กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเอกสารเก่าๆ ในห้องสอบสวนพิเศษของเรือนจำความมั่นคงสูงแห่งนี้ ช่างให้ความรู้สึกกดดันเสียจนออกซิเจนในห้องดูจะเบาบางลงไปถนัดตา
รินรดานั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะไม้สักสีเข้ม เธอจัดระเบียบแฟ้มสะสมประวัติผู้ป่วยทางจิตเวชตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ ทว่าภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา หัวใจของเธอกลับเต้นรัวเป็นจังหวะที่ควบคุมยาก เมื่อดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าของคีรินกำลังจ้องมองตรงมาที่เธอจากอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีมารยาททางสังคมใดๆ ถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ในพื้นที่ปิดทึบแห่งนี้ มีเพียงความเงียบที่หนาแน่นจนเกือบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
"คุณหมอกำลังประเมินผม หรือกำลังพยายามหาทางรอดให้ตัวเองกันแน่ครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของคีรินราบเรียบแต่มั่นคง แฝงรอยยانเยาะหยันที่มุมปากเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า เขานั่งไขว่ห้าง ปล่อยแขนพาดพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับตนเองเป็นผู้ตรวจสอบหาความจริง หาใช่ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมอำพราง
รินรดาไม่สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉยตามตำราจิตแพทย์นิติเวชที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ปลายนิ้วเรียวสวยประสานกันไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ในห้องนี้ คนที่ต้องถูกประเมินสภาพจิตใจเพื่อประกอบสำนวนคดี คือคุณคีรินต่างหากครับ... และเท่าที่ฉันสังเกต การที่คุณพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยคำถามเชิงจิตวิทยาแบบนี้ มักบ่งบอกถึงกลไกการป้องกันตัวขั้นสูง" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท สกัดกั้นทุกแรงกดดันที่เขาส่งมา
คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและอันตราย เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายที่เต็มไปด้วยอันตรายและบาดแผลจากอดีตแผ่ซ่านออกมาจนน่าอึดอัด
"กลไกการป้องกันตัวงั้นเหรอ..." คีรินทวนคำ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอตั้งแต่ดวงตากลมโตที่พยายามซ่อนความไหววุ่น ไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย "บางที... ผมอาจจะแค่เบื่อกับการตอบคำถามโง่ๆ ของพวกหมอที่ถูกส่งมาทดสอบผมก็เท่านั้น คนพวกนั้นมักจะมองหาอาการทางจิตในสิ่งที่ผมตั้งใจทำลงไปอย่างมีสติ"
"การฆ่าคนอย่างไร้ความปรานี... คือสิ่งที่เรียกว่ามีสติสำหรับคุณอย่างนั้นหรือครับ" รินรดาย้อนถามทันควัน น้ำเสียงของเธอเฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามค้นหารอยร้าวภายใต้หน้ากากความเย็นชานั้น
"คุณแน่ใจเหรอว่าผมเป็นคนทำ?" คีรินเอียงคอมองเล็กน้อย รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง "ความทรงจำของผมมันขาดหายไปคุณหมอ... ช่วงเวลาสามวันก่อนเกิดเหตุ เป็นสีดำสนิท คุณจะให้ผมยอมรับความผิดในสิ่งที่แม้แต่เงาของตัวเองผมยังจำไม่ได้งั้นเหรอครับ"
รินรดานิ่งเงียบไปชั่วขณะ เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดข้อมูลผลการทดสอบทางจิตวิทยาชุดล่าสุด ผลลัพธ์บ่งชี้ถึงภาวะความจำเสื่อมบางส่วนจริง (Dissociative Amnesia) ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากความเครียดระดับรุนแรง หรือ... ถูกสร้างขึ้นโดยจิตใต้สำนึกเพื่อปกป้องตัวเองจากความจริงที่โหดร้ายเกินกว่าจะรับไหว
แต่สิ่งที่ทำให้เธอกลัว ไม่ใช่การที่เขาปฏิเสธข้อกล่าวหา... แต่มันคือความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตานั้น แววตาของคนที่แบกรับความลับและอดีตที่แหลกสลายไม่ต่างจากเธอ
"ถ้าความทรงจำของคุณมันขาดหายไปจริง... งั้นเรามาลองทดสอบทฤษฎีนั้นกันดูหน่อยไหมครับ" รินรดาเปลี่ยนกลยุทธ์ เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วดันกระดาษแผ่นหนึ่งข้ามไปให้เขา "นี่คือแบบทดสอบการเชื่อมโยงคำ (Word Association Test) ฉันจะพูดคำหนึ่งคำ และคุณต้องตอบคำแรกที่แวบเข้ามาในหัวทันที ห้ามคิด ห้ามปรุงแต่ง... เริ่มจากคำแรก... 'เลือด'"
คีรินก้มมองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ นัยน์ตาของเขาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนช่างสังเกตอย่างเธอจับ
"...สีแดง" เขาตอบ เสียงกระด้างขึ้นเล็กน้อย
"คำที่สอง... 'ความมืด'"
"...บ้าน"
"คำที่สาม... 'ความจริง'"
คีรินชะงักไป ปลายนิ้วของเขาเคาะเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้ สติสัมปชัญญะของเขาดูเหมือนกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในห้วงความคิด เขานิ่งเงียบไปนานจนรินรดากลั้นหายใจรอคำตอบ
"คำว่า 'ความจริง' สำหรับผม..." คีรินเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังขึ้นอย่างประหลาด "...มันเป็นสิ่งสกปรกที่คุณหมอพยายามวิ่งไล่ตาม ทั้งที่รู้ว่ายิ่งเข้าใกล้... มือของคุณก็จะยิ่งเปื้อนเลือดเหมือนกับผม"
รินรดาผงะไปเล็กน้อย คำพูดนั้นราวกับมีคมมีดกรีดลงกลางใจ มันไม่ใช่แค่คำตอบของแบบทดสอบ แต่มันคือการพุ่งเป้ามาที่ปมในอดีตของเธอ—คดีของพ่อเธอก็มีความเกี่ยวข้องกับความจริงที่ถูกบิดเบือนจนต้องแลกมาด้วยชีวิตเช่นกัน
"คุณหมายความว่ายังไง..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว
ก่อนที่คีรินจะทันได้เอ่ยคำตอบใดออกมา ประตูเหล็กบานหนาของห้องสอบสวนก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เจ้าหน้าที่เรือนจำในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน พร้อมกับแฟ้มเอกสารลับฉบับใหม่ที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากสำนักงานอัยการสูงสุด
"คุณรินรดาครับ... มีคำสั่งด่วนที่สุด" เจ้าหน้าที่หนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบเหนียว "หลักฐานใหม่ในคดีฆาตกรรมถูกพบแล้ว... และลายนิ้วมือที่ปรากฏบนอาวุธสังหาร... ไม่ใช่ของนักโทษคีรินครับ"
รินรดาเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เธอลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ หันกลับไปมองหน้าคีรินช้าๆ
ชายหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ ความเจ็บปวด และชัยชนะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอ
"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมครับ... ว่าความจริง มันไม่ได้สวยงามอย่างที่หมอในห้องทดลองอย่างคุณคิดหรอก" คีรินกระซิบเบาๆ ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินเข้ามาคุมตัวเขาออกไป
———————————
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดและแสงสว่างในใจของตัวละครด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ•ตอนที่ 2
รอยร้าวในความทรงจำ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนอันตราย: รักนี้เดิมพันด้วยลมหายใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!