเงินนอกระบบเมื่อสิบปีก่อน... ปรากฏลายมือชื่อของนายแพทย์ประวิทย์ พ่อของเธอเอง ไม่เพียงแต่เป็นผู้เกี่ยวข้อง แต่หลักฐานชิ้นนี้ยังระบุชัดเจนว่า พ่อของเธอคือ "ผู้กุมกุญแจสำคัญ" ในเครือข่ายฟอกเงินของกลุ่มองค์กรใต้ดินที่คีรินกำลังตามล่าในปัจจุบัน
มือที่ถือแฟ้มคดีเริ่มสั่นเทา เอกสารร่วงหล่นลงสู่พื้นห้องใต้ดิน กระดาษหลายแผ่นกระจายเกลื่อน รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็ก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความจริงที่เธอพยายามไขว่คว้าเพื่อลบล้างมลทิน กลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ย้อนกลับมาปลิดชีพความศรัทธาในตัวพ่อของเธอเองจนแหลกสลาย
"ไม่... เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
คีรินมองดูอาการของเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความเย็นชาในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ยื่นมือออกไปราวกับจะประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นเอาไว้
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของคีรินจะแตะโดนตัวเธอ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดทางขึ้นชั้นใต้ดิน พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนพกที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
คีรินหันขวับไปมองทางต้นเสียงทันที แววตาที่เคยสุขุมเปลี่ยนเป็นดุดันเฉียบคมในพริบตา เขวี้ยงแฟ้มคดีในมือทิ้งแล้วคว้าแขนของรินรดากระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรงโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
"มีคนรู้ว่าเราอยู่ที่นี่... และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา" คีรินกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอ ขณะที่เงาดำหลายร่างกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทางออกสุดท้ายของห้องใต้ดินแห่งนี้
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการเดินทางในเฉดสีเทานี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 4
อดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!